หน้าแรก บทความ โลกใหม่ที่ไม่...

โลกใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม กับ 9 เทรนด์ ในทศวรรษ 2020 : โดย รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์

16.05.20 | 14:22 น.
โลกใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม กับ 9 เทรนด์ ในทศวรรษ 2020 : โดย รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์

โลกใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม กับ 9 เทรนด์ ในทศวรรษ 2020 : โดย รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์

เมื่อโควิด-19 จะกลายเป็นโรคที่อยู่กับเราต่อไป ตราบใดที่ยังไม่มีปริมาณวัคซีนเพียงพอที่จะฉีดให้แก่ทุกคน ความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสตัวนี้ก็ยังมีอยู่ และอัตราการกระจายเชื้อไวรัสจะต่ำได้ก็ต่อเมื่อมีการรักษาระยะห่างและมีการติดตามเส้นทางการติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว สังคมโลกจึงต้องปรับตัว สร้างพฤติกรรมใหม่ และเกิดเทรนด์ใหม่ขึ้นบนโลก

1.โลกที่อยู่รอดด้วยวินัย ระเบียบและความรับผิดชอบต่อสังคม โควิด-19 ทำให้เราต้องสร้างนิสัยการบันทึกรายวัน จดใส่ Note ในสมาร์ทโฟน ใส่แท็บเล็ต หรือจะลงนัดในปฏิทิน ลงรูปในอินสตาแกรม โพสต์ใน Facebook บันทึกชีวิตคุณเองแล้วตั้งเป็น “สำหรับคุณเท่านั้น” เตือนความจำตัวเองไว้ว่าวันไหนเจอใคร ไปไหนบ้าง ย้อนกลับไป 14 วัน ของทุกวัน เพราะเราไม่รู้ว่าวันไหนเราอาจจะเป็นหนึ่งในผู้เป็นพาหะแพร่เชื้อ หรือกลายเป็นผู้ติดเชื้อเสียเอง

2.โลกที่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอาศัยแนวคิดเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเอง ในระดับครัวเรือน อาจหันมาปลูกผักผลไม้ในบ้าน ทำอาหารรับประทานเอง เปลี่ยนตัวเองจากผู้ซื้อมาเป็นผู้ขาย โดยขายอาหารที่เป็นอาหารประจำบ้านผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก ในระดับประเทศ ธุรกิจจะให้ความสนใจกับการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนและเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตที่ไม่ใช่วิกฤตทางการเงินมากขึ้น เพราะการหยุดการระบาดของโรค คือการลดการเดินทาง ต่อจากนี้ไปเราจะเห็นการเดินทางของผู้คนทั้งในและระหว่างประเทศลดลง การส่งออกจะมีพิธีการตรวจสินค้ามากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการปนเปื้อนและนำเข้าเชื้อโรค

สายการบิน โรงแรมและที่พักนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ธุรกิจผู้จัดงานอีเวนต์ ธุรกิจ เคเทอริ่งในงานประชุม และธุรกิจจัดหาลูกค้าสำหรับโรงพยาบาลและสถานเสริมความงาม ต่างได้รับผลกระทบจากรูปแบบพฤติกรรมสังคมที่เปลี่ยนไป สำหรับประเทศไทยจากที่เคยต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวผ่านการจัดการประชุมและสัมมนา อาจต้องประเมินทิศทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวใหม่

Advertisement

3.โลก online กับการเติบโตของ e-commerce จะไม่มีคำว่า Digital/Technology Disruption อีกต่อไป เพราะเราอยู่ในยุค Digital เต็มตัวแล้ว โควิด-19 ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า new-normal ธุรกิจร้านค้าบางแห่งเรียนรู้ปรับตัวให้ธุรกิจอยู่รอด เช่น มีการให้พนักงาน work from home ประชุม online มหาวิทยาลัยและโรงเรียนมีการเรียนการสอนแบบ online การปิดเมืองชั่วคราวทำให้ SMEs ที่ขายของหน้าร้าน หันไปขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ทำให้มีธุรกิจเข้าสู่ e-commerce มากขึ้น

4.โลกที่ธุรกิจบริการอยู่ยากกว่าธุรกิจผลิตและขายสินค้า ธุรกิจบางประเภทไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองมาอยู่บน แพลตฟอร์มออนไลน์และส่งสินค้าผ่านระบบดิลิเวอรีได้ เช่น ร้านเสริมสวย ร้านนวดและสปา ร้านซ่อมนาฬิกา/รองเท้า ทำกุญแจ ธุรกิจประเภทท่องเที่ยวและสถานบันเทิง เช่น สายการบิน ระบบขนส่งมวลชน โรงแรมและที่พักอาศัย โรงหนัง ผับบาร์ ห้างสรรพสินค้า

การรักษาระยะห่างระหว่างลูกค้าแต่ละคนในธุรกิจกลุ่มนี้อาจทำได้ แต่ระหว่างลูกค้าและผู้ให้บริการอาจทำได้ยาก การเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร แปลว่าจำนวนผู้ใช้บริการจะลดลง อัตราการใช้ปัจจัยการผลิตต่ำลง ซึ่งหมายถึงรายได้ต่อหน่วยต้นทุนลดลงกว่าครึ่ง ธุรกิจจึงต้องมีการวางกลยุทธ์ที่จะรองรับผลกระทบนี้

เมื่อมีการผ่อนปรนภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ภาครัฐควรวางระเบียบปฏิบัติให้ธุรกิจที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะมีการระบาดของโรคปฏิบัติตาม เช่น กำหนดระยะห่างและมาตรการคัดกรองลูกค้า มาตรการรักษาความสะอาดและการฆ่าเชื้อสม่ำเสมอ ซึ่งต้นทุนของธุรกิจที่ไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองไปอยู่ในระบบออนไลน์จะสูงขึ้น และอาจต้องมีมาตรการช่วยธุรกิจกลุ่มนี้ ในช่วงที่มีการปรับตัว เพื่อไม่ให้ได้ผลกระทบแบบกะทันหันที่อาจทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้ประสบภาวะตึงตัว จนกระทบต่อระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจ

5.โลกที่มีพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป และการเติบโตของอุตสาหกรรม food design, packaging & delivery ในช่วงที่ต้องอยู่บ้านมากขึ้น การเข้าถึงอาหารและสินค้าผ่านออนไลน์ทำได้ง่าย มีตัวเลือกหลากหลาย พฤติกรรมการบริโภคได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะอาด คุณค่าต่อสุขภาพ ความสะดวกมากขึ้น ความน่าเชื่อถือของผู้ขายมีความสำคัญต่อการอยู่รอดของธุรกิจพอๆ กับดีไซน์ที่จะทำให้สินค้าแตกต่างจากสินค้าประเภทเดียวกัน

อีกประเด็นที่ขอกระตุกความคิดไว้สักนิด เรากำลังบริโภคเกินจำเป็นอยู่หรือไม่? การซื้อของออนไลน์ทำได้ง่าย โปรโมชั่นใหม่ส่งมาดึงดูดใจเราทุกวัน ทำให้เราขยันซื้อของวันละหลายครั้ง จากหลายร้าน แต่ทุกครั้งที่ซื้อหมายถึงจะมีขยะพลาสติกและบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นทวีคูณ หากเราละเลยวิธีการจัดการขยะเหล่านี้ สิ่งที่เคยพยายามทำกันในปีที่ผ่านๆ มา ทั้งการงดรับถุงพลาสติก การใช้ปิ่นโต/ภาชนะที่บ้านใส่อาหารที่ซื้อ ก็จะเสียเปล่า และเราอาจจะต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ในเรื่องนี้

6.โลกที่ไม่แบ่งแยกสายวิทย์สายสังคม ผลกระทบของการระบาดของโรคจะไม่ได้จำกัดอยู่ที่จำนวนผู้ติดเชื้อหรือเสียชีวิต แต่กระทบเศรษฐกิจและสังคมทั้งระบบ และการควบคุมการระบาดจะเป็นไปได้ยากหากการเคลื่อนย้ายแรงงานเกิดจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม การพยากรณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต ถูกนำไปใช้ออกแบบมาตรการจัดการการระบาดของโรค แต่ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นคือ ขาดการวิเคราะห์แบบบูรณาการ ยกตัวอย่างในสหราชอาณาจักร รัฐบาลได้ประกาศตามหาผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์สร้างแบบจำลองจากทุกสาขาวิชา เพื่อร่วมกันสร้างแบบจำลองใหม่ภายใน 6 เดือน เพื่อที่จะใช้ในวิเคราะห์สถานการณ์การระบาดและเอามาใช้กำหนดสิ่งที่ต้องทำในด้านต่างๆ

