หน้าแรก บทความ รื่นร่มรมเยศ ...

รื่นร่มรมเยศ : สร้างปีติและสุขในการทำงาน : โดย เสฐียรพงษ์​ วรรณปก

19.04.20 | 14:30 น.
รื่นร่มรมเยศ : สร้างปีติและสุขในการทำงาน : โดย เสฐียรพงษ์​ วรรณปก

รื่นร่มรมเยศ : สร้างปีติและสุขในการทำงาน : โดย เสฐียรพงษ์​ วรรณปก

หลายวันก่อนเอารถไปเข้าอู่ รถมันมีเสียงดังกริ๊งๆ เวลาเครื่องติด กลัวชิ้นส่วนอะไรจะหลุดขณะขับ จึงแวะเข้าอู่ที่รู้จักคุ้นเคยกัน

เวลารถไม่ปกติซึ่งผมอยากจะเรียกว่า “รถป่วย” เจ้าของรถก็น่าจะต้องรีบพาไปหา “หมอรถ” รักษาพยาบาล แต่ส่วนมากมักไม่ค่อยรีบร้อน “เอาไว้ก่อน ยังไม่ว่าง ไว้สองสามวันค่อยเอาไป” อย่างนี้ทุกที

แต่ก่อนก็คิดอย่างนี้ จนเพื่อนที่เป็น “หมอรถ” บอกว่า ถ้ารู้ว่ามีอะไรผิดปกติอย่ารอช้า รีบนำมาเช็กเลย เพื่อจะได้รู้ว่ามันผิดปกติ หรือเสียตรงจุดไหน จะได้แก้ไขทันท่วงที ผมเชื่อเพื่อนจึงทำตามเสมอมา ดังเช่นวันนี้

เพื่อนผมแกดูนั่นดูนี่อยู่ตั้งนานก็หาสาเหตุไม่พบ แต่แกก็ไม่หงุดหงิดหรืออารมณ์เสียแต่อย่างใด ดูไปฮัมเพลงเบาๆ ไปด้วย ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ ผมเสียอีกที่ยืนรออยู่กลับรำคาญ “เมื่อไรมันจะเสร็จซักทีวะ ร้อนก็ร้อน”

Advertisement

“เอ…มันเป็นที่ตรงไหนกันวะ” เพื่อนบ่นพลางฮัมเพลง (ค่อนข้างเก่า) ของเบิร์ด “สบาย สบาย” ใช่ แกสบายใจจริงๆ ซ่อมรถไปร้องเพลงไป

ในที่สุดแกก็ร้องว่า “เจอแล้ว ไอ้นี่เองที่ทำให้เกิดเสียงดัง” ขลุกขลิกๆ อยู่ใต้ท้องรถพักหนึ่ง ก็หันมายิ้มกว้างกับผม บอกว่า ทุกอย่างเรียบร้อย

ดูการทำงานของเพื่อนแล้วทำให้ได้คิดว่า เพื่อนมีปีติและความสุขในการทำงานอย่างยิ่ง

ปีติคืออะไร สุขคืออะไร ต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไร

คำถามนี้ดูก็ธรรมดาๆ แต่จะตอบให้แจ่มแจ้งดูจะยากมาก เพราะไม่ค่อยมีใครคิดว่ามันต่างกันอย่างไร เวลาเราดีอกดีใจเราก็เรียกรวมๆ ว่า “มีปีติ มีความสุข” อย่างเช่นบอกรักสาว สาวรับรักเรา เราก็รู้สึกปลื้มปีติ หรือมีความสุขมากที่สุดในโลก ความรู้สึกปีติกับรู้สึกเป็นสุขมันก็ “ครือๆ กัน” นะ ผมว่า

แต่พอไปเปิดคัมภีร์พระศาสนาแล้ว ท่านบอกว่าปีติกับสุขไม่เหมือนกัน แต่เกี่ยวเนื่องกัน ปีติคือความอิ่มใจ สุขคือความสบายใจ ท่านยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมดังนี้

กระทาชายนายหนึ่งเดินฝ่าเปลวแดดอันร้อนระอุ สิ้นระยะทางยาวไกล มองไปข้างหน้า เห็นสระน้ำใหญ่แห่งหนึ่งและมีต้นไม้ใหญ่ ต้นหนึ่งอยู่ใกล้ๆ สระ ก็ดีใจว่าจะได้ลงอาบน้ำและนั่งพักผ่อนใต้ต้นไม้ให้หายร้อน

พอไปถึงก็ลงไปอาบน้ำชำระกายในสระน้ำ ขึ้นมานอนพักผ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ ท่ามกลางกระแสลมพัดเบาๆ สักพักแล้วก็ออกเดินทางต่อไปยังที่หมาย

ความดีใจทันทีที่มองเห็นสระน้ำและต้นไม้ใหญ่อย่างข้างหน้า เรียกว่า “ปีติ”

ความสุขสบายผ่อนคลายหลังจากได้อาบน้ำและนอนพักผ่อนใต้ร่มไม้ เรียกว่า “สุข”

ปีติมาก่อนสุข ทั้งปีติและสุขต่างเกิดขึ้นสืบเนื่องกัน ปีติและสุขเป็นผลจากการทำงานสำเร็จ หรือได้รับผลจากการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

นักทำงานบางท่านให้คำแนะนำว่า ถ้าอยากให้งานที่ทำก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ให้สร้างปีติและสุขในงานบ่อยๆ

วิธีสร้างปีติและสุขในงานได้บ่อย ก็จะต้องวางเป้าหมายหรือ “จุดสำเร็จ” ไว้ถี่ๆ อย่าวาง “จุดสำเร็จ” ไว้ห่างนัก

สมมุติว่าเราเป็นนักเขียน ต้องการเขียนหนังสือสักเล่มหนึ่งอย่าวางเป้าหมายว่าจะเขียนให้จบทั้งเล่มภายใน 9 ปี เพราะกว่าจะเสร็จ กว่าจะได้ปลื้มและมีความสุขจากความสำเร็จก็ต้องรอเป็นปี มันนานเกินไป

ทางที่ดีควรกำหนดว่า สัปดาห์หนึ่งจะเขียนให้เสร็จเท่านั้นเท่านี้บท พอเสร็จตามเป้าหมายแล้ว เราก็จะมีความอิ่มใจและสุขในความสำเร็จนั้น แล้วก็วางเป้าหมายขั้นต่อไปอีก ทำเสร็จตามกำหนดแล้วก็มีปีติ และสุขในความสำเร็จนั้นอีก

โดยวิธีนี้เราจะไม่ท้อใจในการทำงาน ไม่ว่างานจะใหญ่จะยากเพียงใดก็ตาม เพราะเราสามารถสร้างความอิ่มเอมใจและความสุขได้ทุกขั้นตอนของการทำงาน