บทนำ : ปรับกลยุทธ์สู้โควิด
สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มองเห็นความหลากหลายในประเทศไทย นอกจากนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังเรียกร้องการบริหารประเทศที่ต้องใช้วิจารณญาณละเอียดรอบคอบ เพราะในสถานการณ์ดังกล่าวรัฐบาลต้องชั่งน้ำหนักระหว่างสุขภาพกับเศรษฐกิจ ซึ่งในระยะเริ่มแรกรัฐบาลใช้วิธีการบริหารโดยสั่งการจากส่วนกลาง และให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามคำสั่งจากส่วนกลางในมาตรฐานเดียวกัน นั่นคือการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน การประกาศเคอร์ฟิวเวลา 22.00-04.00 น. และการสั่งปิดธุรกิจห้างร้านต่างๆ ที่อยู่ในความเสี่ยง
เมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาที่ตามมาคือปัญหาทางเศรษฐกิจ แม้รัฐบาลจะใช้เงินจำนวนมหาศาลเยียวยาทางเศรษฐกิจให้กับผู้ได้รับผลกระทบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือรัฐบาลมีเงินไม่เพียงพอที่จะรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นได้นาน ค่าใช้จ่ายในการดูแลคนไทยส่วนมากนานเกินกว่า 3 เดือน กำลังจะเป็นปัญหา ดังนั้น จึงมีความพยายามเปิดธุรกิจบางแห่งควบคู่ไปกับการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 โดยวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ประกาศผ่อนปรนกิจการ จำนวน 8 ประเภท และในวันที่ 15 พฤษภาคม จะมีการพิจารณาอีกครั้งเพื่อผ่อนปรนธุรกิจ 3 กลุ่มใหญ่ในเฟส 2
สำหรับกลุ่มกิจการที่จะได้รับการพิจารณา ประกอบด้วย 1.กลุ่มกิจการกิจกรรมที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตประจำวัน อาทิ การจำหน่ายอาหาร หรือเครื่องดื่มในภัตตาคาร สวนอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร และร้านอาหารร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม ในอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านค้าปลีก ค้าส่ง ร้านเสริมสวย ที่ให้บริการไม่เกิน 2 ชั่วโมง 2.กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพ เช่น คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สนามกีฬา เฉพาะกีฬากลางแจ้งสวนดอกไม้ พิพิธภัณฑ์ นวดแผนไทย (เฉพาะนวดเท้า) และกลุ่มที่ 3 กลุ่มอื่นๆ เช่น การประชุม ณ สถานที่ภายใน หรือภายนอกองค์กร ที่ต้องจำกัดจำนวนคนตามพื้นที่ ทีมถ่ายทำรายการโทรทัศน์ โฆษณา ถ่ายแบบ ทำคลิป จำนวนไม่เกิน 5 คน
จะเห็นได้ว่า ในสถานการณ์ที่การระบาดเริ่มน้อยลง การใช้การสั่งการแบบเดิมเริ่มมีข้อเสียมากกว่าข้อดี การสั่งให้ทุกกิจการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สร้างปัญหาเรื่องปากท้อง ดังนั้น หนทางที่จะบรรเทาปัญหาปากท้องคือการทำให้ธุรกิจรีสตาร์ตได้อีกครั้งท่ามกลางข้อจำกัดที่ทุกคนมีองค์ความรู้ในการป้องกันกันอยู่แล้ว ดังนั้น น่าจะถึงเวลาผ่อนปรน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือคำสั่งเคอร์ฟิว ซึ่งเป็นมาตรการ “เหมาเข่ง” ได้แล้ว โดยเปลี่ยนวิธีบริหารมาเป็นการมอบอำนาจให้พื้นที่รับไม้ต่อ เพื่อช่วยคัดกรองให้ธุรกิจที่เสี่ยงน้อยมีโอกาสให้บริการ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับการป้องกันการระบาดของโควิด-19 ไปจนกว่าโลกจะมีวัคซีน

