จีน-พม่าศักราชใหม่ โดย ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้เสร็จสิ้นการเยือนพม่าอย่างเป็นทางการ 2 วัน เมื่อวันที่ 18 มกราคม ทั้ง 2 ประเทศได้ลงนามในสัญญาแห่งความร่วมมืออย่างครอบคลุมรวม 29 ฉบับ

ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงยินยอม ในประการอันร่วมชะตาของประเทศจีนและพม่า และได้ออกแถลงการณ์อันเกี่นวกับความร่วมมือในด้านต่างๆ อย่างเป็นระบบ

เป็นการเปิดศักราชใหม่ระหว่างจีนและพม่า

ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 70 ปีในการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-พม่า

การเยือนพม่าของ “สี จิ้นผิง” ถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของศักราชใหม่

เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า เปี่ยมด้วยความรักฉันพี่น้อง อีกทั้งให้ความสำคัญอันเกี่ยวกับการพัฒนาและกระชับความสัมพันธไมตรีจีน-พม่า หากย้อนมองอดีต

จีนสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนปี 1949

พม่าสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนปี 1950

การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเกิดขึ้นหลังจากจีนสถาปนาประเทศเพียง 1 ปี

ในขณะที่เกือบทุกประเทศทั่วโลกกำลังรอดูสถานการณ์โลก จึงยังไม่ตัดสินใจ

แต่พม่ากล้าตัดสินใจ และเป็นมิตรกับจีนตั้งแต่บัดนั้นถึงบัดนี้

ตั้งแต่เป็นมิตรจนกลายเป็นกัลยาณมิตร

จึงกล่าวกันว่าพม่าเสมือน “ลานบ้านของจีน”

อันเนื่องจากจีนและพม่ามีความสัมพันธ์อันล้ำลึก จีนเป็นเพื่อนในยามยากของพม่า ยามที่พม่าประสบปัญหาทางการเงิน จีนได้ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนตามควรแก่เหตุ

แม้จีนได้ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยไปรุกล้ำก้ำเกินกิจการภายในแต่อย่างใด เพราะจีนยึดหลักเคารพอธิปไตยของประเทศอื่นมาโดยตลอด

วันนี้ จีนเป็นประเทศที่ไปลงทุนในพม่าที่ใหญ่สุด และเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของพม่า

ระหว่างการเยือนพม่า “สี จิ้นผิง” ได้ประชุมทวิภาคีกับประธานาธิบดีพม่าและ “ออง ซาน ซูจี” ที่ปรึกษาแห่งรัฐพม่าตามลำดับ

และที่สำคัญที่สุดคือ “สี จิ้นผิง” ได้ร่วมงานฉลองการครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและพม่า ตลอดจนการร่วมพิธีเปิดกิจกรรม “ปีแห่งการท่องท่องเที่ยววัฒนธรรม” เป็นต้น

นอกจากนี้ “สี จิ้นผิง” ได้ทำการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอันเกี่ยวกับประเด็นการธำรงฐานรากแห่งมิตรภาพจีนและพม่าให้อยู่ตราบชั่วนิรันดร

“สี จิ้นผิง” ยังได้เจรจากับผู้นำพม่าและบรรลุข้อตกลงอันเกี่ยวกับการผลักดันยุทธศาสตร์แห่งความร่วมมือ ร่วมสร้างอนาคตจีนและพม่าในเชิงลึก

ถือเป็น “พิมพ์เขียว” ศักราชใหม่แห่งความสัมพันธ์ระหว่างจีนและพม่า

“ออง ซาน ซูจี” กล่าวว่า การเยือนพม่าของ “สี จิ้นผิง” มีความหมายในเชิง Milestone อันก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาลในการกระชับสัมพันธภาพจีนและพม่า ดุจดัง “พี่น้องท้องเดียวกัน”

เป็นอานิสงส์ต่อความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศอย่างแท้จริง

สาระสำคัญของแถลงการณ์ร่วมสรุปพอเป็นสังเขปว่า “ผลการเยือนแห่งประวัติศาสตร์ยืนยันถึงซึ่งความร่วมมือในทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม…..”

