ภาพเก่าเล่าตำนาน : ขุดทอง..ต้องใส่กางเกงลีวายส์ โดย พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก

การพบทองคำโดยบังเอิญเมื่อต้นปี พ.ศ.2391 ในแคลิฟอร์เนียวันนั้น..ทำให้อเมริกาเปลี่ยนไป

อเมริกาเป็นชาติเกิดใหม่ มีประวัติการสร้างชาติ รวบรวม ผนวกดินแดนแผ่นดินในหลายวิธีการ ทำสงครามแย่งชิงดินแดน บางส่วนอังกฤษยกให้ สเปนยกให้ และบางโอกาสก็ขอซื้อดินแดนตรงนั้นตรงนี้ เอามาผนวกรวมกันเป็นประเทศใหญ่โตมโหฬาร

แถมเป็นข้อมูลนะครับ…อเมริกาซื้อลุยเซียนาจากฝรั่งเศสและเจรจาซื้อแผ่นดินอลาสกาจากรัสเซีย….

200 กว่าปีที่แล้ว อเมริกาในยุคสร้างบ้านเมือง ผู้คนอพยพลงเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาจากยุโรปเป็นส่วนใหญ่ คนขาวทำงานหนักสู้ชีวิตเริ่มจากศูนย์ หนาวตายไปเยอะเพราะสร้างที่พักไม่แข็งแรงพอสู้กับความหนาว ปลูกพืช ทำเกษตร เลี้ยงสัตว์ก็ล้มหายตายหมด ชาวอินเดียนแดงที่เป็นชนพื้นเมืองยื่นมือเข้ามาช่วยชีวิตไว้ ช่วยแนะนำการเพาะปลูก กินไก่งวงพอรอดมาได้…

ผู้อพยพที่มาจากต่างเมืองต่างภาษาเริ่มตั้งหลักได้ ต่อมาไม่นานรวมตัวกันเป็น 13 รัฐ เจริญก้าวหน้า กินดี อยู่ดีเฉพาะชายฝั่งทะเลตะวันออก (มหาสมุทรแอตแลนติก) มีมหาวิทยาลัย มีคนเก่งระดับโลกอพยพเข้ามาทำงาน ติดต่อกับทวีปยุโรปเป็นหลัก…อเมริกามีสถานะเป็นอาณานิคมต้องส่งรายได้ให้อังกฤษ

อเมริกาทำสงครามชนะอังกฤษ เป็นเอกราชในปี พ.ศ.2319 เริ่มขยายดินแดน ทำสงครามกับอินเดียนแดง รบชนะเม็กซิโกได้ดินแดนเพิ่มมหาศาล ทำให้ความใฝ่ฝันของชาวอเมริกันที่จะแผ่ขยายดินแดนจากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปทางตะวันตกจรดมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นความจริงขึ้นมา….

ชาวอเมริกันมีความเชื่อในเรื่อง “เทพลิขิต หรือ โองการจากพระเจ้า” (Manifest Destiny) ว่า “คนผิวขาว” มีหน้าที่ในการนำความเจริญจากฝั่งตะวันออกไปสู่ฝั่งตะวันตก และความด้อยอารยธรรมของชนพื้นเมืองอินเดียนแดงจะต้องล่าถอยไป ชาวอเมริกันผิวขาว ต้องการจะมีโอกาสที่จะเข้าไปบุกเบิกจับจองที่ทำกินใหม่ๆ

แต่เดิม…ดินแดนกลางทวีปที่กว้างใหญ่ และฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกา ไม่ใคร่มีใครสนใจ ไม่มีเจ้าของ.. เพราะไกลโพ้น อันตรายสำหรับคนขาวและแสนกันดาร

การค้นพบทองคำในแคลิฟอร์เนียและบริเวณเทือกเขาเซียร์ราเนวาดา เป็นเหตุการณ์ในสมัยประธานาธิบดีโพล์ก (James K. Polk) และได้ยืนยันการค้นพบทองคำต่อสภาคองเกรส

ภาพเก่า..เล่าตำนาน ตอนนี้ ขอเล่าประวัติศาสตร์ในช่วงหนึ่งของอเมริกาเมื่อมีการพบ “ทองคำ” ในแคลิฟอร์เนีย….. เรียกเหตุการณ์ตรงนี้ว่า ยุคตื่นทอง (Gold Rush) ที่มีสีสัน สนุกไม่น้อย…

ในช่วงเช้าที่อากาศเย็นสบายของวันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2391 (ตรงกับช่วงปลายรัชสมัยในหลวง ร.3) จอห์น เอ. ซัทเทอร์ เจ้าของโรงเลื่อยในเมืองโคโลมา (Coloma) รัฐแคลิฟอร์เนีย สั่งให้นายเจมส์ มาร์แชล หัวหน้าคนงานก่อสร้างไปตรวจพื้นที่ เพื่อตรวจสอบเส้นทางน้ำบริเวณรอบๆ โรงเลื่อย

