ธรรมยาตรา‘สร้างศาสนาทายาท’ สู่เเดนพุทธภูมิ 2563 วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สิงห์บุรี โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ที่ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3032 (สายสิงห์บุรี-สุพรรณบุรี) ระยะทางประมาณ 4 กม. สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่และยาวที่สุดของประเทศ สร้างมานานเก่าแก่จนไม่ทราบแน่ชัดว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีพุทธลักษณะแบบสุโขทัยที่มีความงดงามมาก มีความยาวทั้งสิ้น 1 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ และ 7 นิ้ว ลักษณะพระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ พระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก พระกรขวายื่นไปด้านหน้า ไม่งอพระกรขึ้นรับพระเศียร เหมือนแบบไทย นอกจากนี้ยังมีพระแก้ว พระกาฬ เป็นพระพุทธรูปนั่งศิลา ลงรักปิดทอง และพระนั่งขัดสมาธิเพชรอันศักดิ์สิทธิ์ และมีพุทธลักษณะงดงาม ด้านหน้าวิหารมีต้นสาละลังกาใหญ่ ต้นไม้สำคัญ ในพุทธประวัติ ผลิดอกบานสะพรั่งอยู่เสมอ ภายในตัววัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้บูชาหลายจุด ทั้งรูปปั้นหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่อยู่บริเวณหน้าทางเข้า วิหารเจ้าแม่กวนอิม ก่อนถึงทางเข้ามีสินค้าของฝากจากสิงห์บุรีหลากหลายชนิด

ประวัติหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ : หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ เป็นรูปของพระพุทธเจ้าปางไสยาสน์เทศนาปาฏิหาริย์ แก่อสุรินทราหู ผู้เป็นยักษ์ เพื่อลดทิฎฐิของอสุรินทราหู ที่ถือว่ามีร่างกายใหญ่โตกว่ามนุษย์ พระพุทธเจ้าจึงเนรมิตร่างกายให้ใหญ่กว่ายักษ์ “หลวงพ่อพระนอน” จึงเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ และยาว สร้างโดยท้าวอู่ทอง มีความยาว 1 เส้น 3 วา 2 ศอก 3 คืบ 7 นิ้ว (47.40 เมตร) พระเศียรชี้ไปทางตะวันออก หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ มีความงดงามอย่างมาก มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่าสิงหพาหุมีพ่อเป็นสิงห์ พอรู้ความจริงคิดละอายเพื่อนว่าพ่อเป็นสัตว์เดรัจฉานจึงฆ่าสิงห์ตาย ภายหลังรู้สึกตัวกลัวบาปและเสียใจเป็นอย่างมาก จึงสร้างพระพุทธรูป โดยเอาทองคำแท่งโต 3 กำมือ ยาว 1 เส้น เป็นแกนขององค์พระ เป็นการไถ่บาป และพระพุทธรูปมีอยู่ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชามาหลายชั่วอายุคน จนองค์หลวงพ่อพระนอนได้พังทลายลงเป็นเนินดิน กาลนานต่อมา ท้าวอู่ทองได้นำพ่อค้าเกวียนผ่านมาทางนี้แล้วพบแกนทองคำฝังอยู่ในเนินดิน และทราบเรื่องสิงหพาหุ เกิดความเลื่อมใสและเห็นเป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา จึงชักชวนพ่อค้าเกวียน ก่อสร้างพระพุทธรูปนี้ขึ้น โดยใช้ทองแท่งทองคำที่พบนั้นเป็นแกนองค์พระ จน พ.ศ.2297 และ พ.ศ.2299 พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้เสด็จมานมัสการและซ่อมแซมองค์พระพร้อมทั้งได้สร้างพระวิหาร พระอุโบสถ และเสนาสนะต่างๆ ขึ้นใหม่ พ.ศ.2423 และ พ.ศ.2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เสด็จมานมัสการ และวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2519 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จมานมัสการพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์จึงนับได้ว่า “หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์” เป็นปูชนียวัตถุที่ทรงไว้ซึ่งปาฏิหาริย์ล้ำค่า เป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ บริเวณหน้าวัดยังเป็นที่ตั้งของพุทธมณฑลจังหวัดสิงห์บุรี โดยจังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรีร่วมกันดำเนินการจัดสร้าง…“พุทธมณฑลประจำจังหวัด” โดยการพัฒนาที่สาธารณประโยชน์ให้เป็นที่สร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา สำหรับพุทธศาสนิกชนที่สนใจในการภาวนา ทางวัดยังมีการอบรมธรรมมะและวิปัสสนา ในวันที่ 4-10 ของทุกเดือนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ภายในบริเวณพระนอนจักรสีห์ ยังมี…“ตลาดต้องชม” ซึ่งเป็นตลาดที่ชาวบ้านและคนในชุมชนนำสินค้าที่ผลิตเอง เช่น พืช ผัก ผลไม้ น้ำพริก ผลิตภัณฑ์ปลาร้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัด สินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เสื้อผ้าสำเร็จรูป กระเป๋าถือ และของใช้ต่างๆ นำมาจำหน่ายในราคาเป็นธรรม ..

