หน้าแรก บทความ ‘มาเก๊า’20 ปี...

‘มาเก๊า’20 ปี ในอ้อมอกแม่

1.01.20 | 12:00 น.

วันที่ 20 ธันวาคม เป็นวันครบรอบ 20 ปีที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊ากลับสู่ประเทศจีน มีการจัดงานฉลองวันแห่งประวัติศาสตร์ เป็นประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จ

เป็นความภูมิใจของมาเก๊าที่ได้บรรลุนโยบาย “1 ประเทศ 2 ระบบ”

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และสตรีหมายเลข 1 มาร่วมงานฉลองด้วย

“สี จิ้นผิง” ชื่นชมความสำเร็จของมาเก๊า ในประการที่สามารถบรรลุนโยบาย “1 ประเทศ 2 ระบบ” โดยสมบูรณ์ เป็นความภูมิใจของประเทศ เป็นศักดิ์ศรีของคนจีน

20 ปีที่อยู่ในอ้อมอกแม่ ไม่ว่าการธำรงรักษาความมั่นคง ไม่ว่าการรักษาเสถียรภาพของสังคม ไม่ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ ไม่ว่าการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ฯลฯ

Advertisement

ล้วนปรากฏผลสำเร็จอย่างดียิ่ง

“สี จิ้นผิง” ยืนยันการทำงานของคณะผู้บริหารของมาเก๊าว่า เป็นผลสำเร็จที่แท้จริง

ย้อนมองกาลอดีต มาเก๊าเป็นอาณานิคมของตะวันตก

ปี 1966 มาเก๊าทำการต่อต้านระบบอาณานิคมที่เรียกว่า anti – colonial struggle ฝ่ายซ้ายได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น จึงเป็นเหตุให้มีอำนาจควบคุมอย่างแท้จริง

ต่อมา 1975 รัฐบาลพลเรือนของโปรตุเกสได้แสดงเจตนาคืนมาเก๊าให้แก่จีน

และเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 1999 มาเก๊าครบวาระต้องคืนให้แก่จีน ก็ไม่ปรากฏมีเหตุการณ์ต่อต้านหรือขัดแย้งแต่ประการใด และก็มอบคืนแก่จีนโดยดุษฎี

มาเก๊ามีจุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดคือ บรรลุความสำเร็จในการใช้กฎหมายขั้นพื้นฐานของประเทศจีน ทั้งนี้ อันเนื่องจากความสำนึกและความยอมรับในชาติพันธุ์ที่มีต่อประเทศ

พฤติการณ์ดังกล่าวเรียกว่า state concept ไม่ว่าชนชาติใดในเอกภพนี้ ถ้าปราศจากข้อนี้ ความรักชาติเกิดขึ้นมิได้เป็นอันขาด

พื้นฐานทางด้านสังคมของมาเก๊าก็เป็นเรื่องที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสังคมประเทศอื่น

20 ปีของมาเก๊าจึงน่าชื่นชม ก่อนกลับสู่ประเทศจีน รัฐบาลมาเก๊า-โปรตุเกสอ่อนแอกว่ารัฐบาลฮ่องกง-อังกฤษ แต่คนมาเก๊ามีใจรักและกระตือรือร้นที่จะกลับสู่จีนมากกว่าคนฮ่องกง

เมื่อมีใจมุ่งมั่น ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลตัว หลังจากกลับสู่อ้อมอกแม่ ธุรกิจกาสิโนยิ่งเปิดกว้าง สร้างความร่ำรวยให้แก่รัฐบาล นโยบายสวัสดิการเป็นตัวช่วยให้สังคมและการเมืองมั่นคง

ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มาเก๊าบริหารบ้านเมืองไปด้วยความสะดวกและมีความก้าวหน้า

นอกจากนี้ มาเก๊ามีอุดมการณ์แน่วแน่ ปฏิบัติตามนโยบาย “1 แถบ 1 เส้นทาง” โดยเคร่งครัด ทั้งนี้ ได้ใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นสรณะในการเปิดตลาดยุโรป มีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล

แต่มาเก๊าก็มีปัญหาเรื่องขาดความสมดุล กล่าวคือ ประชากรน้อยพื้นที่เล็ก แต่ขอบข่ายแห่งทรัพยากรธรรมชาติ ความเติบโตทางเศรษฐกิจ และทรัพยากรมนุษย์นั้นยิ่งใหญ่ หากอาศัยธุรกิจกาสิโนเพียงอย่างเดียวเป็นระยะยาว คงไม่สามารถ “โกอินเตอร์”

แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมา “ฟุตเวิร์ก” ทางเศรษฐกิจ มาเก๊ากำลังเต้นจังหวะ “คลิกสเตป” รายได้จากธุรกิจกาสิโนเท่ากับร้อยละ 50 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP)

แต่เป็นเรื่องที่ย้อนแย้งกับการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชากร

วันนี้ GDP ของมาเก๊าอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก และอยู่เหนือสิงค์โปรและฮ่องกง