ล้วนเป็นแผนการสำหรับความสัมพันธ์จีนและพม่าในอนาคต

จีนและพม่าเป็นทั้งเพื่อนบ้านและเพื่อนเก่านับพันปี ความรักกันเยี่ยงพี่น้อง เป็นเรื่องที่ทรงคุณค่ายิ่ง การธำรงไว้ตราบชั่วนิรันดร เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ความสัมพันธ์อันยาวนานของ 2 ประเทศเกิดขึ้นได้ก็เพราะ

1 ทั้ง 2 ประเทศเคารพ เข้าใจ และช่วยเหลือซึ่งกัน

1 จีนยืนหยัดไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น

1 จีนสนับสนุนประเทศพม่าและประชาชนเดินไปในทิศทางที่เหมาะสมกับสภาพบ้านเมือง

1 จีนยืนอยู่บนพื้นฐานอันเคารพอธิปไตยของพม่า ผลักดันให้เกิดสันติภาพในประเทศ

1 พม่ายืนยันยอมรับนโยบาย “จีนเดียว” มาโดยตลอด

1 พม่าเข้าใจดีว่า ไต้หวัน ทิเบต ซินเจียงเป็นส่วนหนึ่งของจีนที่แบ่งแยกมิได้

ก็เพราะทั้งจีนและพม่าต่างเคารพอธิปไตยซึ่งกัน เข้าใจซึ่งกัน สนับสนุนซึ่งกัน

สัมพันธไมตรีจีนและพม่าจึงอยู่ยงคงกระพัน

“ทริป” นี้ของ สี จิ้นผิง ยังได้ทำโปรโมชั่น “1 แถบ 1 เส้นทาง”

ทั้ง 2 ฝ่ายได้รับรู้ร่วมกันและร่วมสร้าง Kyaukpyu ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ร่วมสร้าง “ย่างกุ้ง” ให้เป็นเมืองใหม่ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจชายแดนจีนและพม่า ตลอดจนการสร้างพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ

เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่า เส้นทางเศรษฐกิจจีนพม่าใกล้รุ่งแล้ว

เหมันตฤดูมาถึงแล้ว วสันตฤดูคงไม่อยู่ไกลนัก

จีนยินดีนำเข้าซึ่งสินค้าจากพม่า อีกทั้งสนับสนุนนักลงทุนจีนมาลงทุนในพม่า ทั้งนี้ เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม เพื่อผลประโยชน์และความสุขสำหรับคนพม่าสืบไป

การที่ “สี จิ้นผิง” เยือนพม่าในครั้งนี้ เป็นทริปที่ทรงความหมายยิ่ง และเป็นการสอดคล้องกับวลีของจีนที่ว่า “คนจีนไม่ลืมเพื่อนเก่า”

ส่วน “ออง ซาน ซูจี” คือนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่ ใหญ่ขนาดที่ประมุขของประเทศจีนต้องไปคารวะถึงถิ่น และเป็นทริปแรกในปี 2020 ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2012 ประธานาธิบดีโอบามาก็ไปคารวะถึงถิ่น ทั้งที่ขณะนั้น “ออง ซาน ซูจี” ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง เป็นเพียงผู้นำจิตวิญญาณทางการเมือง

“โอบามา” เดินทางไปพบเธอเป็นการส่วนตัวที่บ้านพักริมทะเลสาบในย่างกุ้ง

พลันที่ “โอบามา” พบหน้า “ซูจี” ได้เข้าสวมกอดและหอมแก้ม เป็นภาพที่สง่างาม

ทรงความหมายทางประวัติศาสตร์

“โอบามา” ได้กล่าวยกย่อง “ซูจี” ถึงหลายครั้งอันเกี่ยวกับคุณูปการของเธอ อีกทั้งยืนยันอย่างแข็งขันว่าสหรัฐยังสนับสนุนเธออยู่ มิมีวันเสื่อมคลาย

เป็นความภูมิใจของ “ออง ซาน ซูจี” ที่มีทั้งประธานาธิบดี และอดีตประธานาธิบดีไปคารวะถึงถิ่น เป็นศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของ “กุลสตรี” ที่คนทั่วโลกรู้จัก

บัดนี้ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและพม่าได้ครบรอบ 70 ปี

70 ปีที่ผันผ่าน ประเทศจีนและพม่าได้เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของโลกนานับประการ เป็นการสั่งสมประสบการณ์ อันเป็นพื้นฐานในการร่วมมือกันระหว่าง 2 ประเทศ

ขอให้มิตรภาพจีนและพม่าอยู่สืบไปอย่างเป็นนิรันดร์

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

บทความก่อนหน้านี้หม่องดวงกุดโดนหนุ่มใหญ่แทงตายกลางถนนหลังทะเลาะกัน
บทความถัดไปเรียงคนมาเป็นข่าว/ภาพข่าวสังคม