หน้าแรก บทความ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : ปากเป็นเอกฯ โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

27.04.20 | 13:30 น.

ในความเห็นส่วนตัว ผมว่า โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐอเมริกา มีคุณลักษณะตามสุภาษิตไทยโบราณที่ว่า “ปากเป็นเอก เลขเป็นโทฯ” สมบูรณ์ที่สุดคนหนึ่งในบรรดาผู้นำโลกในปัจจุบัน

คนไทยยุคโน้น ถือ “ปาก” หรือคำพูดที่ออกจากปากของแต่ละคนว่ามีความสำคัญสูงที่สุด จะดีจะชั่วก็ตรงปากนี่แหละครับ

มีตัวอย่างให้เห็นครับ เรื่องราคาน้ำมันดิบสหรัฐ ที่ร่วงลงจนติดลบนั่นแหละ

ทางออกอย่างอื่นไม่มี ทำไม่ได้ ติดขัดไปทั้งหมด คุณทรัมป์ใช้ปากของแกนี่แหละแก้ปัญหา

สั่งทหารเรือสหรัฐให้ยิงถล่มเรืออิหร่านในอ่าวเปอร์เซียได้ถ้าหากเข้ามายุ่มย่าม เท่านั้นแหละราคาน้ำมันที่เคยติดลบก็ไต่ขึ้นกระดืบๆ มาสองวันติด

Advertisement

นักการตลาดในวงการค้าน้ำมันบอกว่า นี่คือกลวิธีปั่นราคาน้ำมันที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดากรรมวิธีทั้งหลาย ได้ผลในระยะสั้นๆ แต่ก็ถือว่าได้ผล

ทรัมป์เป็นนักธุรกิจ เป็นนักเจรจาต่อรอง รู้จักกลยุทธ์เก่าเก๋ากึ๊กนี่ดี

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ “ปาก” ของทรัมป์ คือ แกไม่เคยเป็นหมอ ไม่เคยเป็นนักวิทยาศาสตร์ ตรงกันข้ามกับ อังเกลา แมร์เคิล นายกฯเยอรมนี ที่เรียนทั้งฟิสิกส์ ทั้งเคมี จนจบดอกเตอร์ทางควอนตัมเคมีก่อนเล่นการเมือง

ในการกล่าวสรุปสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ทรัมป์ถึงได้หลุดข้อเสนอที่สร้างความแตกตื่นให้เกิดขึ้นทั้งโลกออกมา ถึง 2 อย่าง

อย่างแรกก็คือ การเสนอว่า นักวิจัยอเมริกัน โดยเฉพาะในสังกัดของกระทรวงเพื่อความมั่นคงภายในมาตุภูมิ (ดีเอชเอส) ควรไปหาทางทำให้สามารถนำเอาแสง “อัลตราไวโอเลต” (ยูวี) หรือ “แสงอะไรก็ได้แต่ต้องแรงๆ” เข้าไปฉายในร่างกายผู้ป่วย เพื่อ “ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19”

ต่อเนื่องจากข้อเสนอที่ทำให้ นักวิทยาศาสตร์ ผู้คนในแวดวงแพทย์ ทั้งหลายทั่วโลก เบิกตาโตแทบถลนที่ว่านั้น คุณทรัมป์ก็ปล่อยไอเดียเด็ดอีกอย่างออกมา

เล่นเอานอกจากตาเหลือกแล้วยังอ้าปากตกตะลึงค้างอยู่อย่างนั้น

ท่านทรัมป์บอกหน้าตาเฉยว่า ที่เห็นมาบอกว่า พวกน้ำยาทำความสะอาด ฆ่าเชื้อทั้งหลายสามารถทำลายเชื้อโรคโควิด-19 ได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ย้ำอีกทีว่า 1 นาทีนะ ดังนั้นหมอๆ หรือนักวิชาการควรไปหาทางเอาสารที่ว่านี้เข้าไปในร่างกายผู้ป่วย จะเป็นวิธีกินหรือใส่เข็มฉีดเข้าไปก็ได้ เข้าไปในปอดก็จะทำให้ปอดสะอาด หรือเกือบสะอาดหมดจดละ