..
เจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ชื่อ “พระเทพปริยัติสุธี (ยงยุทธ ยุตฺตธมฺโม ป.ธ.9)” ตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี ฉายา ยุตฺตธมฺโม อายุ 64 ปี นามเดิม ยงยุทธ ทองสุข ถือกำเนิดวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2499 บิดาชื่อ นายมา ทองสุข มารดาชื่อ นางกี ทองสุข บ้านเลขที่ 56 หมู่ 2 ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร อุปสมบท เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2520 ณ วัดจระเข้ผอม ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร พระอุปัชฌาย์ : พระครูพิศิษฐ์ปัญญาภรณ์ วัดจระเข้ผอม ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร พระกรรมวาจาจารย์ : พระอธิการแบน จนฺทูปโม วัดรังนก ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร พระอนุสาวนาจารย์ : พระอธิการปรีชา อินฺทาโภ วัดโพธิ์ศรี ต.โรงช้าง อ.เมือง จ.พิจิตร วิทยฐานะ : การศึกษาสายสามัญ : สำเร็จการศึกษาประถมศึกษา ป.4 โรงเรียนวัดจระเข้ผอม การศึกษาสายปริยัติธรรม : พ.ศ.2520 สอบได้นักธรรมชั้นตรี วัดพรหมบุรี สำนักเรียนคณะจังหวัดสิงห์บุรี พ.ศ.2521 สอบได้นักธรรมชั้นโท วัดรางวาลย์ สำนักเรียนคณะจังหวัดสิงห์บุรี พ.ศ.2522 สอบได้นักธรรมชั้นเอก วัดรางวาลย์ สำนักเรียนคณะจังหวัดราชบุรี พ.ศ.2524 สอบได้ ประโยค 1.2 (วัดเจษฎาราม สมุทรสาคร) สำนักเรียนคณะจังหวัดสมุทรสาคร ใช้เวลา 9 ปี ปี พ.ศ. 2533 สอบได้ เปรียญธรรม 9 ประโยค (วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร) สำนักเรียนวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร ความรู้พิเศษ : เป็นอาจารย์สอน “วิชาวิปัสสนากรรมฐาน” มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ จังหวัดนครสวรรค์ ความชำนาญการ : มีความชำนาญการบรรยายธรรม การแสดงปาฐกถาธรรม ในการอบรมวิปัสสนากรรมฐานแก่พระภิกษุสามเณรและนักเรียน นักศึกษา งานปกครอง : พ.ศ.2534 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร พ.ศ.2541 เป็นเจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร พ.ศ.2541 เป็นเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี พ.ศ.2541 เป็น ประธานหน่วย อ.ป.อ. ประจำอำเภอพรหมบุรี พ.ศ.2543 เป็น พระอุปัชฌาย์ (วิสามัญ) พ.ศ.2545 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี พ.ศ.2546 เป็นรองหัวหน้าพระธรรมทูต สาย 2 พ.ศ.2552 เป็นรักษาการเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี พ.ศ.2552 เป็นเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี งานศึกษา : พ.ศ.2530-จนถึงปัจจุบัน เป็นกรรมการการตรวจธรรมสนามหลวง นักธรรม-บาลี และตั้งแต่ปี 2532-ถึงปัจจุบัน เป็นครูสอนปริยัติธรรมแผนกบาลี สำนักเรียนวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร พ.ศ.2540 เปิดทำการสอนพระปริยัติธรรม ณ วัดพระนอนจักรสีห์ พ.ศ.2541 เป็นผู้นำประโยคบาลีไปเปิดสอน ณ จังหวัดอุทัยธานี พ.ศ.2544 เป็นอาจารย์พิเศษสอนมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยศูนย์การศึกษา ห้องเรียนวัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี สถิติการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกนักธรรม-ธรรมศึกษา-แผนกบาลี สำนักศึกษา วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร พ.