หน้าแรก บทความ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : การเปลี่ยนแปลงที่เฟซบุ๊ก โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

11.05.20 | 14:00 น.

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และสำคัญมากครั้งหนึ่งขึ้นกับเฟซบุ๊ก อิงค์.

นั่นคือการปรากฏตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเป็นครั้งแรกของ “คณะกรรมการกำกับดูแล” เนื้อหาที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์/แอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกนี้

เป็นกลุ่มบุคคลที่สามารถ “ล้มล้าง” การตัดสินใจของบริษัท หรือแม้แต่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอคนดังของเฟซบุ๊ก ได้ว่า เนื้อหาอย่างหนึ่งอย่างใดควรหรือไม่ควรได้รับอนุญาตให้ปรากฏอยู่บนเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมได้

มีบางคนขนานนามคณะกรรมการอิสระชุดนี้ว่า “ศาลฎีกาของเฟซบุ๊ก” ครับ

คณะกรรมการชุดนี้เกิดขึ้นจากการที่เฟซบุ๊กถูกวิพากษ์วิจารณ์มายาวนานมากเกี่ยวกับเนื้อหาที่ปรากฏในหน้าแฟนเพจทั้งหลายทั่วโลก แล้วมีการจัดการอย่าง “ไม่เหมาะสม” จนกลายเป็นประเด็นใหญ่โตมากมาย โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับ ภาพโป๊เปลือย การจาบจ้วงล่วงละเมิดผู้อื่น เนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อผู้คนทั่วไป เรื่อยไปจนถึง “เฮทสปีช” เนื้อหาที่ก่อให้เกิดการชิงชัง เกลียด กราดเกรี้ยว เป็นต้น

Advertisement

ตัวอย่างที่พูดถึงใครๆ ก็คงนึกออก อย่างเช่นกรณี เฟซบุ๊ก ลบภาพเด็กหญิงวิ่งหนีระเบิดนาปาล์มในยุคสงครามเวียดนาม ในสภาพเปลือยล่อนจ้อนออกไป เพราะถือเป็นภาพเปลือย

หรือกรณีอื้อฉาวล่าสุดอย่างที่มีการกล่าวหากันแล้วเฟซบุ๊กแก้ตัวไม่ได้ ก็คือ บริษัทไม่สามารถจัดการกับเนื้อหาประเภทเฮทสปีชในเมียนมาต่อชาวโรฮีนจาและมุสลิมอื่นๆ ทั้งหลายได้ เป็นต้น

คณะกรรมการกำกับดูแลนี้ เริ่มแรกประกาศออกมา 20 คน ต่อไปจะขยายให้ครบ 40 คน

เฟซบุ๊กตั้งเป้าไว้ว่า กรรมการเหล่านี้จะใช้ชีวิตอยู่ใน 27 ประเทศ พูด-ใช้ภาษาแตกต่างกันถึง 29 ภาษา เพื่อให้ครอบคลุมยูสเซอร์ทั่วโลก

แต่ตอนเริ่มต้น 5 ใน 20 คนแรก หรือราว 1 ใน 4 เป็นอเมริกัน แถมประธานร่วมของคณะกรรมการ 2 ใน 4 คน ก็เป็นอเมริกัน

เหตุผลของเฟซบุ๊กก็คือ ปัญหาร้องเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาของตนที่ผ่านมาส่วนใหญ่เริ่มต้นที่สหรัฐอเมริกา ก็ไม่ว่ากัน

ประธานร่วมชาวอเมริกันคือ ไมเคิล แม็คคอนเนลล์ ผู้พิพากษาศาลเซอร์กิตของรัฐบาลกลาง สอนนิติศาสตร์อยู่ที่สแตนฟอร์ด และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเสรีภาพในการนับถือศาสนา ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในตัวเก็งจะถูกเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือสุพรีมคอร์ต ของสหรัฐในอนาคต

อีกคนคือ จามาล กรีน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตอนนี้สอนนิติศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย

ประธานร่วมอีก 2 คน หนึ่งนั้นคืออัยการจากประเทศโคลอมเบีย ชื่อ แคทาลีนา โบเมโร-มารีโน อีกหนึ่งเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี คือ เฮลเลอ ธอร์นนิง-ชมิดท์ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเนเธอร์แลนด์

กรรมการที่เหลือซึ่งเฟซบุ๊กกับประธานเลือกสรรมาร่วมกันน่าสนใจมาก มีทั้งอดีตผู้พิพากษาประจำศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป อันดราส ซาโฆ, ผู้อำนวยการบริหารอินเตอร์เน็ตไร้พรมแดน จูลี โอโวโน, นักเคลื่อนไหวเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพชาวเยเมน ทาวักโกล คาร์มาน, อดีตบรรณาธิการ เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ อลัน รัสบริดเจอร์, นักวิชาการ นักวิจัยด้านธรรมาภิบาลบนอินเตอร์เน็ต นิโคลาส ซูเซอร์ จากออสเตรเลีย และ นีกัต ดัด นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิทางดิจิทัลชาวปากีสถาน ฯลฯ

คนเหล่านี้จะทำหน้าที่ตัดสินชี้ขาด “อย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ” (ผ่านเว็บไซต์ของคณะกรรมการ) ซึ่งเป็นคำตัดสินที่มีผลผูกมัดให้บริษัทต้องปฏิบัติตาม ในเรื่องร้องเรียนจากยูสเซอร์ที่ถูกลบหรือปิดกั้นเนื้อหาและไม่ประสบผลหรือไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของบริษัทหลังจากร้องเรียนมาแล้ว หรือในบางกรณีที่เฟซบุ๊กเองเสนอขึ้นมาให้ตัดสินชี้ขาด ตลอดถึงกรณีอื่นๆ ที่บริษัทเห็นควรให้คณะกรรมการชี้ขาด เช่น การเผยแพร่โฆษณา, หรือกลุ่มเฟซบุ๊กบางกลุ่ม

คณะกรรมการกำกับดูแล ยังสามารถ “เสนอแนะ” ให้มีการปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายของบริษัทได้บนพื้นฐานของกรณีใดกรณีหนึ่งซึ่งมีการชี้ขาดกันไปแล้ว ซึ่งบริษัทต้อง “ตอบอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ”

คำตัดสินของคณะกรรมการ บริษัทต้องดำเนินการภายใน 90 วัน หรือไม่ก็ต้อง “ขอให้ทบทวน” ได้ในระยะเวลา 30 วันในกรณีพิเศษกรณีหนึ่งกรณีใด

คณะกรรมการชุดนี้เปิดตัวกันครั้งแรกต่อสาธารณะด้วยการเขียนบทความแสดงความคิดเห็น เผยแพร่ในหน้าบทความของ “นิวยอร์ก ไทม์ส” เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ยืนยันว่าพวกตนไม่ใช่ “ตำรวจอินเตอร์เน็ต” แต่เป็นเพียงกลุ่มบุคคลที่มีกรอบคิดไปในทางเดียวกัน คือ การเคารพในสิทธิมนุษยชน

บอกว่าพวกเขาไม่ไร้เดียงสาถึงกับเชื่อว่านี่จะเป็นงานง่าย ทำได้รวดเร็ว เพียงแต่จะทำให้ดีที่สุด

ในฐานะที่เฟซบุ๊กเป็นส่วนหนึ่งของวิถีสังคมในปัจจุบัน น่าสนใจจับตามากว่า คณะกรรมการชุดนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่และอย่างไรครับ