ประวัติศาสตร์บอกเล่าบางเรื่องสนุก น่าจดจำ บางทีเป็นเรื่องเล่าให้น้องนุ่งลูกหลานฟังด้วยความบังเอิญ
ครั้งหนึ่ง หลังอาหารกลางวันจบบ่าย ขรัวตาตุ๊ หรือท่านจอมพล ประภาส จารุเสถียร เล่าความเชี่ยวชาญเชิงของท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ให้ฟังว่า กลางคืนมีงานเลี้ยงที่ พล.1 ย่านเทเวศร์ แทบจะสว่างคาตา พอพระอาทิตย์สาดแสงกล้า ก็มีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องลุ่มน้ำโขง แถวเชิงสะพานกษัตริย์ศึก ผมงี้นั่งหลับๆ ตื่นๆ อยู่ ขรัวตาตุ๊ว่า
พลันก็เหมือนได้ยิน ข้อสรุป 1-2-3
แล้วก็ได้ยินเสียงดังกังวานของท่านจอมพลสฤษดิ์ ก้องขึ้น
“เอาข้อ 3!.”
จากนั้นก็มีการสั่งเลิกประชุม แยกย้ายกันกลับไปทำงาน
ขรัวตาตุ๊ถามจอมพลสฤษดิ์ ด้วยความเคารพรักว่า พี่หริด พี่เอาสติปัญญา เรี่ยวแรงที่ไหนมาทำงาน เมื่อคืนก็อยู่ด้วยกันแทบจะมรณา เช้าพี่ยังสั่งงานฉะฉานได้อีก
“ตุ๊” จอมพลสฤษดิ์ ตอบ “ก่อนเรื่องถึงเรา เค้าพิจารณาหาข้อยุติมาเป็นวันเป็นคืน ใช้ได้ทุกข้อนั่นแหละ ข้าก็ง่วงเกือบตายเหมือนเอ็ง ได้ยินแว่วๆ ถึงข้อ 3 แล้ว เลยเอาข้อ 3 นั่นแหละ ลองตามผลงานดู จะเรียบร้อยทันกำหนดหรือไม่”
ประวัติศาสตร์บอกเล่าชนิดเช่นนี้ มีอยู่กับใครได้ทุกคน บางคนเป็นวัตรปฏิบัติที่ไปเกี่ยวข้อง
บางคนได้พูดได้จากันมาตรงๆ
นักข่าวในทำเนียบสายการเมืองจำนวนหนึ่ง บอกเล่าว่า ความเชื่อถือของคนเรานี่ก็แปลก
“รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีบางคน หากมีใครไปบอกว่า ไอ้นี่โกงฉิบหาย อาจจะถูกเตะเอาง่ายๆ ถ้าคนที่สมมุตินาม คือ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย”
ตรงกันข้าม คนที่ไม่ต้องสมมุติอีกคน กลับถูกหาว่าสุจริต จะมีคำถามย้อนทันทีว่า เอ็งรู้จักนักการเมืองแค่ไหน
ร่ำลือกันว่า ความเชื่อถือศรัทธาที่ชาวบ้านย่านตลาดให้แก่ท่านผู้นำนั้น เป็นแสงประกายความประพฤติเฉพาะตัวจริงๆ เราอาจคิดถึง ลี กวนยู, สี จิ้นผิง, โฮจิมินห์ ด้วยความระลึกรัก
แล้วก็ไม่ควรลืมคิดถึงประเทศไทย, รัฐบาลไทยว่าอาจจะเหมือนการบินไทย