มาร์แชลเดินสำรวจไปพักใหญ่ พบลำรางทางน้ำไหลเอื่อยๆ มีแสงแวววาวในลำธารเป็นประกายวิบวับหลายจุด สะดุดตา

หัวหน้าคนงานที่เดินมาคนเดียว ก้มตัวลงหยิบก้อนแวววาว หยิบมันขึ้นจากพื้นน้ำ เพ่งมองด้วยใจระทึก วัตถุตะปุ่มตะป่ำ มันเป็นก้อนสีทอง ขนาด 2 เท่าของเม็ดถั่ว

มาร์แชล รีบนำวัตถุประหลาดไปให้คนที่ไว้ใจได้ตรวจสอบ โดยใช้น้ำสบู่ล้างแล้วแช่ทิ้งไว้ค้างคืน ทุกคนยืนยันว่า “เฮ้ยนี่มันทองคำ”

ทองคำแท้ก้อนนั้นได้รับการประเมินในราคา 5.12 เหรียญ (มูลค่าในสมัยโน้น)

จอห์น ซัทเทอร์ เจ้าของโรงเลื่อย เป็นผู้อพยพชาวเยอรมัน/สวิส ที่อพยพมาตั้งหลักในอเมริกา เป็นเจ้าของที่ดินกว้างใหญ่ไพศาลทำกิจการโรงเลื่อย ทำการเกษตร ได้รับทราบข้อมูลน่าตื่นเต้นที่มาร์แชลไปพบทองคำในที่ดินของตน

ซัทเทอร์ กระซิบกระซาบกับลูกน้อง ขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้ก่อน….

เกลือเป็นหนอน..ความลับมีในโลกซะที่ไหน อีก 2 วัน หนังสือพิมพ์ ซานฟรานซิสโก แหกปากกว้าง ป่าวประกาศ ยืนยันรายงานการค้นพบทองคำในพื้นที่หลายแห่งในเมืองโคโลมา แคลิฟอร์เนีย….

เมืองชนบทเล็กๆ ที่เคยสงบเงียบเหงาหงอย พลิกโฉมกลายเป็นชุมชนของนักแสวงโชคผู้หิวโหย ผู้คนมืดฟ้ามัวดิน เริ่มแห่กันเข้าไปในพื้นที่ กิจการ ร้านค้า โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร บาร์เหล้า ร้านค้า บ่อนการพนัน โสเภณี คึกคักไปหมด คาวบอยเต็มเมือง

ทองคำในลำน้ำ…ของฟรีมีจริง มีเยอะด้วย…..

คนต่างถิ่น ไม่รู้ใครเป็นใคร แห่กันมาแสวงโชคเพราะยังไม่มีกฎเกณฑ์อะไรทั้งนั้น ใครดีใครได้ ผู้คนลงไปแช่น้ำในลำธาร ใช้อุปกรณ์เหมือนกระทะ ร่อนหาทองในแม่น้ำ บ้างก็ขุดหาบนบก…

มีคนโชคดี ได้ทองคำนำขึ้นมาขายจำนวนมากเป็นกอบเป็นกำ ช่วงเวลานั้นโอกาสเปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่มีการเรียกเก็บภาษี นักขุดทุกคนเป็นของตัวเองและไม่มีใครต้องทำงานให้ใคร

19 สิงหาคม 2391 นิวยอร์กเฮรัลด์ หนังสือพิมพ์ฉบับแรกบนชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ยืนยัน กระหน่ำตีข่าวว่ามีทองคำล้นหลามในแคลิฟอร์เนียที่ไกลโพ้นทางตะวันตก….

ข่าวการพบทองคำแพร่กระจาย ใครก็อยากรวย ถนนทุกสายมุ่งไปแคลิฟอร์เนีย มีการพบทองคำมากขึ้นและมากขึ้น มีทองคำกระจายตัวในพื้นที่สำหรับทุกคน มีการค้นพบแหล่งใหม่ๆ ทุกวัน ธนาคารต้องไปเปิดสาขาเพื่อรับ-จ่ายเงินจำนวนมหาศาล

เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าของที่ดิน….