จึงเป็นเหตุให้คนมาเก๊ากังวลในประเด็นความเหลื่อมล้ำรวยกับจน และรายได้ประชากรขาดความยุติธรรม หากปัญหาดังกล่าว รัฐบาลมาเก๊าไม่รีบจัดการแก้ไขด่วน ความเสื่อมมาเยือนแน่
สัจธรรม 1 คือ กาสิโนทำให้ร่ำรวยได้ และก็ทำให้ล่มจมได้ รัฐบาลมาเก๊าต้องไม่ลืม นี่คือ
“ระเบิดเวลา”

หากเปรียบเทียบ “มาเก๊า” กับ “ฮ่องกง” มีภูมิหลังเหมือนกัน เหมือน “พี่น้องคู่แฝด” หากเปรียบเทียบสภาพและสถานการณ์ มีความต่างราว “ฟ้ากับดิน”

กาลอดีตฮ่องกงก็เป็นอาณานิคมของตะวันตกเหมือนกับมาเก๊า

เหตุการณ์จลาจลเมื่อปี 1967 รัฐบาลฮ่องกง-อังกฤษก็เป็นฝ่ายชนะเหมือนกับมาเก๊า

แต่ก่อนการส่งมอบฮ่องกงคืนจีนเมื่อ 1 กรกฎาคม 1997 รัฐบาลฮ่องกง-อังกฤษเกิดความขัดแย้งกับปักกิ่งอย่างร้อนแรง ในขณะที่มาเก๊าส่งมอบโดยดุษฎี และปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ

ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องยืนยันว่า การพัฒนาของฮ่องกงกับมาเก๊ามีความต่าง มีความห่าง

ไม่ว่าประเด็นบรรลุนโยบาย “1 ประเทศ 2 ระบบ” ไม่ว่านโยบาย “1 แถบ 1 เส้นทาง” ไม่ว่ากฎหมายพื้นฐานที่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม อุปมาเสมือนฮ่องกงกำลังพายเรือทวนน้ำ

และประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ ฮ่องกงยังไม่ยอมรับในเรื่องชาติพันธุ์ อันเป็นการยอมรับว่าเป็นคนจีน เพราะว่าคนฮ่องกงส่วนหนึ่งเป็นคนจีนรุ่นเก่าที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากเข็ดหลาบจากการปฏิวัติทางวัฒนธรรม ที่คนจีนเรียกกันว่า “10 ปีมหันตภัย” อีกส่วนหนึ่งคือคนรุ่นใหม่ที่เกิดในฮ่องกง รับการศึกษาและใช้ชีวิตแบบตะวันตก
จึงไม่เข้าใจจีน และจึงยังไม่ยอมรับชาติพันธุ์ ทั้งที่ “เลือดทุกหยด” ในร่างกายก็คือ “เลือดจีน”

ในขณะที่คนมาเก๊าเกิดที่นั่น โตที่นั่น รับการศึกษาที่นั่น ประกอบอาชีพที่นั่น

เพราะพวกเขาถือว่า “ที่นั่น” คือแผ่นดินของจีนและเป็นแผ่นดินถิ่นเกิดของพวกเขา

จึงมีความซึมซับคำว่า “จีน” ตั้งแต่เล็กจนโต จึงมีความยอมรับใน “ชาติพันธุ์” ที่เป็นจีน

วันนี้ หากอุปมา “มาเก๊า” เสมือนดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่ง

แต่วันนี้ของฮ่องกงดูเหมือนดอกไม้ที่กำลังจะโรย อันเนื่องจากถูกแมลงทำลาย

แต่รากยังเดินอยู่ อยู่ได้แน่นอน เพียงแต่จะอยู่อย่างไรคือคำถามที่สังคมต้องการคำตอบ

เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2019 เป็นนิทัศน์อุทาหรณ์ และเป็นเหตุให้มีการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของ “พี่น้องคู่แฝด”

“มาเก๊า” จากเป็นรอง “ฮ่องกง” ในอดีต ปัจจุบัน “ฮ่องกง” เป็นรอง “มาเก๊า”

ทั้งนี้ ก็เพราะเกิดจากความยอมรับในชาติพันธุ์ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

“มาเก๊า 20 ปี ในอ้อมอกแม่” ไม่ธรรมดา

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างที่ร่วมงานฉลอง “20 ปี” มีหลายช่วงหลายตอนที่ชื่นชมความสำเร็จของเขตปกครองพิเศษมาเก๊า ดูประหนึ่งว่า นำความสำเร็จของมาเก๊ามากระตุ้นฮ่องกง อีกทั้งเน้นย้ำให้ฮ่องกงนำมาเป็นตัวอย่างในการบริหารราชการ

ดังนั้น สุนทรพจน์ที่มาเก๊า จึงมิใช่พูดกับคนมาเก๊าเท่านั้น หากเป็นการพูดกับคนฮ่องกงด้วย

และที่สำคัญที่สุดคือ “สี จิ้นผิง” เน้นย้ำว่า ธุรกรรมใดๆ ของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงและเขตปกครองพิเศษมาเก๊า ถือเป็นกิจการภายในของประเทศจีน กรณีเป็นการสื่อถึง ประชาคมโลก