ศ.2541-2551 แผนกนักธรรม ตั้งแต่ประโยค ป.ธ. ถึง ประโยค ป.ธ.-9 ส่วนใหญ่จะสอบผ่านได้จำนวนมากในแต่ละปี งานศึกษาสงเคราะห์ : พ.ศ.2541 : ตั้งกองทุนการศึกษาสงเคราะห์นักเรียนประถมศึกษาวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี พ.ศ.2547 เป็นต้นมา จะมีการมอบทุนการศึกษา แจกทุนนักเรียนชั้นประถมศึกษา แจกทุน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา แจกทุน นักศึกษาชั้นอุดมศึกษา (ทุนปริยัติธรรม) ศูนย์การศึกษาพระศาสนาวันอาทิตย์ วัดพระนอนจักรสีห์ อ.จักรสีห์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ฯลฯ เป็นต้น ทุนตั้งแต่รายละ 300 บาท ถึงรายละ 10,000 บาท ในแต่ละปีอย่างสม่ำเสมอจนถึงปัจจุบัน สมณศักดิ์ : พ.ศ.2536 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระเมธีปริยัติโยดม พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระราชกิตติเมธี พ.ศ.2555 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระเทพปริยัติสุธี

อนึ่ง นอกจากศาสนกิจต่างๆ ที่กล่าวข้างต้น ได้จัดทำ “โครงการธรรมยาตราและปฏิบัติธรรมเพื่อเจริญพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ภายใต้ “แผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา พ.ศ.2560-2564” ฝ่ายเผยแพร่ จังหวัดสิงห์บุรี…โดยมี “พระเทพปริยัติสุธี” เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานกรรมการเผยแพร่ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการพระพุทธศาสนา พ.ศ.2560-2564 ระดับจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี หลักการและเหตุผล ดังนี้ ด้วยศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 95 นับถือศาสนาพุทธ และนำหลักธรรมของพระพุทธศาสนามาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ พระพุทธศาสนายังเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยให้เป็นหนึ่งเดียว เกิดความรัก ความสามัคคี มีเมตตากรุณาต่อกัน ดังนั้น พระพุทธศาสนาจึงมีบทบาทสำคัญในวิถีของคนไทย โดยมี…พระภิกษุ สามเณร เป็นผู้สืบทอด และเผยแผ่พระพุทธศาสนา สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะองค์กรดูแลเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาได้จัดทำแผนแม่บทเผยแผ่พระพุทธศาสนา พ.ศ.2560-2564 โดยกำหนดวิสัยทัศน์ว่า… “การเผยแผ่พระพุทธศาสนามีประสิทธิภาพ พุทธศาสนิกชนดำรงหลักพุทธธรรม นำสังคมสู่สันติสุข” และกำหนดพันธกิจ : ให้มีการสนับสนุน การเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ครอบคลุมทุกมิติ พร้อมทั้งพัฒนา “บุคลากร ผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา” สู่ความเป็นมืออาชีพ ซึ่งการกำหนดเรื่องการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเนื่องจาก…จำนวนศาสนาทายาทลดลงเป็นอย่างมาก ประกอบกับพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาทายาทประพฤติผิดพระธรรมวินัย ส่งผลให้เกิดวิกฤตศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพระภิกษุและสามเณร จากการวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ศาสนาทายาทลดลงและพระภิกษุสามเณรประพฤติผิดพระธรรมวินัย : เนื่องจากพระภิกษุ-สามเณรมีพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน ระดับการศึกษาแตกต่างกัน เหตุจูงใจในการบรรพชาและอุปสมบทแตกต่างกัน การบรรพชาและอุปสมบททำได้ง่าย พระบวชใหม่ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยตามหลักสูตรที่กำหนด ส่งผลให้พระบวชใหม่ไม่เห็นประโยชน์ของการบวช ถ้าไม่แก้ไขจะทำให้ประชาชนไม่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ไม่อยากบรรพชาและอุปสมบทศาสนาทายาทจึงลดลง การเผยแผ่พระพุทธศาสนาไม่ประสบความสำเร็จ

แนวทางแก้ปัญหา ต้องเร่งรัดสร้างศรัทธาให้เกิดแก่ประชาชนเห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนา โดยสร้างศาสนาทายาทที่มีคุณภาพรวมทั้งพัฒนาสร้างศาสนาทายาทที่มีความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและนำความรู้ไปเผยแผ่แก่ประชาชนในจังหวัดสิงห์บุรี ทางคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับจังหวัดสิงห์บุรี สำนักวัฒนธรรมจังหวัดและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสิงห์บุรี ได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น โดยให้พระภิกษุและสามเณรนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเทศนาโปรดญาติโยมพุทธบริษัทตามวัดต่างๆ ในจังหวัดสิงห์บุรีที่พระภิกษุและสามเณรพำนักขณะเดินธุดงค์ …

นอกจากนี้ยังมีการปฏิบัติธรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่…”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอีกด้วย ซึ่งนโยบายนี้สอดคล้องกับนโยบายของศูนย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ประชุมคณะกรรมการเผยแผ่และพุทธศาสนาในเขตปกครองจังหวัดสิงห์บุรี ได้มอบให้ “วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร”…เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการในครั้งนี้เป็นปีที่ 5 ชื่อว่า… “โครงการธรรมยาตรา สร้างศาสนาทายาทสู่แดนพุทธภูมิ ปีที่ 5 วันที่ 16 พฤษภาคม-2 กรกฎาคม 2563”…”เส้นทางธุดงค์บนเขาหิมาลัย” ความสูงกว่า 3,500 เมตร ระยะทาง 700 กิโลเมตร…โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้พระภิกษุ-สามเณรได้มีการตื่นตัวพัฒนาตัวเอง 2) เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในหัวข้อ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” และสนองนโยบายของมหาเถรสมาคมในหัวข้อ “พุทธศาสนามั่นคง ดำรงศีลธรรม นำสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืน” 3) เพื่อพัฒนาศาสนาทายาทที่มีคุณภาพให้ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา 4) เพื่อพัฒนาศาสนาทายาทให้มีความสามารถในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและต่างประเทศ 5) เพื่อสร้างเครือข่ายเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่วัดและญาติโยม พุทธบริษัทในท้องถิ่นที่จาริกผ่านให้เพิ่มขึ้น 6) เพื่อให้พระภิกษุและสามเณรได้ปฏิบัติธุดงค์วัตร 7) เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา รูปแบบ เถรวาทให้ประชาชนได้เข้าใจรูปแบบในการปฏิบัติ 8) เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพระภิกษุและสงฆ์เถรวาทชาวต่างชาติและในประเทศอินเดีย 9) เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและพัฒนาด้านการศึกษาของพระภิกษุสามเณรของทั้งสองประเทศ เป้าหมาย ด้านปริมาณ : พระภิกษุ ฆราวาส รวมจำนวน 120 คน ด้านคุณภาพ : พุทธศาสนิกชนเกิดความเลื่อมใสและศรัทธาในพระพุทธศาสนา

