บันไดการเมือง ผ่าน‘20 มหาเศรษฐี’ ผ่อนคลายล็อก

บันไดการเมือง ผ่าน‘20 มหาเศรษฐี’ ผ่อนคลายล็อก

บันไดการเมือง ผ่าน‘20 มหาเศรษฐี’ ผ่อนคลายล็อก

มีสัญญาณปรากฏขึ้นมากมายถึงแนวโน้ม และความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะดำเนินการ “คลายล็อก” ให้ผ่อนเบาลงอย่างเป็นขั้นตอน

อ่านจาก 1 ท่าทีของจังหวัดบางจังหวัด

โดยเฉพาะจังหวัดที่มีปริมาณการประกอบการในทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ เข้มข้น ทั้งในปริมณฑล และที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจ

อ่านจาก 1 ความมั่นใจของธุรกิจ “ค้าปลีก”

หากไม่มีความมั่นใจในระดับเกินร้อยละ 70 ขึ้นคงไม่ถึงกับประกาศแจ้งต่อ “ลูกค้า” ว่าจะดำเนินการ ตามปกติในวันที่ 1 พฤษภาคม

อ่านจาก 1 กระแสการหวนคืนเมือง หวนคืน กทม.

เพียงภาพรถที่ติดกันยาวเหยียดบนถนนมิตรภาพจนกลายเป็นปัญหาการจราจรก็แจ่มชัดแล้วว่า ผู้คนคิดนึก ตรึกตรองอย่างไร

ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นสัญญาณจาก “20 มหาเศรษฐี”

สัญญาณอันสัมพันธ์กับ 20 มหาเศรษฐี ส่งตรงมาจากทำเนียบรัฐบาล ส่งตรงมาจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เหมือนกับเป็นมิติ มาตรการใหม่

ไม่ใช่หรอก ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีมาอย่างยาวนานและดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

สัมผัสได้จากแนวทาง “ประชารัฐ”

พลันที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ามาแทนที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ในเดือนสิงหาคม 2558 การเชื่อมต่อระหว่าง “เจ้าสัว” กับ “รัฐบาล” ก็แนบแน่น

คำว่ารัฐบาล “เอื้อนายทุน” เห็นชัดตั้งแต่ตอนนั้น

การจะทำหนังสือถึง 20 มหาเศรษฐี เพื่อขอคำแนะนำ เพื่อขอความร่วมมือจึงมิได้เป็นเรื่องแปลก จึงมิได้เป็นปรากฏการณ์ใหม่

เพียงแต่เด่นชัดขึ้นในลักษณะอันเป็น “ทางลง”

ความเด่นชัดในที่นี้คือ การยอมรับในความผิดพลาดและความล้มเหลวจากมาตรการ “เข้ม” ที่ปฏิบัติในเดือนมีนาคม โดยมี กทม.เป็นสารตั้งต้น

ผลเป็นอย่างไร สัมผัสได้เรื่องแล้วเรื่องเล่า

ตั้งแต่ภาพของชาวบ้านที่ผิดหวังจากโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” ไปปรากฏตัว ณ กระทรวงการคลัง ด้วยความโกรธอย่างรุนแรง ล้ำลึก

ไปยังภาพการเข้าแถวยาวเหยียด วันแล้ววันเล่า

ไม่ว่าจะเป็นภาพจากเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นภาพจากนครราชสีมา ไม่ว่าจะเป็นภาพบนถนนเพชรเกษม ไม่ว่าจะเป็นภาพบนถนนดอนเมือง

รวมถึงการไปรวมตัวกัน ณ สวนลุมพินี

ต่อให้มีความพยายามปิดบังไม่ให้เล็ดลอดเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาลอย่างไร ทุกอย่างล้วนเห็นชัดถนัดตา

ล้วนเป็นภาพแห่งความเดือดร้อน ภาพแห่งความยากไร้ ขาดแคลน

ภาพเหล่านี้นับวันยิ่งฉายชี้ให้เห็นว่าสาเหตุอย่างแท้จริงล้วนมาจากมาตรการ “เข้ม” ซึ่งประกาศออกมาโดยมิได้มีการวางแผน มีการตระเตรียม

ผลก็คือ การปิดกิจการอย่างฉับพลันทันใด

ผลก็คือ ได้กลายเป็น “โดมิโน” ในทางธุรกิจ ก่อภาวะคนตกงานอย่างฉับพลันทันใด นำไปสู่การอพยพอย่างอึกทึกครึกโครม

นั่นคือ ปัญหาที่จะต้องอาศัย “เจ้าสัว” มาเป็นเครื่องช่วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ธนาธร ยันไม่รู้ ‘แม่สมพร’ มหาเศรษฐีนายกฯส่ง จม.ถึง-ฝากบอก รบ. อย่าให้ ปชช.อดตาย
บทความถัดไปเอปสัน แต่งตั้ง ‘ยรรยง มุนีมงคลทร’ เป็นผู้อำนวยการบริหารชาวไทยคนแรกในภูมิภาค