จิตวิวัฒน์ : ฤดูกาลชีวิต : โดย ณัฐฬส วังวิญญู

จิตวิวัฒน์ : ฤดูกาลชีวิต : โดย ณัฐฬส วังวิญญู

จิตวิวัฒน์ : ฤดูกาลชีวิต : โดย ณัฐฬส วังวิญญู

มุมมองทางจิตวิญญาณของชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกันที่อาศัยบนพื้นราบในทวีปอเมริกาเหนือ โดยมากมองชีวิตของมนุษย์มีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปเป็นวงจรเหมือนกับฤดูกาลที่ดำเนินไปตามเหตุปัจจัยของธรรมชาติ กระบวนการเติบโตด้านในของมนุษย์ก็มีลักษณะหมุนเวียนจากสภาวะหนึ่งไปอีกสภาวะหนึ่ง เพื่อตอบสนองเติมเต็มความต้องการและธรรมชาติภายในของบุคคลให้สุกงอมและสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สุด
ระบบปรัชญานี้มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น วงล้อแห่งพลัง (Medicine Wheels) เครื่องปกป้องแห่งองค์รวมทั้งสี่ (Four Shields of Wholeness) จตุรทิศ (Power of Four Directions) ซึ่งมีเนื้อหาที่สามารถนำมาใช้ประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณของคนคนหนึ่งได้ ว่าอยู่ในสถานะหรือฤดูกาลไหนของชีวิต มีสิ่งใดที่ต้องทำให้หมดจดสมบูรณ์มากขึ้น เพื่อจะดำเนินชีวิตและการเรียนรู้ไปต่อในฤดูกาลต่อไป

ฤดูร้อน (สีแดง)

ภาวะพร้อม/แข็งแรง ในภาวะที่ดีจะเป็นผู้ที่มีความกระฉับกระเฉง ร่างกายแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า มีความติดดิน มีสัญชาตญาณที่ดี มีความขี้เล่น แสดงออกทางอารมณ์อย่างเปิดเผย มีสัมผัสทางกายที่ดี สัมผัสทางเพศดีมีเสน่ห์ มีความเป็นเด็ก สัมผัสโลกและธรรมชาติด้วยกายสัมผัสและผิวหนัง

ภาวะพร่อง/ป่วย มีภาวะของการเป็นเด็กที่บาดเจ็บ ยังไม่เติบโตและปฏิเสธการไปการเข้าสู่ชีวิตด้านในของการใคร่ครวญเพื่อสัมผัสความรู้สึกตัวเอง (ของฤดูใบไม้ร่วง) หากเป็นวัยทำงาน (ผู้ใหญ่) ก็จะเหี่ยวแห้งไร้แรงบันดาลใจ จะเป็นเด็กที่มีความวิตกกังวล เจ้าอารมณ์ เหวี่ยง กลัว เครียด ขี้อิจฉา รุนแรง ติดเซ็กซ์ เสพสุขแบบผิวๆ ไปเรื่อยๆ โลภ บริโภคนิยม ติดเกม เรียกร้องความสนใจ ชอบควบคุมและเอาแต่ใจตัวเอง มีภาวะพึ่งพิงติดคนอื่น ไม่รับผิดชอบ ติดวัตถุ เอาความพึงพอใจของตัวเองเป็นศูนย์กลาง หากไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ทั้งหลาย จะไม่สามารถพึ่งตัวเองได้ในยามที่คับขัน

ฤดูใบไม้ร่วง (สีดำ)

ภาวะพร้อม/แข็งแรง บุคคลจะสามารถทบทวนตัวเองได้ลึกซึ้ง และปรารถนาความสงัดและสงบในจิตใจ รู้สึกรักและเข้าใจความรู้สึกของตัวเองได้อย่างลึกซึ้ง มีสำนึกในการกระทำที่ดี สามารถฝันและรับสารจากบรรพชนได้ดี สามารถสละจากภาวะพึ่งพิงของวัยเด็กและมีความเป็นพ่อแม่ให้กับตัวเองได้ มีชีวิตด้านในที่มีพลังและทิศทางที่ชัดเจน

ภาวะพร่อง/ป่วย จมจ่อมในโลกของอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง ซึมเศร้าหม่นหมอง รู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มีบาดแผลลึกจากความรัก มีความสงสัยและล่องลอย ยึดติดความรู้สึกผิดและตำหนิตัวเอง อาจจะถึงกับคิดฆ่าตัวตายบ่อยๆ ดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผล ฝันร้าย ยากที่จะมองสิ่งต่างๆ อย่างสร้างสรรค์และเป็นบวก ไม่สามารถรักและยอมรับตัวเองได้ ซึ่งน่าจะทำให้ลำบากในการหลอมรวมหยินหยางภายในให้สมดุล หากด้านนี้ไม่สมบูรณ์จะทำให้พลังของทิศตรงข้าม ในที่นี้คือฤดูใบไม้ผลิอ่อนด้อยไปด้วย รวมทั้งทิศด้านข้างก็จะมีปัญหาทางอารมณ์และแก้ไม่ได้

ฤดูหนาว (สีขาว)

ในภาวะพร้อม/แข็งแรง เป็นสามารถตัดสินเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างมีวุฒิภาวะและเหตุผล ควบคุมตัวเองได้ กระทำการได้เหมาะสม เป็นชีวิตของการสมรส การเป็นพ่อแม่ การทำงานที่เป็นไปเพื่อครอบครัวและสังคม เป็นการกระทำการที่สอดคล้องกับจิตหรือครรลองของธรรมชาติ พฤติกรรมที่รับผิดชอบทางทางสังคม มีการสื่อสารที่ดีมีศิลปะ มองการณ์ไกลไปข้างหน้า มียุทธศาสตร์ ความห่วงใยที่มากที่สุดจะเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีของเยาวชน

ภาวะพร่อง/ป่วย ยึดติดกับบทบาทหน้าที่อย่างตายตัว เหมือนถูกเข้าสิง มีทัศนคติที่แข็ง ยึดระบบคุณค่าและความเชื่อแบบผู้ใหญ่ๆ โดยไม่ฉายภาพอื่น ฝังแน่นอยู่ในบทพ่อหรือแม่ ไม่ใคร่สนใจเรื่องเพศสัมพันธ์ เล่นไม่ค่อยเป็น ทำอะไรก็ต้องมีเหตุผลมาก หลงในความคิดหรือคำสอนดั้งเดิม ติดความเป็นทางการ ความเป็นนามธรรม มีมุมมองลบๆ และประชดประชัน ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์จะถูกกดเก็บไว้ราวกับอยู่ในหม้อต้มความดันที่พร้อมจะระเบิด การทำตามหน้าที่รับผิดชอบก็ดำเนินไปอย่างจืดชืด เลี้ยงความมืดหรือการกลับมาหาตัวเองด้านในด้วยการใช้สมองวิเคราะห์ความรู้สึก ยึดความมืออาชีพและกิจวัตรหรือจารีตเดิมๆ เด็กน้อยแห่งฤดูร้อนที่อยู่ด้านในถูกหลงลืม ไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงดูแล ไม่ได้รับการมองเห็น

ฤดูใบไม้ผลิ (สีเหลือง)

ในภาวะที่ดี จะมีจินตนาการ สร้างสรรค์ ริเริ่ม มีจิตวิญญาณ มีแรงบันดาลใจ อ่อนน้อมและเคารพ มองเห็นความศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตทั้งหลาย เห็นความหมายในสิ่งต่างๆ นำเอาแรงบันดาลใจและการฟื้นฟูมาสู่เหตุการณ์ต่างๆ ได้ดี เข้าถึงประสบการณ์ของการเป็นหนึ่งเดียวกันของธรรมชาติ มีมุมมองเข้าถึงความเร้นลับและรหัสนัยเหนือความโลกๆ

ภาวะพร่อง มองทุกอย่างบวกอย่างเดียว เห็นแต่แสงแต่ไม่เห็นความมืด โลกสวย ตะวันออกและไม่เคยตก ผีเสื้อโบยบินจากดอกไม้หนึ่งไปยังอีกดอกหนึ่ง ท้องฟ้าเริงระบำ ติดอยู่ในโลกและสำนึกรับรู้ราวฝันตลอดเวลา วนเวียนในประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ปรึกษาแก้ววิเศษร่ำไป ฝันหวาน เดินตัวเบาราวลอยจากพื้นโลก ไม่สนใจในเรื่องโลกๆ ในภาวะเช่นนี้ ชีวิตด้านในที่มีความมืดดำจะไม่ได้รับความใส่ใจอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงความเจ็บปวด ความเป็นเด็กน้อยของฤดูร้อนจะรู้สึกได้กลายเป็นเทพเทวาที่ไม่เรียนรู้เติบโตต่อไป ด้านเหตุผลของความเป็นผู้ใหญ่ของฤดูหนาว ก็ถูกข่มด้วยแสงแห่งความหวังที่ไร้การกระทำอย่างจริงจังและการควบคุมตัวเอง หากจะเยียวยาก็จำต้องกระทำในทิศตรงข้ามที่ขาดพร่อง นั่นคือฤดูใบไม้ร่วง แสงจำต้องหันมองความมืดที่อยู่เบื้องหลังตัวเอง

หากจะกล่าวโดยสรุป ลักษณะหรือศักยภาพเด่นของทั้งสี่แบบล้วนมีคุณประโยชน์ต่อการเติบโตด้านในของชีวิต แต่ถ้าบุคคลติดยึดอยู่กับด้านใดด้านหนึ่งจนมากเกินไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็จะทำให้ขาดสมดุลและเป็นโทษได้ การจะเคลื่อนชีวิตออกจากจุดที่ติดอยู่ต้องเริ่มจากการรู้ตัวว่าชีวิตเรากำลังอยู่ในภาวะไหน แล้วมีอะไรที่จำต้องกระทำมากขึ้นเพื่อให้ฤดูกาลนั้นของเราสมบูรณ์มากขึ้นเพื่อจะเคลื่อนต่อไปยังฤดูกาลต่อไปของชีวิต

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองทางจิตวิญญาณของชนเผ่าพื้นเมืองนั้นมองว่า ชีวิตดำเนินไปเป็นวงวัฏจักรเหมือนกับธรรมชาติที่ดำเนินไปตามฤดูกาล ที่ไม่ได้วนเวียนมาที่เดิม แต่เป็นการวิวัฒน์ไปเพื่อขยายขอบเขตของการรับรู้ เรียนรู้และสำแดงศักยภาพของธรรมชาติ

ณัฐฬส วังวิญญู
www.thaissf.org, twitter.com/jitwiwat

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไม่เลื่อนไม่เลิก! ศึกกีฬาเยาวชนแห่งชาติ – กกท.สั่งเข้มป้องกัน ‘โควิด-19’
บทความถัดไปรื่นร่มรมเยศ : คิดแบบคุณโทษและทางออก : โดย เสฐียรพงษ์​ วรรณปก