โครงการธรรมยาตราสร้างศาสนาทายาทสู่แดนพุทธภูมิเป็นจัดธุดงค์เส้นทางตอนเหนือของประเทศอินเดียตามเส้นทางเผยแผ่พระศาสนาในอดีตแถบเทือกเขาหิมาลัย ในครั้งนี้จัดเป็นปีที่ 5 โดยการนำของ “พระเทพปริยัติสุธี” เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี เจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ตามแผนและโครงการ พ.ศ.2560-2564 ดังกล่าว เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีประสิทธิภาพให้มีคุณภาพ เห็นคุณค่าในพระพุทธศาสนาและสร้างศรัทธาและความเลื่อมใสในหลักธรรมคำสั่งสอนแก่พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ โครงการนี้ยังได้รับความเมตตาจาก… “องค์ทะไลลามะ” ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบต ณ เมืองดารัมซาล่า และได้รับความร่วมมือเอื้อเฟื้อตลอดมาจาก ท่านสังฆเสนา ประธานผู้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติ เมืองเลห์ลาดักห์ ประเทศอินเดีย กำหนดแจ้งความจำนงร่วมโครงการ : ระหว่างวันที่ 1 มกราคม- 30 มีนาคม 2563 ขอรายละเอียดและใบแจ้งความจำนงได้ที่วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี โทร 06-1536-2278, ID Line : 06-1536-3378 การรายงานตัว และเข้าร่วมโครงการ (พระภิกษุ) ระหว่างวันที่ 10-15 มีนาคม 2563 ณ สำนักงานโครงการธรรมยาตรา วัดพระนอนจักรสีห์ฯ อำเภอเมือง จ.สิงห์บุรี กำหนดปฏิบัติของโครงการ : การปฏิบัติธรรมกรรมฐาน (พระภิกษุ) วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร จ.สิงห์บุรี วันที่ 16 มีนาคม- 10 พฤษภาคม 2563 รวม 55 วัน การเดินธุดงค์ในจังหวัดสิงห์บุรี วันที่ 20 เมษายน-10 พฤษภาคม 2563 รวม 20 วัน การปฏิบัติธรรมวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร (ฆราวาส) วันที่ 1-10 พฤษภาคม 2563 รวม 10 วัน ธรรมยาตราประเทศอินเดีย วันที่ 16 พฤษภาคม-2 กรกฎาคม 2563 รวม 45 วัน ตามเส้นทาง พุทธคยา-สารนาถ-นิวเดลี-ดารัมซาล่า-มัลดี-กูร-มะนารี-โรตัง-เลห์ ดาลักห์

ท้ายสุดนี้ เชิญชวนพระภิกษุสามเณรและประชาชนผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาที่มีสุขภาพแข็งแรงในจังหวัดสิงห์บุรี ขอรายละเอียดได้ที่วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ผลที่คาดว่าจะได้รับ พระภิกษุสามเณรและประชาชนมีโอกาสเข้าร่วมศาสนกิจ วันสำคัญ-เข้าร่วมช่วยกันส่งเสริมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติให้ดำรงอยู่สืบต่อไป พระภิกษุสามเณรได้มีสถานที่สำหรับฝึกการเทศนาและแสดงธรรมแก่ญาติโยม ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการเผยแผ่ศาสนามากขึ้น และเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในการสร้างประเทศมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ส่งผลให้ประชาชน สังคม และประเทศชาติมีความสงบและเกิดสันติสุขมากยิ่งขึ้น ไงเล่าครับ..

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มือดี ถวายหัว RPG ศาลปู่หลวงไทรงาม ชาวบ้านตกใจแจ้งผู้ใหญ่บ้าน เร่ง EOD เก็บกู้
บทความถัดไป“บลูมเบิร์ก” ถอนตัว หันมาหนุน “ไบเดน” เป็นตัวแทนเดโมแครต สู้ศึกโค่น “ทรัมป์”