จิตวิวัฒน์ : อเมริกา อเมริเก : โดย จุมพล พูลภัทรชีวิน

จิตวิวัฒน์ : อเมริกา อเมริเก : โดย จุมพล พูลภัทรชีวิน

จิตวิวัฒน์ : อเมริกา อเมริเก : โดย จุมพล พูลภัทรชีวิน

ผมเริ่มเขียนบทความนี้วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2563 เวลา 13.30 น. ซึ่งตรงกับวัน “ครีษมายัน” เป็นวันที่มีช่วงกลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี และที่สำคัญ ในวันนั้นจะมีปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาบางส่วน” เหนือท้องฟ้าเมืองไทย สังเกตเห็นได้ทั่วประเทศ เวลาประมาณ 13.00-16.10 น. มีเพื่อนบางคนส่งไลน์มาบอกว่า อย่าออกไปไหนโดยเฉพาะช่วงเวลาดังกล่าว เพราะจะเกิดเคราะห์ร้ายกับชีวิต ในขณะที่นักดาราศาสตร์เชิญชวนให้ประชาชนที่สนใจชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติครั้งนี้อย่างถูกต้องปลอดภัย

ชื่อบทความ “อเมริกา อเมริเก” ผมต้องการจะสื่อให้เห็นว่า อเมริกาโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ ทรัมป์ เป็นผู้นำประเทศ ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางภาพลักษณ์และภาพพจน์ของความเป็นสหรัฐอเมริกาไปจากเดิม จากฐานะประเทศผู้นำด้านการปกครองแบบประชาธิปไตย ผู้นำระบบเศรษฐกิจเสรีทุนนิยม การค้าและการแข่งขันเสรี ไปสู่การข่มขู่คุกคาม ก้าวร้าว ทั้งการเมืองการปกครองในประเทศและระหว่างประเทศ การกีดกันทางการค้า การต่อรองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในระดับนานาชาติ บนฐาน “อเมริกาต้องมาก่อน” แล้วถูกลดทอนลงมาในระดับชาติคือ “พรรครีพับลิกันต้องมาก่อน” แล้วลดทอนต่อไปเป็นระดับบุคคลคือ “ทรัมป์ต้องมาก่อน” ความบิดเบี้ยวเปลี่ยนไปของความเป็นอเมริกาตามการรับรู้ของนานาชาติในฐานะประเทศมหาอำนาจ ผู้นำของโลกเสรี ที่มี (และใช้) ทั้งอำนาจและบารมีในการแสดงออกและรักษาไว้ซึ่งความเป็นพี่ใหญ่หรือผู้นำโลก แต่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ อเมริกากำลังถูกเงาของทรัมป์บดบังบางส่วน คล้ายการเกิด “สุริยุปราคาบางส่วน” ตามสายตาของชาวโลกที่มองอยู่ว่า อเมริกากำลังเก หรือบิดเบี้ยวไปจากเดิม

สโลแกนหรือคำขวัญชูโรงในการหาเสียงของทรัมป์ในฐานะตัวแทนของพรรครีพับลิกันคือ “Make America Great Again” หรือทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง คำขวัญนี้มีสองนัย นัยแรก เป็นการโจมตีว่าประธานาธิบดีโอบามา พรรคเดโมแครต ทำให้อเมริกาตกต่ำมาหลายปีในสายตาของชาวโลก อีกนัยหนึ่งคือถ้าเลือกทรัมป์ พรรครีพับลิกัน ทรัมป์จะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่ในเวทีโลกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อทรัมป์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ทรัมป์ได้ “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ด้วยนโยบาย America First หรืออเมริกาต้องมาก่อน หรือผลประโยชน์ของอเมริกาต้องมาก่อนนั่นเอง

ประเด็นแรกที่ผมขอตั้งเป็นข้อสังเกตเริ่มต้น คือผมมองเห็นความไม่ลงรอยระหว่างความคิดและการปฏิบัติ ความต้องการทำให้อเมริกายิ่งใหญ่เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย น่ายกย่องยินดี แต่แนวคิดและวิธีปฏิบัติในลักษณะอเมริกาต้องมาก่อน หากพิจารณาให้ลุ่มลึกรอบด้าน มันสื่อความหมายทางลบและมีโอกาสจะส่งผลกระทบในทางลบต่ออเมริกามากกว่า เพื่อรักษาผลประโยชน์ของอเมริกาตามนโยบายดังกล่าว อเมริกาจึงต้องสร้างกำแพงชายแดนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลบหนีเข้าเมือง ต้องเข้าไปแทรกแซง ตัดเงินสนับสนุนกิจการระหว่างประเทศ หรือถอนตัวออกจากความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การการค้าโลก (WTO) ข้อตกลงการลดมลภาวะโลก รวมไปถึงการแทรกแซงทางทหาร เศรษฐกิจ การค้า การเมืองและการปกครอง ของประเทศอื่นโดยเฉพาะประเทศฝ่ายตรงกันข้าม ประเทศคู่แข่ง ไม่เว้นแม้แต่มิตรประเทศ

การทำให้อเมริกายิ่งใหญ่ทำได้หลากหลายวิธี และขึ้นอยู่กับเป้าหมายว่าจะยิ่งใหญ่ในด้านใด ยิ่งใหญ่ทางอำนาจ หรือบารมี หรือทั้งอำนาจและบารมี? ยิ่งใหญ่เฉพาะด้าน หลายด้าน หรือทุกด้าน? แต่แนวคิดและแนวปฏิบัติของ “อเมริกาต้องมาก่อน” ตามที่ทรัมป์เสนอและทำในหลายๆ เรื่อง ไม่น่าจะทำให้อเมริกายิ่งใหญ่และได้รับการยอมรับจากนานาประเทศเหมือนเดิมได้ เพราะ America First ตามแนวทางของทรัมป์ (ซึ่งไม่ใช่ของคนอเมริกันทั้งหมด) สะท้อนถึงการแบ่งแยก การแบ่งชนชั้น การจัดลำดับ การเห็นแก่ตัว การแย่งชิงผลประโยชน์ … ถ้าอเมริกาเดินตามทิศทางดังกล่าว อเมริกาจะยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงได้อย่างไร? ความยิ่งใหญ่ด้วยอำนาจ จะยิ่งใหญ่กว่าความยิ่งใหญ่ด้วยบารมีหรือ? แล้วความเสมอภาค เสรีภาพ ภราดรภาพ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน การเคารพและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล เชื้อชาติ ผิวพรรณ ศาสนา และวัฒนธรรม…ยังมีอยู่ไหม? หรือจะเป็นเพียงถ้อยคำและวาทกรรมที่สวยหรู และใช้เป็นข้ออ้างของผู้นำโลกเสรีประชาธิปไตยเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์?

สำหรับผม มีประสบการณ์ที่ดีกับอเมริกา อเมริกาและคนอเมริกันที่ผมรู้ผมเข้าใจยังคงยิ่งใหญ่ แต่อเมริกาจะรักษาและสร้างเสริมความยิ่งใหญ่ให้ยั่งยืนต่อไปอย่างไร เป็นเรื่องที่อเมริกาต้องใคร่ครวญทบทวนให้ลึกซึ้งและรอบด้าน แล้วตัดสินเลือกเดินไปในทิศทางที่พึงประสงค์ เช่นจะเลือกอะไร อย่างไร มากน้อยแค่ไหน ระหว่างอเมริกา (ฉัน) กับ มนุษยชาติ (เรา) และการแข่งขัน กับ ความร่วมมือ เป็นต้น

ข้อสังเกตถัดมาคือ การลดทอนจาก America First ในระดับนานาชาติสู่ระดับชาติ ด้วยการโจมตีหรือยกเลิกสิ่งที่พรรคเดโมแครต โดยเฉพาะประธานาธิบดีโอบามาทำไว้ หากการกระทำดังกล่าวขาดความระแวดระวังผลกระทบทางลบที่จะเกิดขึ้น หรือมุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ทางการเมืองมากเกินไป ก็จะสร้างความแตกแยกภายในประเทศเพิ่มขึ้น ยิ่งมีการนำไปพัวพันกับการขอความร่วมมือกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะโดยตรง โดยอ้อม หรือโดยลับ และมีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน ยิ่งไม่น่าจะเป็นผลดีต่อความเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ในสายตาของประชาคมโลก อเมริกาจะได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจลดลง แต่แปลกแยกจากประชาคมโลกมากขึ้นด้วยนโยบายและการกระทำของตนเอง

ข้อสังเกตที่สามที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ การลดทอน America First ไปสู่ Trump First ซึ่งเป็นระดับบุคคล เพราะจากพฤติกรรมของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้รับการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชน นักการเมือง นักวิชาการ วงการวิชาชีพต่างๆ และบุคคลทั่วไป ทั้งในอเมริกาและทั่วโลก ไปในทิศทางที่ไม่พึงประสงค์ หรือแม้กระทั่งต่อต้านตัวประธานาธิบดีทรัมป์ พรรครีพับลิกัน และสหรัฐอเมริกาในหลายๆ กรณี โดยเฉพาะความไม่ลงร่องลงรอยทางความคิด การพูด และการกระทำ การตัดสินใจและแปรเปลี่ยนที่รวดเร็ว ความก้าวร้าวดุดัน การโจมตี และการกล่าวโทษผู้อื่น การใช้อำนาจประธานาธิบดีเพื่อให้เป็นไปในทิศทางที่ตนเองต้องการ การเอาชนะระรานคนอื่น ประเทศอื่น ในลักษณะตามใจตัวเอง ไปจนถึงขั้นว่า ทรัมป์ไม่มีความพร้อม ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นประธานาธิบดีของอเมริกา

ผมมองว่า ในแง่ของการสร้างและการส่งเสริมพัฒนามิติภายใน ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าท่านเน้นหรือสนใจเรื่องของการสร้างและพัฒนาความมี “จิตใหญ่” ให้กับคนอเมริกันซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ผิวพรรณ ศาสนา และวัฒนธรรม นโยบาย America First บ่งบอกถึงความมี “จิตใหญ่” หรือ “จิตเล็ก”? แล้ว Trump First อย่างที่ปรากฏ “จิตเล็ก” หรือ “จิตใหญ่?” การจะสร้างอเมริกาให้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ควรสร้างด้วย “จิตเล็ก” หรือ “จิตใหญ่”?

ความย้อนแย้งหรือความไม่ลงรอยที่เกิดขึ้นจากการลดทอนแนวคิดการทำให้อเมริกายิ่งใหญ่ ด้วยนโยบายอเมริกาต้องมาก่อนในระดับนานาชาติ สู่แนวปฏิบัติทางการเมืองในระดับชาติ และท้ายที่สุดลดทอนต่อไปสู่ทรัมป์ต้องมาก่อนในระดับบุคคล ตามที่ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ดังกล่าว ท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลกระทบทางบวกย้อนกลับไปทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้จริงหรือไม่ ในด้านใด เป็นเรื่องที่จะต้องรอดูกันต่อไป ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะนานเกินรอ

จุมพล พูลภัทรชีวิน
www.thaissf.org, twitter.com/jitwiwat

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชุมนุมต่อต้านเหยียดผิวที่เคนตักกี ระอุ มีผู้ถูกยิงตาย 1 เจ็บ 1
บทความถัดไป‘สุวัจน์’ แสดงความยินดี พปชร. ชู ‘บิ๊กป้อม’ มือประสาน แบ๊ก ‘บิ๊กตู่’ นำ ปท.ฝ่าวิกฤต