ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลกในขณะนี้ได้เกิดความขัดแย้งทางความคิดของผู้คนในประเทศต่างๆ จนปรากฏให้เห็น ความขัดแย้งดังกล่าวเกิดจากความคิดเห็นที่แตกต่างของคนในชาติเดียวกัน โดยมีปัจจัยที่ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นหลากหลาย ซึ่งความขัดแย้งทางความคิดทางการเมืองนั้นมีปรากฏให้เห็นทั้งที่ฮ่องกง และที่สหราชอาณาจักร แต่วิธีการจัดการกับความขัดแย้งของทั้งสองประเทศแตกต่างกัน
ความขัดแย้งทางความคิดที่ฮ่องกงซึ่งอยู่ในอาณัติของประเทศจีน เกิดขึ้นจากคนฮ่องกงมองประเทศจีนด้วยความหวาดระแวง การออกกฎหมายที่ให้สิทธิส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลายเป็นชนวนเหตุให้ฮ่องกงเกิดความไม่พอใจ และขยายผลเป็นความวุ่นวายมาจนปัจจุบัน ข้อขัดแย้งดังกล่าวทำให้เกิดความร้าวฉานในหมู่ประชาชน คนกลุ่มหนึ่งเห็นว่าจีนปฏิบัติอย่างถูกต้องแล้ว แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่าไม่ถูกต้อง สุดท้ายของความขัดแย้งคือความรุนแรง
ขณะที่สหราชอาณาจักรมีความขัดแย้งทางความคิดกรณีการนำประเทศออกจากสหภาพยุโรป คนกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนแนวคิดแบบอนุรักษนิยมเห็นว่าสหราชอาณาจักรไม่ควรจะอยู่กับสหภาพยุโรป ควรแยกตัวออกมา ขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งกลับเป็นว่าสหราชอาณาจักรน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า ถ้ารวมอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป การจัดการกับความเห็นที่แตกต่างของที่นั่นคือการทำประชามติ และแม้ผลประชามติจะออกมาให้สหราชอาณาจักรแยกตัวออกมา แต่ในการดำเนินการก็ค่อยเป็นค่อยไป มีความขัดแย้งทางการเมือง ต้องเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีกันใหม่ เพื่อตอกย้ำความต้องการของคนส่วนใหญ่ในประเด็นนี้
สำหรับประเทศไทยเกิดความขัดแย้งทางการเมืองมามากกว่า 10 ปี เคยใช้วิธีการจัดการกับความขัดแย้งด้วยวิธีการชุมนุมประท้วง รัฐบาลบังคับใช้กฎหมาย ปราบม็อบ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ มีการเผา มีทรัพย์สินเสียหาย มีการรัฐประหาร แต่ความขัดแย้งก็ยังดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน และมีโอกาสที่ความขัดแย้งดังกล่าวจะปะทุขึ้นอีกครั้ง หากความขัดแย้งครั้งใหม่เกิดขึ้น ไทยสมควรมีวิธีบริหารจัดการความขัดแย้ง โดยใช้ประสบการณ์ที่เพิ่งประสบ และประสบการณ์จากข่าวสารของประเทศในโลก นำมาปรับใช้ เพื่อมิให้ประเทศต้องบอบช้ำ มิให้ประชาชนต้องสูญเสีย หยุดการสร้างบาดแผลในใจคนอย่างยากจะเยียวยา

