เดินหน้าชน : โยนบาป! : โดย ทรงพร ศรีสุวรรณ

เดินหน้าชน : โยนบาป! : โดย ทรงพร ศรีสุวรรณ

เดินหน้าชน : โยนบาป! : โดย ทรงพร ศรีสุวรรณ

สถานการณ์ทางการเมือง ณ ปัจจุบัน ส่อเค้าว่าอาจจะเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ และมีโอกาสที่จะย้อนกลับไปในวังวนแบบเดิมๆ

โดยมีปัจจัยและเหตุการณ์ที่จะทำให้ความขัดแย้งปะทุขึ้นมาอีก เนื่องจากความขัดแย้งเก่ายังคุกรุ่นอยู่

แม้ คสช.จะระบุถึงเหตุผลของการรัฐประหารว่าเพื่อยุติความขัดแย้ง พร้อมจะสร้างความสามัคคีปรองดอง และเร่งคืนความสุขให้กับคนไทย แต่การบริหารของรัฐบาล คสช.เกือบ 5 ปี ไม่สามารถหยุดปัญหาความขัดแย้งได้จริง

รัฐบาล คสช.ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติม

ว่ากันว่า แทนที่รัฐบาล คสช.จะเป็นคนกลางในการแก้ปัญหา แต่กลับมาเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง

กฎกติกาการเลือกตั้ง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ 2560 ก็มีเสียงครหาว่าถอยหลังเข้าคลอง

หลายคนแสดงความเห็นว่า ถอยหลังไป 40 ปี ทำให้การเมืองไทยย้อนกลับไปสู่ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ

การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ภายใต้กฎกติกาใหม่ ถูกวิจารณ์ว่าเป็นกลไกการออกแบบเพื่อให้ คสช.สืบทอดอำนาจ

รัฐธรรมนูญ 2560 จึงถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาความขัดแย้ง เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” ทำให้การเมืองอีกฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ จึงรณรงค์เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ซึ่งการรณรงค์เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 นี้ อาจจะเป็น 1 ในชนวนของความขัดแย้ง หากการรณรงค์ไม่อยู่ในกรอบของกฎหมาย หรือผู้มีอำนาจใช้อำนาจมิชอบ หรือปฏิบัติการนอกเหนือกฎหมาย

ปัญหาหนึ่งของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ถูกวิจารณ์คือ ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งที่จะมีเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาลได้

การเลือกตั้งที่ผ่านมาจึงเกิดรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ฝ่ายรัฐบาลจึงต้องพยายามที่จะทำให้รัฐบาลอยู่รอด

ที่ผ่านมาจึงเกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับการแจกกล้วย และตัวเลข 8 หลัก

รัฐธรรมนูญ 2560 ยังให้เอกสิทธิ์ ส.ส.ที่จะตัดสินใจโหวตได้อย่างอิสระในสภาโดยไม่ต้องฟังมติพรรค

ปัญหานี้ทำให้เกิด “งูเห่า” และทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ

เสียงที่ปริ่มน้ำและงูเห่า ยังทำให้ภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎรเสียหาย กรณีที่มีการประลองกำลัง ขอให้นับองค์ประชุม ขอให้นับคะแนนใหม่ หรือวอล์กเอาต์ หรือเกิดปัญหาสภาล่ม

ความขัดแย้งเก่าและกติกาใหม่ยังมีส่วนทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรคการเมือง เกิดรอยร้าวและความคิดที่ไม่ตรงกันระหว่างสมาชิกพรรค

บางพรรคมีสมาชิกพรรคลาออก บางพรรคมีความเคลื่อนไหวในการเสนอปลดหรือเปลี่ยนตัวผู้บริหารพรรค

นักการเมืองก็แบ่งเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน และมักจะแสดงความเห็นในทางตรงกันข้ามแทบจะทุกเรื่อง

มีการกล่าวหากันและโต้ตอบกันไปมา เสมือนว่าฝ่ายของตนต้องถูกต้องเสมอ

ฝ่ายหนึ่งมองว่า รัฐบาลคือ ปัญหา รัฐธรรมนูญคือ ปัญหา จึงเรียกร้องและเสนอให้มีการแก้ไข เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และเป็นประชาธิปไตยจริงๆ

ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนรัฐบาล โดยให้เหตุผลคล้ายๆ กันว่า ช่วงที่รัฐบาล คสช.บริหารประเทศ บ้านเมืองสงบเรียบร้อย พร้อมยกบทเรียนและอดีตเก่าๆ มาเตือนว่า ไม่อยากให้ย้อนกลับไปสู่ปัญหาแบบเดิมๆ อีก

ปัจจุบัน รัฐบาลก็มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว และกำลังขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศ จึงไม่ควรที่จะสร้างปัญหาให้เกิดความวุ่นวายอีก

นอกจากนี้ยังมีการปลุกเรื่อง “ชังชาติ” และให้เกลียดกลัวอีกฝ่ายหนึ่ง

ภาพเหล่านี้คือ ภาพที่จะสื่อถึงความวุ่นวายที่เกิดจากนักการเมือง

พรรคการเมืองและนักการเมืองจึงต้องระวังการโยนบาปให้เป็นจำเลย

ทรงพร ศรีสุวรรณ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยุ้ย ปัทมวรรณ อัพเดทอาการป่วย แม่ทุม หลังรักษาตัวมานาน 7 ปี ลั่นค่ารักษาไม่เคยนับไม่ใช่เรื่องสำคัญ
บทความถัดไปรำลึกเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ครบรอบ 15 ปี ทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับ พร้อมให้ความรู้ป้องกันเหตุภัยพิบัติ