สถานีคิดเลขที่ 12 : ตู้ปันสุข-โลกไม่สวย : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

15.05.20 | 11:00 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : ตู้ปันสุข-โลกไม่สวย : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : ตู้ปันสุข-โลกไม่สวย : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

ด้วยความตั้งใจดีต่อเพื่อนร่วมสังคมที่ตกระกำลำบากจากสถานการณ์โควิดกันถ้วนหน้า ไม่สามารถหารายได้เลี้ยงปากท้อง ก็เลยเป็นที่มาของตู้ปันสุข ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นการลงมือช่วยเหลือกันในหมู่ประชาชน

แต่ด้วยโลกในความจริง ไม่ใช่โลกที่มีแต่ด้านสวยงามตามความฝัน

เกิดเหตุการณ์ช็อกคนจิตใจอ่อนโยนอย่างมาก เมื่อมีผู้คนบุกกวาดข้าวของไปยกตู้ บางรายก็มากวาดหลายรอบ หรือมาแล้วไม่ได้ ก็ตะโกนทวงถาม ทำให้เจ้าของตู้เสียความรู้สึกอย่างรุนแรง

กระแสสังคมเริ่มป่าวประณามคนเหล่านี้ว่าเป็นพวกละโมบ ขี้ขโมย กอบโกยโดยไม่เผื่อแผ่คนอื่น

Advertisement

แต่คนที่เข้าใจโลกในความเป็นจริงจะมองว่า แม้เป็นภาพที่ดูสะดุดอารมณ์ แต่นี่คือวิถีชีวิตของคนส่วนหนึ่งที่มีอยู่จริงและมีจำนวนไม่น้อย เป็นสิ่งสะท้อนด้านบกพร่องของสังคม คงไม่มีใครอยากเป็นคนเช่นนี้หรอก ถ้าสังคมเราสามารถดูแลคุณภาพชีวิตผู้คนได้ดีกว่านี้

คนจรจัด คนไร้บ้าน ชีวิตต้องดิ้นรนทุกเวลานาที ทำให้สภาพจิตใจหยาบกร้าน อย่าได้ถามถึงการเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น เพราะชีวิตอยู่กับการต่อสู้เพื่อให้อยู่รอดไปวันๆ เท่านั้น

บางด้านของโลกแห่งความจริง จึงไม่ใช่โลกที่สวยงาม

แต่จากเหตุการณ์นี้ที่ต้องพูดถึงต่อมา คือท่าทีของผู้มีหน้าที่บริหารประเทศชาติ ที่แสดงความหงุดหงิดต่อคนที่กวาดข้าวน้ำไปยกตู้

ทั้งเรียกร้องให้มีจิตสำนึกบ้าง ไปจนถึงให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อจับผิดคนที่กระทำไม่ดีงามเหล่านี้

คำถามที่ตามมาทันทีคือ กิจกรรมตู้ปันสุขต่างๆ เหล่านี้ เป็นการลงมือของรัฐบาลหรือ
ไม่ใช่อย่างแน่นอน

เอาเข้าจริงๆ รัฐบาลควรจะขวยเขินว่า การเยียวยาขาดตกบกพร่อง จนชาวบ้านต้องหาข้าวของมาช่วยเหลือกันเอง จนเกิดตู้เหล่านี้

หรือแทนที่จะให้ติดกล้องจับผิด พวกที่มาโกยข้าวปลาอาหารอย่างกระหาย

กลับควรมองอีกด้าน ว่าไม่ควรปล่อยให้เกิดสภาพ คนอดอยากหิวโหย จนฉกชิงของบริจาคอย่างไม่สนใจจะแบ่งให้ใครเช่นนี้

รวมทั้งควรสั่งการให้หน่วยงานที่ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน รีบไปแก้ไขปัญหาคนจรจัด คนไร้บ้าน ซึ่งสะท้อนความบกพร่องของงานด้านยกระดับความมั่นคงในชีวิตมนุษย์

ทั้งหลายทั้งปวง คือต้องเริ่มจากทบทวนประสิทธิภาพของรัฐบาลเอง ในการเยียวยาประชาชน ว่าทำไมเขาจึงต้องออกมาช่วยกันเอง

ไปจนถึงต้องตกใจ ที่คนจำนวนหนึ่งมีชีวิตดิ้นรนจนฉกฉวยของบริจาค ไม่ต้องคิดถึงคนอื่นอีกแล้ว

จะยกระดับชีวิตคนไทย ไม่ให้เกิดสภาพน่าเศร้าเช่นนี้ได้อย่างไร

แทนที่จะไปคิดตั้งกล้องจับผิด ที่แปลว่า ผู้บริหารบ้านเมืองไม่รู้จักประชาชนชีวิตติดลบอีกส่วนหนึ่งเลย

โควิด ทำให้สังคมต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ มาจนถึงต้องมีตู้ปันสุข ตู้แบ่งปัน และตู้ที่มีชื่อใกล้เคียงกัน

แล้วตู้เหล่านี้ ก็กลายเป็นปรากฏการณ์ที่อธิบายอะไรได้มากมาย

ได้เห็นทัศนคติผู้บริหารประเทศยันคนเดินดิน

ได้เห็นคนมองโลกสวย ไม่สวย และมองโลกอย่างเป็นจริง

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน