หน้าแรก บทความ สุขบัญญัติ ป้...

สุขบัญญัติ ป้องกันโควิด-19 โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร

25.06.20 | 13:18 น.

“สุขบัญญัติแห่งชาติ” เป็นแนวทางการปฏิบัติตนหรือการดูแลสุขภาพพื้นฐาน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและลดความเสี่ยงจากโรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งอันตรายต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น นำไปสู่การมีสุขภาพดีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำกิจกรรมและดำเนินชีวิตประจำวัน

รัฐบาลไทยได้มีการอนุมัติให้การปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติเป็นนโยบายระดับชาติ และกำหนดให้วันที่ 28 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันสุขบัญญัติแห่งชาติ” โดยมีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนได้รับการปลูกฝังและสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพ ที่ถูกต้องตั้งแต่เยาว์วัย และทุกช่วงชีวิต ด้วยการปฏิบัติตนอย่างสม่ำเสมอ จนเป็นสุขนิสัย และเพื่อให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นค่านิยมหลักของสังคม และพัฒนาเป็นวัฒนธรรมทางสุขภาพของคนไทย โดยมีข้อปฏิบัติ 10 ประการ ประกอบด้วย

1) การดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด

2) การรักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง

3) การล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและหลังการขับถ่าย

Advertisement

4) การกินอาหารสุกสะอาด ปราศจากอันตรายและหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด

5) การงดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนัน และสำส่อนทางเพศ

6) การสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น

7) การป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท

8) การออกกำลังกายสม่ำเสมอและตรวจสุขภาพประจำปี

9) การทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ

10) การมีสำนึกต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสรรค์สังคม

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้ข้อมูลว่า การปฏิบัติตามสุขบัญญัติแห่งชาติ เป็นการสร้างบรรทัดฐานสำหรับการสร้างเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นกับประชาชน ในสถานการณ์ปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการส่งเสริม สนับสนุน ควบคู่กับการที่ประชาชนมีความตระหนักและมีทักษะสุขภาพที่ดี ดังนั้น ประเด็นขับเคลื่อนสุขบัญญัติแห่งชาติในปีนี้

จึงเน้นเรื่องการส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่มุ่งพัฒนา “ฐานวิถีชีวิตด้วยสุขบัญญัติ” เน้นสวมหน้ากาก อยู่ห่าง ล้างมือ

ในสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ต้องการสร้าง “New Normal” หรือ “ฐานวิถีชีวิตใหม่” ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย การปฏิบัติตามสุขบัญญัติในประชาชนทุกกลุ่มวัย จึงเป็น “ฐานวิถีชีวิตใหม่ด้วยสุขบัญญัติ” โดยมุ่งเน้น 3 พฤติกรรมหลัก ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างระหว่างกัน และล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร ก่อนสัมผัสใบหน้า ตา จมูก เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ซึ่งเราสามารถป้องกันตนเองและครอบครัวไม่ให้เจ็บป่วยและหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้

ดังนั้น การกำหนด Key message “ปฏิบัติตามสุขบัญญัติเป็นนิจ สู้วิกฤตโควิด-19” จึงเป็นประเด็นสำคัญ ที่จะให้ภาคีเครือข่ายสุขภาพทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ประชาชน สื่อมวลชน รวมถึงเครือข่ายสาธารณสุข ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้ร่วมแรงร่วมใจ ส่งเสริม ผลักดันการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพพื้นฐานให้เป็นชีวิตวิถีใหม่หรือ New normal ของเด็ก/เยาวชนและประชาชนคนไทย เพื่อเป็นพื้นฐานของระบบสุขภาพที่แข็งแรงและสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทย สอดคล้องกับการดำเนินงานสาธารณสุขในปัจจุบัน ที่มีความจำเป็นต้องจัดการกับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และมีผลต่อสุขภาพ การนำแนวคิดตำบลจัดการสุขภาพและการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนด้วยสุขบัญญัติแห่งชาติมาใช้ในการจัดการกับโควิด-19

จึงเป็นกระบวนสร้างสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบทบาทภาคประชาชน ท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และทุกๆ ภาคส่วนแบบบูรณาการร่วมกัน

นอกจากการสนับสนุนภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้เกิดฐานวิถีชีวิตใหม่แล้ว กรมสนับสนุนบริการสุขภาพยังได้ดำเนินการเฝ้าระวังฐานวิถีชีวิตใหม่ตามแนวทางสุขบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งพบว่าพฤติกรรมที่ประชาชนปฏิบัติตามมากที่สุดคือ การสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อไปในแหล่งชุมชนหรือพื้นที่เสี่ยง รองลงมาคือ การล้างมือบ่อยๆ ซึ่งการปฏิบัติตัวตามสุขบัญญัติ เริ่มต้นจากสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือ ซึ่งการสวมหน้ากากอนามัยสามารถลดโรคได้ถึง 30% และหากทุกคนต่างสวมหน้ากากอนามัยจะช่วยลดโรคได้ถึง 80% เนื่องจากเชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดได้จากละอองฝอย ไอ จาม ที่ไปได้ไกล 1 เมตร และต้องปฏิบัติควบคู่กับการล้างมือ ซึ่งการล้างมือที่ถูกต้องทำให้ครบทั้ง
7 ขั้นตอน ด้วย

ผู้เขียน ในฐานะศิษย์เก่าของกระทรวงสาธารณสุข เฝ้ามองการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่ได้ผลเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะภาคประชาชน ก็อยากจะส่งแรงใจให้ทั้งคนทำงานในระดับพื้นที่ ส่วนที่อยู่ติดและใกล้ชิดกับชาวบ้านที่สุดอย่าง อสม. เจ้าหน้าที่ รพ.สต. และรวมถึงผู้บริหารในกระทรวง ซึ่งดูแลเรื่องพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนอย่างคุณหมอธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และมือขวาที่ดูแลงานภาคประชาชน คุณหมอภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้มีกำลังกายกำลังใจที่จะนำการขับเคลื่อนงานให้ผ่านพ้น ทุกวิกฤตของโรคและภัยสุขภาพได้อย่างปลอดภัยและสง่างาม ทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ นะครับ