สถานีคิดเลขที่ 12 : ถนนคนละสาย โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

ไม่ว่าจะเป็น สกายวอล์ก หรือ สตรีทวอล์ก

แม้จะเป็น ถนนเหมือนๆ กัน แถมสกายวอล์ก ดูจะ “เดิร์น” กว่าเสียด้วยซ้ำ

แต่ กับการเมืองไทยแล้ว

การเลือกใช้ สกายวอล์ก หรือสตรีทวอล์ก

แตกต่างกันดัง นรก กับ สวรรค์

ฝ่ายที่เลือก สกายวอล์ก ดั่งเดินในนรกลอยฟ้า

ส่วน สตรีทวอล์ก ยังกับเดินในสวนสวรรค์

ที่ว่า นรกลอยฟ้า ก็เพราะ ทันทีที่เงยดูป้ายบอกทางข้างหน้า ก็เจอคำเตือน ระวังทางยุบ

ตกลงไป รับรอง “ยุบทั้งพรรค”

ขณะที่สองข้างทาง ล้วนมีด่าน ที่เจ้าหน้าที่ประจำด่านพร้อมจะงัดกฎหมายทุกข้อ ทุกมาตรา ขึ้นมาจัดการ

ตั้งแต่ ใช้เครื่องขยายเสียงไม่ขออนุญาต ไปจนถึงข้อหาแปลกๆ แบบ เอาคำขวัญวันเด็กมาดัดแปลงเพื่อเชิญชวนคนมาร่วมขบวน อะไรเทือกนั้น

ยังมิรวมไปถึง ข้อหาฉกรรจ์แบบเช่นชุมนุมห่างจากที่อันไม่บังควร หรือในหมู่ผู้เข้าแฟลชม็อบถ่ายและโพสต์ภาพ อันไม่เหมาะสม สร้างความสะเทือนใจให้กับคนทั้งประเทศ

ทำให้ คนบนสกายวอล์ก มีโอกาสกลายเป็นอาชญากรพื้นๆ ไปจนถึงขั้นทำลายสถาบันเอากันเลยทีเดียว

ยิ่งกว่านั้น ยังถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็น พวกชังชาติ

ที่โฆษณาชวนเชื่อดึงคนให้ลงถนน มีพฤติกรรมคล้ายพวกเผาบ้านเผาเมืองในอดีต หรือเลียนแบบ พวกม็อบฮ่องกงที่ก่อความไม่สงบขึ้นในสังคม

กล่าวโดยสรุป เหล่าบุคคลที่ว่ากันว่า เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งใช้สกายวอล์ก เพื่อหวังเป็นแนวทาง “กำเนิดใหม่” ของพวกตน หลังจากเจอรุมสกรัมจนไม่รู้จะรอดมือรอดเท้าในช่องทางไหน

ต้องตะเกียกตะกายขึ้นสกายวอล์ก เผื่อจะรอดตัว และบังเอิญมีแนวร่วมโผล่เข้ามาร่วมให้พออุ่นใจ และเสริมกำลังใจ ที่จะเดินต่อไป

แต่ก็ไม่วายถูกตามรุม ตามถล่ม อย่างไม่ยอมให้มุดไปทางใด

ต้องถูก “ประหาร” อย่างเดียว ดังกับฆาตกรต่อเนื่อง เท่านั้น

ถึงได้บอกว่า นี่ไงจึงเรียก “นรกลอยฟ้า”

ซึ่งต่างกับ สตรีทวอล์ก แม้จะมีคนซุบชิบว่า เมื่อเห็นอีกฝ่ายบ่ายหน้าลงถนน ก็ชิงเอาอย่างบ้าง

แต่ ที่แตกต่างกันอย่างฟ้ากับนรก นั่นก็คือ ถนนที่ “พวกท่าน” เลือกลงไปเดินนั้น เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเต็มพิกัด

ด่าน บนถนน ล้วนเป็นด่านอำนวยความสะดวก

พร้อมใช้กลไกกฎหมาย หรืออื่นๆ ดูแลอย่างเต็มที่ แบบชนิด ทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องกลัวผิด

หรือผิด ก็พร้อม มีผู้ช่วยเหลือ

ยิ่งกว่านั้น มีซุ้มอาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ บรรเลงกันตลอดทาง

มีการเชิญชวน มวลชนกลุ่มต่างๆ มาร่วมชิม ร่วมฟัง กันอย่างเพลิดเพลิน

ไม่เว้นแม้แต่ “คนแปรพักตร์” บางคนที่ถูกไล่ลงจากสกายวอร์ล์ก เพราะอุดมการณ์บกพร่อง ก็ยังมาร่วมถนนคนเดิน อย่างแนบเนียนมหัศจรรย์

พร้อมเสียงสรรเสริญ ระดับ “ยอดเยี่ยม”

อิ่มหมีพีมันกันแล้ว ก็จับมือ คล้องแขน ร้องเพลงผูกใจกันอย่างซาบซึ้ง

เอาดนตรี และเนื้อเพลง เป็นสัญญาให้กันและกันว่า จะไม่แทงข้างหลังกัน

จะร่วมอยู่ในเรือลำเดียวกัน ไม่แตกแยกสามัคคี

บนถนนสายนี้ จึงมากด้วยเสียงหัวเราะ เฮฮา เฟือยฟายด้วยความสุข

จนเหมือนว่า ถนนสายแห่งอำนาจนี้ จะทอดพาฝ่ายตนเองไปสู่สวรรค์

ส่วนคนอื่น พวกอื่น จะตกนรก ยังไงก็ช่าง

ข้าฯไม่ทิ้งพวกเราไว้ข้างหลังอยู่แล้ว !!

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

บทความก่อนหน้านี้โครงร่างตำนานคน : ศรีนวล บุญลือ คำตอบ‘ดีไซน์เพื่อพวกเรา’
บทความถัดไปอาศรมมิวสิก : RCO Brass Concert คืนนี้ไม่มีพระเอก : โดย บวรพงศ์ ศุภโสภณ