ชมเชยกระทรวงสาธารณสุข : โดย วีรพงษ์ รามางกูร

การที่รัฐบาลไทยไม่ห้ามนักท่องเที่ยวจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ เข้าประเทศ โดยยังคงให้ทำวีซ่าที่จุดผ่านแดนหรือ Visa on arrival หรือ VOA ไม่ห้ามสายการบินจากมณฑลหูเป่ย์บินเข้าประเทศไทย พร้อมๆ กับให้เครื่องบินแอร์เอเชียบินไปรับคนไทย 138 คนกลับมาประเทศไทย จนได้รับความซาบซึ้งใจจากรัฐบาลจีนและประชาชนจีนว่า “ไทยคือมิตรแท้ในยามยาก” ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจดำเนินการทางการทูตที่กล้าหาญชาญชัยเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไปด้วยดีหลังจากนี้อีก 3-6 เดือน ต้องถือว่าการตัดสินใจอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยและประชาชนไทยอย่างมหาศาลในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน สมกับคำว่า “ไทย-จีน ไม่ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” เมื่อจีนทุกข์ ไทยก็ทุกข์ด้วย เมื่อจีนมีความสุข ไทยก็มีความสุขด้วย เพราะเรามาจากเทือกเขาเหล่ากอเดียวกัน พูดภาษาตระกูลเดียวกัน พูดภาษาคำโดดเสียงสูง เสียงต่ำและมีไวยากรณ์เหมือนกัน คนจำนวนมากนับถือศาสนาพุทธเหมือนกัน

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังนโยบายดังกล่าว คงจะต้องเป็นกระทรวงสาธารณสุข โดยคุณหมอที่สังกัดกระทรวงนี้เป็นผู้ทำการบ้านจนแน่ใจและสามารถเสนอแนะเป็นนโยบายให้รัฐบาลไทยดำเนินการได้ การจะดำเนินนโยบายกับประเทศจีนกับคนจีนกับนักท่องเที่ยวจีนโดยการปิดประเทศ ไม่ต้อนรับเขา เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ไม่เสี่ยง ไม่ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนเหมือนๆ กับประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือแม้แต่จังหวัดไต้หวัน

นโยบายของไทยสะท้อนถึงระดับความสามารถของกระทรวงสาธารณสุขไทย ที่มั่นใจว่าเราจะสามารถควบคุมสถานการณ์ไข้หวัดโคโรนาที่อาจจะระบาดมาถึงประเทศไทยได้ โดยตื่นตัวอยู่เสมอแต่ไม่ตระหนก ไม่ดำเนินนโยบายเกินความพอดี ดำเนินนโยบายอย่างพอเพียง โดยกระทบกระเทือนต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้น้อยที่สุด เพราะไม่ทำอะไรก็กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวอยู่แล้ว เพราะจีนงดเที่ยวบินจากมณฑลหูเป่ย์ออกนอกประเทศ ด้วยมาตรการ “ปิดเมืองหูเป่ย” เสียของที่ต้องเสียอยู่แล้วเท่ากับไม่ได้เสียอะไร

แต่ขณะเดียวกันก็ได้ใจประชาชนชาวจีนทั้งในประเทศจีนและในประเทศไทย การฑูตไทยกับจีนจะได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ไม่น้อยกว่าการเสด็จไปเมืองจีนและนำช่างจีนมาทำชามสังคโลกของพ่อขุนรามคำแหงในสมัยสุโขทัย ขณะเดียวกันโรคภัยดังกล่าวประเทศไทยก็สามารถควบคุมได้ สามารถป้องกันได้ สามารถรักษาคนป่วยที่ได้รับเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้สำเร็จ โดยการพลิกแพลงใช้ยาต้านโรคเอดส์ผสมกับยาต้านไข้หวัดใหญ่ เป็นข่าวไปทั่วโลก

เชื่อว่าผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายดังกล่าวคือ บรรดาแพทย์และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การนำของรัฐมนตรีสาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล หรือหมอหนูของเรา