แกว่าของแกอย่างนี้จริงๆ ครับ

ตบท้ายด้วยคำว่า “คุณยังไม่ทดลองใช่มั้ย? ลองไปตรวจสอบดูหน่อยสิ ผมว่าน่าสนใจนะ”

พูดไปออกท่าออกทางไป ผสมปนเปกับคำถามไปที่ แพทย์หญิง เดบอราห์ เบิร์กซ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานการรับมือโควิด-19 ประจำทำเนียบพลาง

ไม่สนใจใยดีต่อสีหน้าท่าทางของผู้ฟังอย่าง แพทย์หญิง ผู้น่าสงสารคนนี้ ที่ตีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก พะอืดพะอม เหลือเชื่อ จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ในยามนี้

เดือดร้อนถึงหมอ ถึงนักวิชาการ และเจ้าของผลิตภัณฑ์สินค้าทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ ตั้งแต่คลอร็อกซ์ ไปยัน เดทตอล ต้องออกแถลงการณ์บอกว่าไม่ได้ๆ ถึงตายเลยนะถ้าทำอย่างที่ทรัมป์ว่า ไม่ว่าจะกินหรือฉีดก็ตามที

ส่วนแสงยูวีเข้มข้นนั้น ก็ถึงตายได้เหมือนกัน ไม่ต้องส่องเข้าไปข้างในหรอก แค่อาบเฉยๆ นานๆ ก็เกรียมไปทั้งตัวได้ครับ อย่าว่าแต่อวัยวะภายในเลย

เที่ยงวันรุ่งขึ้น เจอหน้านักข่าวอีกที ท่านประธานาธิบดีทรัมป์ของผม บอกหน้าตาเฉยว่า ที่ถามกึ่งเสนอแนะนั้นน่ะ แค่ถามประชด เสียดสีประดานักข่าวที่เป็นปฏิปักษ์ทั้งหลายเท่านั้นแหละ

ทรัมป์บอกอย่างนี้ ชนิดหน้าไม่เปลี่ยนสี หางตาไม่กระตุก รอยยิ้มไม่เคยเลือนจากใบหน้า

สุดยอดไม่มีใครเกิน

เล่นเอาผมต้องหาคลิปมานั่งดู วนไปวนมาทั้งเช้า เผื่อว่าตัวเองจะพลาดอะไรไป แล้วก็ยืนยัน (กับตัวเอง) ว่า ฟังไม่ผิดแน่ คุณทรัมป์แกไม่ได้มีทีท่าจะถากถาง เยอะเย้ยใคร จริงจังเสียจนน่าเชื่อถือเอามากๆ

มีรายงานข่าวเอพีตามหลังมาว่า เฉพาะที่แมรีแลนด์ รัฐเดียว ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง มีโทรศัพท์กว่า 100 สายถามเข้าไปที่สายด่วนฉุกเฉินของรัฐว่า ยาฆ่าเชื้อกินฆ่าไวรัสได้จริงหรือ?

ชี้ให้เห็นชัดว่า อเมริกันส่วนหนึ่ง ยึดถือ “ปาก” ของทรัมป์จริงจังมากแค่ไหน จะไปโทษคนอเมริกันก็ไม่ได้ ก็ทรัมป์เป็นถึงประธานาธิบดี แล้วสถานการณ์ก็หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้น่ะนะ

ยังไม่มีรายงานว่ามีใครตายครับ ทรัมป์ก็ใช้ปากเดียวกันนี้ เอาตัวรอดไปได้อีกหน มีปากเป็นเอกก็ดีอย่างนี้เอง

แต่อย่าลืมนะครับว่าสุภาษิต “ปากเป็นเอกฯ” ที่ว่านี้ ผมยังไม่ได้ต่อให้จบครบตามสำนวนเดิม

ถ้าครบ ต้องอย่างนี้ครับ “ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี ชั่วดีเป็นตรา”

ผมชักอยากรู้มากแล้วว่า ประวัติศาสตร์อเมริกันร่วมสมัยในอีก 10-20 ปีข้างหน้าจะพูดถึงทรัมป์ว่ายังไงกัน?