จอห์น ซัทเทอร์ เจ้าของที่ดินกลายเป็นผู้กระอักเลือด เพราะคนงานเกษตรทิ้งงานพืชไร่เพื่อไปหาทองคำกะเค้าหมด คนต่างถิ่นบุกเข้ามาในพื้นที่ของจอห์น ยิงวัว สัตว์เลี้ยงและขโมยพืชผล

สถานการณ์เริ่มวุ่นวาย โกลาหล วิกฤต ไร้ขื่อแป

ในวิกฤต..มีโอกาสเสมอ…

นายซามูเอล บรานแนน เป็นพ่อค้าขายของชำ อยากโปรโมตขายอุปกรณ์ในการขุด ร่อนทอง เช่น ถ้วย ถัง กะละมัง หม้อ กระทะ เสื้อผ้า จอบ เสียม…

แกมีวิธีการขายของที่ไม่ซ้ำกับใคร เช้าวันหนึ่ง…แกถือขวดที่บรรจุผงทองคำไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุด คือ ซานฟรานซิสโก เดินขึ้นและลงตามถนน แกว่งขวดทองคำบนหัวของเขา แล้วแหกปากตะโกนว่า “ทองคำทองคำ ทองคำ ในแม่น้ำอเมริกัน…”

วันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ลงข่าวตัวโตว่า…ซานฟรานซิสโกเป็น “เมืองผี” เพราะคนในซานฟรานซิสโกแห่กันไปขุดทอง เมืองแทบร้าง

ในเวลาไม่นาน นายซามูเอล บรานแนน กลายเป็นเศรษฐีคนแรกของแคลิฟอร์เนียทันตาเห็น เพราะอุปกรณ์ สินค้าในการค้นหาทองคำของแก ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า….

ผู้อพยพนับแสนคนจากทุกสารทิศ ขอไปเสี่ยงโชคในดินแดนที่เรียกว่า โกลด์คันทรี่แคลิฟอร์เนีย

มีข้อมูลระบุจำนวนนักแสวงโชคที่อพยพเข้าไปแคลิฟอร์เนียมากที่สุดคือ ปี ค.ศ.1849 ดังนั้น ผู้อพยพกลุ่มนี้ เป็นที่รู้จักในฐานะ 49ers (เรียกเป็นภาษาไทยง่ายๆ ว่า พวกปี 49 : ผู้เขียน)

ท่านผู้อ่านเชื่อมั้ยครับว่า ในเวลานั้น ไม่มีถนน หรือเส้นทางคมนาคมทางบกไปแคลิฟอร์เนีย

ชาวอเมริกันและนักแสวงโชค จากทุกสารทิศเดินทางด้วยเกวียนเทียมม้า คาวบอยขี่ม้า บ้างก็มาทางเรือไปขึ้นฝั่งที่ซานฟรานซิสโก เพื่อเดินทางเข้าพื้นที่ที่บอกต่อกันมาว่ามีทองคำ

นักแสวงโชค ขุด ร่อนหาทองคำตั้งแต่เช้าตรู่จนค่ำ เพราะมีคนรวยเกิดขึ้นจำนวนมาก เงินทองเป็นของมีเสน่ห์

ต่อมา… การขุดทองเริ่มเปลี่ยนไปเป็นการทำเหมืองทองคำ เกิดเป็นบริษัท มีคนงาน และชนชาติที่ไม่พลาดสำหรับงานหนัก อันตราย คือชาวจีนที่ถูกซื้อตัวมาเป็นคนงาน ขอไปสร้างชีวิตใหม่ในอเมริกา

อเมริกายอมรับว่า เหตุการณ์นี้ เป็นหนึ่งในยุคของ “การย้ายถิ่นฐาน” ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกาและนำไปสู่ความเป็นรัฐในแคลิฟอร์เนีย

เมื่อมีคน มีทอง มีเงิน มีงาน ก็เกิดกำลังซื้อ…

พระเอกตัวจริงที่โลกต้องจารึก สร้างรายได้มหาศาลใน “ยุคตื่นทอง” ที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน เป็นพ่อค้ามีนามว่า ลีวาย สเตราส์ (Levi Strauss)

นายสเตราส์ เป็นผู้อพยพชาวเยอรมันเชื้อสายยิว เก่งเรื่องค้าขาย เดินทางมาถึงซานฟรานซิสโกในปี พ.ศ.2393 ในช่วงยุคตื่นทอง ช่วงแรกแกนำสินค้าแห้งไปขายให้กับคนงานเหมือง

นายสเตราส์ได้ยินเสียงบ่นของคนงานทำเหมือง เรื่องกางเกงที่นักขุดทองต้องการ เพราะที่ใช้กันอยู่มันขาดง่าย ไม่อึด ไม่ทน

สเตราส์ หัวใสดีดนิ้วเป๊าะ จ้างช่างตัดเสื้อผ้า ทดลองนำผ้าใบเต็นท์ที่ใช้คลุมหลังคาเกวียน ทดลองนำผ้าเต็นท์มาตัดเป็นกางเกงทรงสูงร่วมกับหุ้นส่วนของเขา เพื่อออกแบบกางเกง และเพื่อให้ “ทนทานใช้งานหนัก”