กระทรวงสาธารณสุขที่บรรดานายแพทย์ แพทย์หญิง นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ นักเคมีและนักชีววิทยาทั้งหลาย มักจะมาจากนักเรียนที่เรียนเก่งที่สุดของประเทศ ที่เรียกว่าเป็น cream of the crop สมัยที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนกวิทยาศาสตร์ เมื่อปี 2503 ขณะนั้นโรงเรียนจัดนักเรียนเข้าห้องต่างๆ ตามคะแนนที่สอบเข้าได้ บังเอิญสอบเข้าได้คะแนนดี จึงได้อยู่ในห้องที่รวมนักเรียนที่คะแนนดีที่สุดในแผนกวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน มีเพื่อนๆ ในห้อง 45 คน ประมาณ 2 ใน 3 เลือกที่จะสอบเข้าเป็นนักเรียนแพทย์และสอบเข้าได้หมด ที่เหลือจึงไปสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มีไปสอบเข้าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพียง 2 คน

ในแผนพัฒนาชนบทยากจน ซึ่งดำเนินการโดย 4 กระทรวงหลัก กระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงที่มีผลงานดีเด่นทั้งในแง่คุณภาพของแผนและการดำเนินงาน สามาถปฏิบัติการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนาชนบทยากจน จนประสบความสำเร็จมากกว่ากระทรวงอื่นๆ อีก 3 กระทรวง

เมื่อพรรคไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาลหลังวิกฤตการณ์ทางการเงิน หรือวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 นโยบายที่เด่น ที่ผู้คนได้รับประโยชน์มาถึงทุกวันนี้ก็คือนโยบายสุขภาพดีถ้วนหน้า หรือนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเป็นนโยบายที่ให้ประโยชน์ไปถึงประชาชนระดับ “รากหญ้า” เป็นที่พอใจและถูกใจประชาชนทั่วทั้งประเทศอย่างมาก และต่อเนื่องมาเป็นนโยบายของพรรคไทยรักไทยและบัดนี้พัฒนามาเป็นพรรคเพื่อไทย เป็นนโยบายและผลงานที่ทำให้พรรคชนะการเลือกตั้งทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอีสานและภาคเหนือ และได้รับการยกย่องจนได้รับรางวัลจากองค์การอนามัยโลก แม้รัฐบาลหลังๆ มาจะพยายามยกเลิกเพื่อตัดคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยก็ไม่สามารถทำได้เพราะประชาชนไม่ยอม

การต่อสู้กับภัยพิบัติระดับโลก global epidemic ของโคโรนาไวรัส โดยต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ต่ำที่สุด ขณะเดียวกันได้ผลทางการทูตที่ดีที่สุด ได้ใจเพื่อนอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยไม่เสียเพื่อนมหาอำนาจอื่น ไม่เสียเพื่อนในประชาคมอาเซียน ซึ่งอาจจะไม่มีประเทศใดทำได้ เพราะรัฐบาลไทยและคนไทย ตั้งแต่องค์พระประมุข พระราชินี ลงมาจนถึงคนหาเช้ากินค่ำ อย่างคนขับรถทัวร์รับส่งนักท่องเที่ยวจีน คนขับรถแท็กซี่ที่ติดไข้หวัดไวรัสโคโรนา novel corona virus ไม่มีผู้ใดรังเกียจนักท่องเที่ยวจีน ไม่มีผู้ใดกล่าวร้ายทับถมคนจีน

เราพร้อมแสดงความห่วงใยจากใจและเอาใจช่วยเสมอมา ยังความซาบซึ้งใจให้กับผู้นำและประชาชนจีนเป็นอย่างยิ่ง

ตรงกันข้ามกับผู้นำสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป ออสเตรเลีย นอกจากจะไม่ได้แสดงความรู้สึกเศร้าสลดใจต่อการระบาดของโรคหวัดโคโรนาไวรัสใหม่ กลับแสดงความรังเกียจนักท่องเที่ยวจีนด้วยมาตรการต่างๆ เกินความพอดี เท่านั้นยังไม่พอ ยังแสดงความเห็นแก่ตัวโดยการกล่าวว่าโรคระบาดในจีนน่าจะทำให้คนอเมริกันมีงานทำมากขึ้น มีอัตราการว่างงานน้อยลง แสดงถึงความพ่ายแพ้ในการแข่งขัน พอใจที่โรคร้ายมาช่วยทำให้คู่แข่งเจ็บป่วย

คงจะเป็นความคิดของ โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำพรรครีพับลิกันเท่านั้น คงไม่ใช่ความคิดและความรู้สึกของประชาชนคนอเมริกันส่วนใหญ่ของประเทศ คนอเมริกันส่วนมากจะไม่ค่อยรู้เรื่องต่างประเทศมากนัก แม้แต่เรื่องประเทศตนเองก็ไม่สู้จะรู้เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในชนบทภาคกลางแถบตะวันตกของประเทศไม่มีความรู้เรื่องต่างประเทศเลย ส่วนมากจะเชื่อรัฐบาลของตนเป็นหลัก ต่างจากคนเอเชียและคนยุโรปที่ผู้คนมักจะสนใจรัฐบาลและประเทศมหาอำนาจ เช่น อเมริกา รัสเซีย จีน เป็นต้น

วันเปิดงานวันแรกหลังการเฉลิมฉลองของจีนเมื่อวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นจีนร่วงลงอย่างหนักถึง 8.7 เปอร์เซ็นต์ นับเป็นตลาดหุ้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด เช่นเดียวกับกรณีกับเมื่อครั้งเกิดโรคระบาดซาร์ส และเหตุการณ์ 911 ที่ดัชนีตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนัก แต่ก็เป็นเพียงเหตุการณ์ในระยะสั้น เมื่อสถานการณ์คลี่คลายไป ตลาดหุ้นก็ฟื้นคืนชีพกลับมาอย่างเดิม

แต่ที่น่าสังเกตก็คือแม้ดัชนีตลาดหุ้นที่เมืองจีนทุกตลาด รวมทั้งฮ่องกงและสิงคโปร์จะร่วงลงอย่างหนัก แต่ดัชนีของตลาดหุ้นไทยก็ยังคงยืนอยู่ได้ อาจจะเป็นเพราะว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ตกลงมาก่อนหน้านั้นแล้ว

นอกจากนั้น ความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุขกับสำนักงานอาหารและยา กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ องค์การเภสัชกรรมและผู้ผลิตหน้ากากทั่วประเทศ จะเร่งผลิตหน้ากากเพิ่มขึ้นและจะกระจายไปทั่วประเทศ รณรงค์ให้ประชาชนหันกลับมาใช้หน้ากากผ้าในส่วนงานที่ไม่เกี่ยวกับความเสี่ยงในการสัมผัสโรค จะได้ช่วยลดปริมาณการใช้หน้ากากอนามัยชนิดกระดาษที่ป้องกันเชื้อโรคโคโรนาไวรัสได้ถึง 2 แสนชิ้น เพราะหน้ากากชนิดนั้นมีไว้ให้ผู้ที่อาจจะมีเชื้อโรค ไม่หายใจรดคนอื่น ซึ่งอาจจะแพร่เชื้อโรคได้ ถ้าตนไม่มีเชื้อไข้ก็ไม่จำเป็นต้องใส่

ข่าวเรื่องการบริหารจัดการป้องกันและรักษาการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ของไทยได้รับการยกย่องจากจีนและเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก เมื่อเหตุการณ์นี้ผ่านไป เกียรติภูมิของบุคลากรทางการแพทย์นักวิทยาศาสตร์และกระทรวงสาธารณสุขของไทย คงจะสูงขึ้นไปอีกมาก

แต่เป็นที่น่าเสียใจที่ “การจัดการ” และ “ความปากเสีย” ของโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่เป็นที่ประทับใจผู้คนในจีนและประเทศในเอเชียตะวันออก ความขี้ขลาดและความเถื่อนของการทูตของประเทศมหาอำนาจชั้นหนึ่งอย่างสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้คนในส่วนอื่นของโลกมองอเมริกาอย่างดูหมิ่นในความไม่เป็นอารยะของผู้นำสหรัฐอเมริกา จนมีคนไทยหลายคนสงสัยว่าโรคระบาดอู่ฮั่นเป็นเชื้อโรคที่อเมริกาปล่อยออกมาเล่นงานจีนหรือเปล่า เพราะอเมริกาชอบคุยถึงอาวุธสงครามที่ต่อไปอเมริกาจะใช้เป็นอาวุธคือเชื้อโรคระบาดที่ชั่วร้าย

สงสัยกันไปโน่น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้เสียงชมขจร… เมื่อไทยร่วมมือกับจีนต้าน‘ภัยพิบัติ’แข็งขัน : โดย ไพรัช วรปาณิ
บทความถัดไปเกือบรอดอยู่แล้ว แต่เกมเพราะไก่ขัน ตำรวจทลายแก๊งหนีเข้าเมือง คาป่ากล้วย