คำขวัญวันเด็ก ภาพสะท้อนของรัฐบาล : โดย ผศ.ดร.สมหมาย จันทร์เรือง

คำขวัญวันเด็ก ภาพสะท้อนของรัฐบาล : โดย ผศ.ดร.สมหมาย จันทร์เรือง

คำขวัญวันเด็ก ภาพสะท้อนของรัฐบาล : โดย ผศ.ดร.สมหมาย จันทร์เรือง

เด็กมีความหมายได้หลากหลาย กล่าวคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550 ให้ความหมายของเด็ก หมายถึง บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์

พระราชบัญญัติที่ศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 ให้ความหมายของเด็ก หมายถึงบุคคลอายุยังไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์

ส่วนยูนิเซฟ (United Nations Children’s Fund) หรือกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติให้ความหมายของเด็กไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก หมายถึง มนุษย์ทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

ดังนั้น เมื่อประมวลความหมายจากแห่งที่กล่าวมา เด็ก จึงหมายถึงบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยรวมถึงวัยรุ่นหรือเยาวชนด้วย

ความเป็นมาของวันเด็กแห่งชาติ

เมื่อ พ.ศ.2498 อันเป็นปีที่ทั่วโลกเริ่มจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติกันขึ้น ซึ่งรวมถึงเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ตามความเห็นของสหประชาชาติที่นำปัญหาเรื่องเด็กมาร่วมเป็นปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของเด็ก

ประเทศไทยได้รับข้อเสนอของ วีเอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศ ผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ (เดิมสังกัดกระทรวงมหาดไทย) ว่าประเทศไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของเด็กให้มากขึ้นดังที่นานาประเทศกำลังทำอยู่ โดยเสนอผ่านสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ

คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณา ในที่สุดที่ประชุม ได้เห็นชอบนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2498 ได้มีมติคณะรัฐมนตรีรับหลักการให้จัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นโดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการรับไปดำเนินการ ส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดงานนั้นได้อนุมัติเงินจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลมาดำเนินการ

ดังนั้น ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 ประเทศไทยจึงมีงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้นเป็นต้นมาทางราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติและจัดติดต่อกันมาจนถึงปี พ.ศ.2508 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้น มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่เพื่อความเหมาะสมด้วยเหตุผลว่า ในเดือนตุลาคมประเทศไทยยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็กไม่สะดวกในการมาร่วมงาน ประการต่อมาก็คือ วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้ตลอดจนการจราจรก็ติดขัด อีกทั้งการที่กำหนดให้วันเด็กต้องจัดในช่วงต้นปี มีความหมายว่า ทุกภาคส่วนของประเทศจะต้องให้ความสำคัญกับเด็กเป็นอันดับแรกๆ

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสนอลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2508 ประกาศเปลี่ยนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ปี พ.ศ.2508 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติเพราะการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม งานวันเด็กแห่งชาติได้เริ่มจัดขึ้นมาใหม่อีกครั้งใน พ.ศ.2509 และจัดติดต่อมาจนถึงปัจจุบัน

คำขวัญวันเด็ก

คำขวัญวันเด็ก เป็นคำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดยคำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2499 ในสมัยที่จอมพลแปลก พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตั้งแต่ พ.ศ.2502 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้มอบคำขวัญวันเด็กให้ จึงได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมีลำดับดังนี้

รัฐบาลจอมพลแปลก พิบูลสงคราม

พ.ศ.2499 คำขวัญวันเด็ก “จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และส่วนรวม”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เน้นเป็นการทำประโยชน์ต่อผู้อื่น และส่วนรวม

รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

พ.ศ.2502 คำขวัญวันเด็ก “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า”
พ.ศ.2503 คำขวัญวันเด็ก “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด”
พ.ศ.2505 คำขวัญวันเด็ก “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด”
พ.ศ.2506 คำขวัญวันเด็ก “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ได้ทำรัฐประหาร จึงเน้นการเป็นเด็กดีในสมัยรัฐบาลปฏิวัติ

รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร

พ.ศ.2508 คำขวัญวันเด็ก “เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี”
พ.ศ.2509 คำขวัญวันเด็ก “เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี”
พ.ศ.2510 คำขวัญวันเด็ก “อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรง เรียนดีมีความประพฤติเรียบร้อย”
พ.ศ.2511 คำขวัญวันเด็ก “ความเจริญและความมั่นคงของชาติในอนาคตขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย มีความเฉลียวฉลาด และรักชาติยิ่ง”
พ.ศ.2512 คำขวัญวันเด็ก “รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความคิดที่เด็กพึงจำ”
พ.ศ.2513 คำขวัญวันเด็ก “เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส”
พ.ศ.2514 คำขวัญวันเด็ก “ยามเด็กจงหมั่นเรียนเพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ”
พ.ศ.2515 คำขวัญวันเด็ก “เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ”
พ.ศ.2516 คำขวัญวันเด็ก “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เน้นคุณสมบัติของการเป็นเด็กดีที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย

รัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์

พ.ศ.2517 คำขวัญวันเด็ก “สามัคคีคือพลัง”
พ.ศ.2518 คำขวัญวันเด็ก “เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้าง ความสามัคคี”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เป็นช่วงเรียกร้องประชาธิปไตย (วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516) จึงเน้นความสามัคคี และการร่วมใจร่วมพลังของคนไทย

รัฐบาล หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช

พ.ศ.2519 คำขวัญวันเด็ก “เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดีมีวินัยเสียแต่บัดนี้”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เน้นการเป็นเด็กดีมีวินัย เพื่อสร้างอนาคตของชาติ

รัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร

พ.ศ.2520 คำขวัญวันเด็ก “รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เน้นความผูกพันกับสถาบันหลักของชาติ โดยครอบคลุมถึงเยาวชนด้วย

รัฐบาล พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

พ.ศ.2521 คำขวัญวันเด็ก “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติมั่นคง”
พ.ศ.2522 คำขวัญวันเด็ก “เด็กไทย คือหัวใจของชาติ”
พ.ศ.2523 คำขวัญวันเด็ก “อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ ให้ความสำคัญต่อเด็ก และการมีคุณสมบัติที่ดีตามความคาดหวังของสังคมไทย

รัฐบาล พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

พ.ศ.2524 คำขวัญวันเด็ก “เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม”
พ.ศ.2525 คำขวัญวันเด็ก “ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติศาสน์กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย”
พ.ศ.2526 คำขวัญวันเด็ก “รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม”
พ.ศ.2527 คำขวัญวันเด็ก “รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา”
พ.ศ.2528 คำขวัญวันเด็ก “สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม”
พ.ศ.2530 คำขวัญวันเด็ก “นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใสสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เน้นพื้นฐานความเป็นไทย ความซื่อสัตย์ ความมีวินัย และคุณธรรม

รัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

พ.ศ.2533 คำขวัญวันเด็ก “รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เน้นสถาบันหลัก ความซื่อสัตย์ และคุณธรรม

รัฐบาล นายอานันท์ ปันยารชุน

พ.ศ.2535 คำขวัญวันเด็ก “สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เน้นความสามัคคี เนื่องจากมีปัญหาขัดแย้งทางการเมือง จึงหาคนกลางเป็นนายกรัฐมนตรี

รัฐบาล นายชวน หลีกภัย

มีการให้คำขวัญเด็กไว้สองสมัยของการเป็นนายกรัฐมนตรี กล่าวคือ
พ.ศ.2536 คำขวัญวันเด็ก “ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม”
พ.ศ.2538 คำขวัญวันเด็ก “สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม”
พ.ศ.2541 คำขวัญวันเด็ก “ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย”
พ.ศ.2543 คำขวัญวันเด็ก “มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ ปรากฏคำขวัญเกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตยเป็นครั้งแรก และมีเพียงรัฐบาลเดียว

รัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร

พ.ศ.2545 คำขวัญวันเด็ก “เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส”
พ.ศ.2546 คำขวัญวันเด็ก “เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี”
พ.ศ.2547 คำขวัญวันเด็ก “รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน”
พ.ศ.2548 คำขวัญวันเด็ก “เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิดกล้าพูด”
พ.ศ.2549 คำขวัญวันเด็ก “อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เน้นด้านการศึกษาตามพระราชบัญญัติศึกษาแห่งชาติ การคิดสร้างสรรค์ และการก้าวให้ทันเทคโนโลยี

รัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์

พ.ศ.2550 คำขวัญวันเด็ก “มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข”
พ.ศ.2551 คำขวัญวันเด็ก “สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ ปรากฏการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นคำขวัญ และการสร้างความสามัคคี มีวินัย เพื่อลดความขัดแย้ง และการยอมรับกฎหมาย

รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

พ.ศ.2552 คำขวัญวันเด็ก “ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี”
พ.ศ.2553 คำขวัญวันเด็ก “คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม”
พ.ศ.2554 คำขวัญวันเด็ก “รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เน้นความสามัคคี ความคิดสร้างสรรค์ คุณธรรม และการมีจิตสาธารณะ

รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

พ.ศ.2555 คำขวัญวันเด็ก “สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี”
พ.ศ.2556 คำขวัญวันเด็ก “รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน”
พ.ศ.2557 คำขวัญวันเด็ก “กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เน้นความสามัคคี การศึกษาหาความรู้ การมีวินัย รู้หน้าที่ และการก้าวไกลสู่อาเซียน

รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

พ.ศ.2558 คำขวัญวันเด็ก “ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต”
พ.ศ.2559 คำขวัญวันเด็ก “เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต”
พ.ศ.2560 คำขวัญวันเด็ก “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง”
พ.ศ.2561 คำขวัญวันเด็ก “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี”
พ.ศ.2562 คำขวัญวันเด็ก “เด็กเยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ”
พ.ศ.2563 คำขวัญวันเด็ก “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”
ภาพสะท้อนของรัฐบาลนี้ เน้นความรู้คู่คุณธรรม การรู้คิดรู้เท่าทันสังคมเทคโนโลยี รู้รักสามัคคี และการทำประโยชน์แก่สังคม คือ จิตอาสา

การประมวลภาพสะท้อนจากคำขวัญวันเด็ก

นับแต่ พ.ศ.2499 ที่เริ่มฉลองวันเด็ก และมีคำขวัญวันเด็กเป็นครั้งแรกถึงปัจจุบัน คำขวัญวันเด็กล้วนเกิดจากความคาดหวังของแต่ละรัฐบาลที่มีต่อเด็กและเยาวชน พอประมวลสาระสำคัญได้ดังนี้

พื้นฐานหลักของคำขวัญ คือ คุณสมบัติของการเป็นเด็กดี มีวินัย ใฝ่หาความรู้เพื่อเป็นกำลังสำคัญของชาติ

ความสามัคคี ปรากฏในช่วงเหตุการณ์ที่มีความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองที่รัฐบาลประสงค์ให้เกิดความปรองดองในการร่วมกันสร้างชาติ

ความซื่อสัตย์สุจริตและคุณธรรม เป็นคำขวัญที่เตือนใจให้ทำหน้าที่โดยสุจริตโปรงใส ปราศจากคอร์รัปชั่น และการประพฤติมิชอบ

ประชาธิปไตย ปรากฏเพียงรัฐบาลเดียว คือ รัฐบาลนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เน้นภาพสะท้อนที่รัฐบาลส่วนมากยังไม่มีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนด้านประชาธิปไตยแก่เด็กและเยาวชนทั้งที่จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต

กระแสสังคม จะมีส่วนปรากฏในคำขวัญเป็นระยะๆ อาทิ ความเป็นไทย ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จิตอาสา และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นต้น

สรุปภาพรวม

คำขวัญวันเด็กมิใช่ให้ข้อคิดแก่เด็ก เยาวชน และผู้เกี่ยวข้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คำขวัญวันเด็กได้ให้ภาพสะท้อนนโยบายของแต่ละรัฐบาลที่เป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองการปกครองของประเทศในอนาคต

ดังนั้น การพิจารณาคำขวัญวันเด็กอย่างลึกซึ้ง ย่อมทำให้เกิดความเข้าใจบริบทของสังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม และปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมสร้างสรรค์และพัฒนาเด็ก รวมถึงเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป

ผศ.ดร.สมหมาย จันทร์เรือง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon