เดินหน้าชน : มันคือใคร : โดย ทรงพร​ ศรีสุวรรณ

เดินหน้าชน : มันคือใคร : โดย ทรงพร​ ศรีสุวรรณ

เดินหน้าชน : มันคือใคร : โดย ทรงพร​ ศรีสุวรรณ

เวทีของนิสิตนักศึกษาสถาบันต่างๆ หรือกิจกรรมแฟลชม็อบ มีเสียงเรียกร้องหลักๆ คือ

1.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ รับฟังความคิดเห็นประชาชนและทำประชามติ

2.นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง

3.ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระที่มาจากการแต่งตั้งจากการรัฐประหารต้องลาออก

ส่วนฟากการเมืองก็มีเสียงเรียกร้องให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตยเช่นกัน

เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หยุดสืบทอดอำนาจ

ทั้งยังมีเสียงเรียกร้องให้ปรับ ครม. เอาคนที่ภาพลักษณ์ไม่ดีออกไป

เสียงเรียกร้องเหล่านี้มีมาเป็นระยะ แต่มาโหมกระหน่ำดังกระหึ่มภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการยุบพรรคอนาคตใหม่

ยังมีเสียงเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล หลังมีข่าวการกักตุนหน้ากากอนามัย

เสียงเรียกร้องที่เกิดขึ้น ย่อมมีเหตุมาจากวิกฤตศรัทธาในรัฐบาล และไม่เชื่อมั่นผู้นำ

กล่าวหาว่า ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา นับจากรัฐบาล คสช. จนถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารงาน

กล่าวหากันว่า ทำงานไม่เป็น ดีแต่แจกเงิน ไร้ฝีมือในการบริหารจัดการ และจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาค่าครองชีพที่ยังเป็นปัญหาต่อเนื่อง

ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ภาคอีสาน โดยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแก้ไขปัญหาและการช่วยเหลือประชาชนไม่ทันท่วงที

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้วิกฤตศรัทธาที่มีต่อรัฐบาลเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทั้งปัญหาการรับมือ ป้องกัน และปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน ราคาแพงและหาซื้อไม่ได้

ยังมีเรื่องของการกักตัวบุคคลที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส ที่สับสนอลหม่าน ถูกกล่าวหาว่า ไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน บางคนถูกกัก บางคนกลับปล่อยให้เอ้อระเหย

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการตรวจหาเชื้อ การให้ข่าวที่ไม่ค่อยตรงกัน ทั้งที่รัฐบาลและหน่วยงานราชการ จะต้องเป็นหลักในการรับมือ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ

เมื่อการสื่อสารและรับมืออย่างสับสน ต่างคนต่างทำ ไม่เป็นระบบ ยิ่งให้ประชาชนหวาดกลัว และไม่มั่นใจว่า จะปลอดภัยภายใต้มาตรการของรัฐบาล

ซึ่งวิกฤตปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้ แม้แต่คนที่เคยชื่นชอบรัฐบาลหลายคนยังรับไม่ได้

ทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ “บิ๊กตู่” ต้องเด็ดขาดในการแก้ปัญหา ทำให้ประชาชนที่ไม่เชื่อมั่นกลับมาเชื่อมั่น และวางใจว่าจะปลอดภัย

ปัญหาเรื่องหน้ากากอนามัย ที่มีข้อหาครหาเรื่องการลักลอบส่งออก จนทำให้เกิดขาดแคลนภายในประเทศนั้น แม้จะมีการย้าย วิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ไปปฏิบัติราชการสํานักนายกรัฐมนตรี ก็คงไม่เพียงพอ

“บิ๊กตู่” ต้องสืบสวนสอบสวนในทางลับ หรือตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า อะไรที่ทำเป็นเหตุให้หน้ากากอนามัยขาดแคลน มีขบวนการลักลอบส่งออกจริงหรือไม่

ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด โดยไม่มีการลูบหน้าปะจมูก

หากการลักลอบส่งออกมีจริง ก็จะได้รู้ว่า มันคือใคร ที่เห็นแก่ตัวและหาประโยชน์จากความทุกข์ยากของประชาชน

รวมถึงกรณีที่มีแฉว่า มีคนใกล้ชิดรัฐมนตรีเป็นคนรับส่วนต่างจากบริษัทที่ส่งออกหน้ากากอนามัยไปยังต่างประเทศ ก็ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนเช่นกัน

เพื่อจะได้รู้ว่า เป็นเรื่องจริงหรือไม่ และมันคือใคร

ทรงพร ศรีสุวรรณ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“อุตตม” หารือ “สมคิด”เร่งออกมาตรการดูแลเศรฐกิจจากโควิด-19 ระยะที่ 2 ช่วยประชาชนทุกกลุ่ม
บทความถัดไป‘รัฐมอญ’ ห้ามรถยนต์ขึ้น ‘พระธาตุอินทร์แขวน’ หวังสกัดโควิด