7.โลกที่อินเตอร์เน็ตและไฟฟ้าสำคัญกว่าน้ำมัน เมื่อต้องอยู่บ้าน เราจะใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ใช้อินเตอร์เน็ตพร้อมกันในเวลาเดียวกัน เด็กจำนวนมากเรียนผ่านระบบออนไลน์ พนักงานบริษัททำงานจากที่บ้าน ประชุมออนไลน์ ระบบอินเตอร์เน็ตจึงต้องดีพอที่จะรองรับ users ที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า

8.โลกของการศึกษา online เพื่อรักษาระยะห่าง เด็กทุกคนต้องมีอุปกรณ์เพื่อใช้สำหรับการเรียนออนไลน์ ซึ่งเด็กในชนบทของไทย อาจไม่พร้อมที่จะเข้าสู่การเรียนรูปแบบใหม่เพราะขาดอุปกรณ์ นอกจากโรงเรียนจะต้องคำนึงถึงการออกแบบการสอนให้เหมาะสมแล้ว รัฐต้องเตรียมพร้อมจัดหาอุปกรณ์การเรียน การใช้อินเตอร์เน็ตและไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากหากมีการเรียนการสอนในเวลาเดียวกันกับการทำงานแบบ work from home ทั่วประเทศ

เด็กเล็กที่ต้องมีผู้ปกครองอยู่ด้วยในขณะที่เรียนออนไลน์ในเวลาปกติ ซึ่งก็คือเวลาที่พ่อแม่เองก็ต้องทำงาน การจัดการปัญหานี้ ทำได้ด้วยการเปลี่ยนการสอนสดเป็นการสอนแบบทางไกล (distance learning) ที่ครู อาจารย์ ต้องเตรียมเอกสารการสอน ทั้งวิชาล่วงหน้า และอัพโหลดไว้ในระบบการเรียนรู้ออนไลน์ที่เรียกว่า virtual learning system ของสถาบัน เพื่อให้นักเรียนเข้ามาศึกษาเนื้อหาด้วยตัวเองในเวลาที่พ่อ/แม่ อยู่ด้วย การวางระบบของแต่ละสถาบันอาจมีต้นทุนสูง รัฐควรเข้ามาช่วยเหลือเรื่องนี้ด้วยการวางเครือข่ายที่สามารถใช้ร่วมกันแบบ sharing space และปรับมาตรฐานกำกับคุณภาพการเรียนการสอนให้เหมาะกับรูปแบบการศึกษาแบบใหม่นี้

9.โลกของ virtual banking business เป็นเรื่องของกระบวนการให้บริการและการดำเนินงานภายในและนอกแบบดิจิทัล ทุกวันนี้การจับต้องของสิ่งเดียวกัน อาจทำให้เราติดเชื้อได้ เราจึงเริ่มลดการใช้เงินสดหันมาใช้ mobile application สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัว พฤติกรรมของคนจะเปลี่ยนไปแบบถาวร ผู้คนจะเคยชินกับ mobile banking แทนการไปทำธุรกรรมที่เคาน์เตอร์ สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ ธนาคารจะลดการให้บริการที่สาขา เมื่อมีการพัฒนาระบบการยืนยันตัวตนแบบดิจิทัลและมีระบบไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่รัดกุมมากขึ้น ธนาคารทั่วโลกรวมถึงไทยก็อาจไม่จำเป็นต้องมีสาขาในพื้นที่อีกต่อไป พนักงานประจำเคาน์เตอร์ธนาคารจึงต้องปรับตัว เรียนรู้สิ่งใหม่ซึ่งจะช่วยให้พนักงานรอดพ้นจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ใช้บริการทางการเงิน

การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เป็นปัจจัยสำคัญของการอยู่รอด หากเรียนรู้และปรับตัวช้า โอกาสที่ความเครียด ความกังวล จะสะสมมากขึ้น และทำให้เกิด over-reaction สร้างความปั่นป่วนทั้งกับตัวเองและสังคมได้ บางคนอาจคิดว่าโลกจะมีความเป็นสังคมนิยมมากขึ้น แต่ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่าจะเป็นสังคมที่มีการพึ่งพาตนเองมากขึ้น สังคมที่ถูกกำหนดให้อยู่อย่างมีระเบียบระบบมากขึ้น และอาศัยดิจิทัลเทคโนโลยีในการผลิตสินค้าและให้บริการมากขึ้น

รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์
ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ยุทธศาสตร์องค์กร
ธนาคารกรุงไทย