ช่างตัดเสื้อผ้าชื่อ นายจาคอบ เดวิส (Jacob Davis) จากรัฐเนวาดา ได้ “ตอกหมุดโลหะ” ตรงมุมกระเป๋ากางเกงทุกจุด เพื่อให้บริเวณนั้นที่มักขาดเสมอแข็งแรงขึ้น …

สเตราส์นำวิธีการตอกหมุดมาใช้กับกางเกงเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าหนาของเขาและตั้งชื่อว่า “ลีวาย” (Levi’s) นี่คือ จุดขายความเท่

ตั้งแต่นั้นมา กางเกงผ้าใบของสเตราส์ ก็กลายเป็นสินค้าขายดี และในที่สุด ก็พัฒนามาเป็นกางเกงยีนส์ “ลีวายส์” ที่ดังก้องโลก

กางเกงผ้าใบหนาขายดีอุดลุต ผ้าใบเกิดขาดตลาด สเตราส์จึงสั่งผ้าใบมาจากนิวยอร์ก แล้วนำมาย้อมเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีของกรรมกร คนงาน และนั่นคือ จุดกำเนิดของกางเกงยีนส์

ในอดีต กางเกงยีนส์ ลีวายส์ เป็นที่ใฝ่ฝันของหนุ่มไทยที่สุด ราคาแพงมาก มีการลักขโมยและสามารถนำไปจำนำได้ราคาดี…

แคลิฟอร์เนียเติบโต กลายเป็นเมืองที่มีประชากรหลากหลาย ต่อมามีสถานะเป็นรัฐในปี พ.ศ.2393

ยอดการผลิตทองคำพุ่งสูงเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2396 และต่อมามีการค้นพบทองคำน้อยลง ผู้ค้นหาทองมีทั้งสมหวัง และสิ้นหวัง

เมืองท่าเล็กๆ ที่มีชายฝั่งสวยงาม ใช้เวลาไม่กี่ปี กลายเป็นนครซานฟรานซิสโก กลายเป็นเมืองใหญ่ที่มีเศรษฐกิจที่คึกคักและแคลิฟอร์เนียได้รับการผนวกเข้าเป็น “รัฐที่ 31” ของสหรัฐ

(การตื่นทองของสยามก็มีนะครับ…. พ.ศ.2479 บริษัทของฝรั่งเศสที่ได้รับสัมปทาน พบทองคำที่เขาโต๊ะโมะ นราธิวาส ชาวจีน ชาวมาเลย์ หลั่งไหลเข้าไปในพื้นที่จำนวนมหาศาล … 1 มีนาคม พ.ศ.2520 กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศจัดตั้ง กิ่งอำเภอสุคิรินขึ้น และเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2529 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยกฐานะกิ่งอำเภอสุคิริน เป็นอำเภอสุคิริน จนถึงปัจจุบัน… คงจะละม้ายคล้ายกับการเกิดของรัฐแคลิฟอร์เนีย)

ยุคตื่นทองแคลิฟอร์เนีย (California Gold Rush) ถือว่าสิ้นสุดในปี พ.ศ.2401 (รัชสมัยในหลวง ร.4) เพราะมีการพบทองคำแหล่งใหม่ในรัฐนิวเม็กซิโก (New Mexico Gold Rush)

ในปี พ.ศ.2392 ประชากรในรัฐแคลิฟอร์เนียได้เพิ่มขึ้นอีกราว 100,000 คน ราว 2 ใน 3 เป็นคนอเมริกัน

ข้อมูลเรื่องปริมาณทองคำที่น่าสนใจ…. ทองคำจำนวนมหาศาลถูกดึงขึ้นมาจากพื้นดิน : ปี 2392 ขุดขึ้นมาได้ 10 ล้านเหรียญ ปี พ.ศ.2393 ขุดขึ้นมาได้ 75 ล้านเหรียญ ในปี พ.ศ.2394 ขุดขึ้นมาได้ 81 ล้านเหรียญ …. เมื่อคำนวณเป็นมูลค่าเงินในปัจจุบันก็ถือว่า “มหึมา”

ในปี 2395 ปริมาณการพบทองคำค่อยๆ ลดลง จนกระทั่ง พ.ศ.2400 การขุดทองทั้งปัจเจกบุคคลและการทำเหมืองก็ลดลงและเลิกรากันไป

ใช่ว่าผู้คนที่เข้าไปแสวงโชคจะสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ คนอเมริกันพกพาอาวุธกันแทบทุกคนเหมือนในหนังคาวบอย มีเหตุอาชญากรรม ปล้นทรัพย์ ฆาตกรรม เกิดขึ้นท่วมท้น….

มีเงินนับเป็นน้อง..มีทองนับเป็นพี่….

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon