บทนำ วันที่ 30 เมษายน 2563 : ความไม่แน่นอน
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่ ศบค.เสนอ นั่นคือมีมติต่ออายุการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน และให้เคอร์ฟิวต่อไปอีก 1 เดือน นอกจากนี้ยังเห็นชอบมาตรการผ่อนคลายเพื่อให้ธุรกิจที่มีมาตรฐานทางสาธารณสุขสามารถเปิดขายสินค้าและบริการได้ โดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่มสี ประกอบด้วย สีขาว มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน สีเขียว สถานที่ประกอบการขนาดเล็ก มีมาตรการที่ควบคุมความเสี่ยงได้ หรือเป็นสถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง สีเหลือง พื้นที่ที่มีคนมาจำนวนมาก ติดแอร์ และ สีแดง เป็นพื้นที่ความเสี่ยงสูง เช่น สนามมวย สถานบันเทิง หรือที่ที่มีคนแออัดมาก ซึ่งสีแดงนี้ ศบค.ไม่ต้องการให้เปิด
ส่วนแนวทางการเปิดให้ขายสินค้าและบริการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นว่า กิจการต่างๆ ต้องแบ่งเป็นช่วงเวลา ต้องเปิดได้พร้อมกันทั่วประเทศ เพราะถ้าอนุญาตให้เปิดในบางพื้นที่หรือบางจังหวัด อาจมีการเดินทางจากจังหวัดที่ไม่ได้รับอนุญาตไปยังจังหวัดที่ได้รับอนุญาต ซึ่งการเคลื่อนย้ายคนก็เหมือนกับการกระจายเชื้อโรค เนื่องจากไวรัสอยู่ในตัวคน
แม้ว่า ศบค.จะมีความเห็นพ้องว่าน่าจะเปิดให้ธุรกิจสามารถเปิดให้บริการได้ แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในเงื่อนไขทางสาธารณสุข เช่น ควรจะคงการทำงานที่บ้าน 50 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย กิจกรรมต้องจัดการเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม การวัดอุณหภูมิ ต้องมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การจำกัดจำนวนคนให้เหมาะสมต่อกิจกรรมและสถานที่ รวมถึงต้องมีแอพพลิเคชั่นติดตามตัวถ้าเป็นไปได้ นอกจากนี้ การเปิดให้บริการต้องค่อยเป็นค่อยไป แบ่งเป็น 4 เฟส เฟสละ 14 วัน ถ้าพบว่าพื้นที่ใดหรือองค์กรไหนมีการติดเชื้อก็ต้องปิดการให้บริการ
ศบค.ไม่แน่ใจว่า จะเกิดการระบาดครั้งที่ 2 ขึ้นมาหรือไม่หลังเปิดเมือง แต่ในเมื่อการหยุดอยู่บ้านทำให้เศรษฐกิจชะงัก ประชาชนเดือดร้อน ประเทศชาติต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมาก จึงต้องผ่อนปรนให้ผู้คนในครัวเรือนได้ทำงาน ค้าขาย แต่ทั้งนี้ทุกจังหวัดและทุกธุรกิจจะเปิดบริการได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดเชื้อในพื้นที่ ถ้าพื้นที่หรือธุรกิจใดมีผู้ติดเชื้อมากก็ต้องถูกสั่งปิด ทำให้ต่อไปนี้การทำงานจะมีความไม่แน่นอนสูง จังหวัดและธุรกิจอาจจะเปิดแล้วถูกปิดเมื่อใดก็ได้ ทุกอย่างขึ้นกับตัวเลขผู้ป่วย จึงเป็นสถานการณ์ที่ทุกคนต้องมีความพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน จนกว่าโลกจะผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ขึ้นมาได้ และพลเมืองโลกมีภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ได้แล้ว

