ภาพลักษณ์การเมือง หน้ากากอนามัยถึงไข่แพง กับ‘ประชาธิปัตย์’

ภาพลักษณ์การเมือง หน้ากากอนามัยถึงไข่แพง กับ‘ประชาธิปัตย์’

ภาพลักษณ์การเมือง หน้ากากอนามัยถึงไข่แพง กับ‘ประชาธิปัตย์’

พรรคประชาธิปัตย์ในยุคของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กำลังกลายเป็น “ตำบลกระสุนตก” หนักหนา สาหัสในทางการเมือง

จากกรณี “หน้ากากอนามัย” ถึง “ไข่แพง”

เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีความจำเป็นกับยุคสมัยแห่งการประกาศภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด

มาตรการนี้จึงเท่ากับ “ตรวจสอบ” งานกระทรวงพาณิชย์

เป็นกระทรวงพาณิชย์ในความรับผิดชอบของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นกระทรวงพาณิชย์ในมือของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

เหมือนกระทรวงสาธารณสุขในมือของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล

แต่ปัญหาอันเกิดกับกระทรวงพาณิชย์แตกต่างไปจากกระทรวงสาธารณสุขตรงที่มิได้เป็นปัญหาอันมาจากภายนอกอย่างเดียว

ตรงกันข้าม เป็นปัญหาจาก “ภายใน”

คําว่าปัญหา “ภายใน” ในที่นี้มิได้เน้นที่ภายในของรัฐบาล หากแต่เน้นที่ภายในของพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นด้านหลัก

นั่นก็คือ การบริหารจัดการของพรรคประชาธิปัตย์

ไม่ว่าระหว่าง รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ กับ ที่ปรึกษา ไม่ว่าระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ กับ อธิบดี

เกิดข้อครหา กลายเป็นเรื่องอื้อฉาว

อื้อฉาวกระทั่งมีการฟ้องร้องระหว่างกรมการค้าภายในกับคนของกรมศุลกากร อื้อฉาวกระทั่งมีการเปิดโปงว่ามีคนของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเกี่ยวข้อง

จึงเกิดมีการทำหนังสือให้มีการสอบสวนภายในพรรคประชาธิปัตย์

เป็นการสอบสวนที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนหนึ่ง ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรค

ตรงนี้เป็นเรื่อง “อ-ปรกติ” ตรงนี้เป็นเรื่อง “ไม่ธรรมดา”

พลันที่ปัญหาการขาดแคลน “หน้ากากอนามัย” ขยายไปยังปัญหาการขาดแคลน “เจลล้างมือ” และเรื่องอื้อฉาวกรณี “ไข่แพง”

ผลก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ “รับเละ”

ผลก็คือ มีการรื้อฟื้นมาตรการของพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่อง “ชั่งไข่” มีการรื้อฟื้นภาวะขาดแคลน “น้ำมันปาล์ม”

ล้วนเป็นฝีมือของพรรคประชาธิปัตย์

จากยุคที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค ยาวมายังยุคของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค

สะท้อนประสิทธิภาพ สะท้อนฝีมือ

ขณะเดียวกัน เมื่อคำนึงถึงสโลแกนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการสร้าง “ประชาธิปไตยสุจริต” เข้าไปแทนที่ “ประชาธิปไตยทุจริต”

ภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ก็สะเทือน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทั่งรัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินจึงยิ่งไล่ต้อนพรรคประชาธิปัตย์อย่างรุนแรง ล้ำลึก

นำไปสู่การตั้งรับ มากกว่าจะรุก

ความอื้อฉาวนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อสถานะของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หากกระเทือนต่ออนาคตทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์

หากมีการเลือกตั้งผลจะออกมาอย่างไร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เผย กมธ.ปราบโกง ยังไม่งดประชุม ชี้ สภาฯใช้มาตรการเข้มคัดกรองคนเข้า-ออก
บทความถัดไปด่วน! สธ.เผยแล้ว “โควิด-19” คร่าคนไทยอีก 2 ราย ป่วยใหม่ 136 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 1,524 ราย