จิตวิวัฒน์ : อเมริกา อเมริเก : โดย จุมพล พูลภัทรชีวิน

28.06.20 | 14:11 น.
จิตวิวัฒน์ : อเมริกา อเมริเก : โดย จุมพล พูลภัทรชีวิน

จิตวิวัฒน์ : อเมริกา อเมริเก : โดย จุมพล พูลภัทรชีวิน

ผมเริ่มเขียนบทความนี้วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2563 เวลา 13.30 น. ซึ่งตรงกับวัน “ครีษมายัน” เป็นวันที่มีช่วงกลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี และที่สำคัญ ในวันนั้นจะมีปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาบางส่วน” เหนือท้องฟ้าเมืองไทย สังเกตเห็นได้ทั่วประเทศ เวลาประมาณ 13.00-16.10 น. มีเพื่อนบางคนส่งไลน์มาบอกว่า อย่าออกไปไหนโดยเฉพาะช่วงเวลาดังกล่าว เพราะจะเกิดเคราะห์ร้ายกับชีวิต ในขณะที่นักดาราศาสตร์เชิญชวนให้ประชาชนที่สนใจชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติครั้งนี้อย่างถูกต้องปลอดภัย

ชื่อบทความ “อเมริกา อเมริเก” ผมต้องการจะสื่อให้เห็นว่า อเมริกาโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ ทรัมป์ เป็นผู้นำประเทศ ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางภาพลักษณ์และภาพพจน์ของความเป็นสหรัฐอเมริกาไปจากเดิม จากฐานะประเทศผู้นำด้านการปกครองแบบประชาธิปไตย ผู้นำระบบเศรษฐกิจเสรีทุนนิยม การค้าและการแข่งขันเสรี ไปสู่การข่มขู่คุกคาม ก้าวร้าว ทั้งการเมืองการปกครองในประเทศและระหว่างประเทศ การกีดกันทางการค้า การต่อรองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในระดับนานาชาติ บนฐาน “อเมริกาต้องมาก่อน” แล้วถูกลดทอนลงมาในระดับชาติคือ “พรรครีพับลิกันต้องมาก่อน” แล้วลดทอนต่อไปเป็นระดับบุคคลคือ “ทรัมป์ต้องมาก่อน” ความบิดเบี้ยวเปลี่ยนไปของความเป็นอเมริกาตามการรับรู้ของนานาชาติในฐานะประเทศมหาอำนาจ ผู้นำของโลกเสรี ที่มี (และใช้) ทั้งอำนาจและบารมีในการแสดงออกและรักษาไว้ซึ่งความเป็นพี่ใหญ่หรือผู้นำโลก แต่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ อเมริกากำลังถูกเงาของทรัมป์บดบังบางส่วน คล้ายการเกิด “สุริยุปราคาบางส่วน” ตามสายตาของชาวโลกที่มองอยู่ว่า อเมริกากำลังเก หรือบิดเบี้ยวไปจากเดิม

สโลแกนหรือคำขวัญชูโรงในการหาเสียงของทรัมป์ในฐานะตัวแทนของพรรครีพับลิกันคือ “Make America Great Again” หรือทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง คำขวัญนี้มีสองนัย นัยแรก เป็นการโจมตีว่าประธานาธิบดีโอบามา พรรคเดโมแครต ทำให้อเมริกาตกต่ำมาหลายปีในสายตาของชาวโลก อีกนัยหนึ่งคือถ้าเลือกทรัมป์ พรรครีพับลิกัน ทรัมป์จะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่ในเวทีโลกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อทรัมป์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ทรัมป์ได้ “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ด้วยนโยบาย America First หรืออเมริกาต้องมาก่อน หรือผลประโยชน์ของอเมริกาต้องมาก่อนนั่นเอง

ประเด็นแรกที่ผมขอตั้งเป็นข้อสังเกตเริ่มต้น คือผมมองเห็นความไม่ลงรอยระหว่างความคิดและการปฏิบัติ ความต้องการทำให้อเมริกายิ่งใหญ่เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย น่ายกย่องยินดี แต่แนวคิดและวิธีปฏิบัติในลักษณะอเมริกาต้องมาก่อน หากพิจารณาให้ลุ่มลึกรอบด้าน มันสื่อความหมายทางลบและมีโอกาสจะส่งผลกระทบในทางลบต่ออเมริกามากกว่า เพื่อรักษาผลประโยชน์ของอเมริกาตามนโยบายดังกล่าว อเมริกาจึงต้องสร้างกำแพงชายแดนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลบหนีเข้าเมือง ต้องเข้าไปแทรกแซง ตัดเงินสนับสนุนกิจการระหว่างประเทศ หรือถอนตัวออกจากความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การการค้าโลก (WTO) ข้อตกลงการลดมลภาวะโลก รวมไปถึงการแทรกแซงทางทหาร เศรษฐกิจ การค้า การเมืองและการปกครอง ของประเทศอื่นโดยเฉพาะประเทศฝ่ายตรงกันข้าม ประเทศคู่แข่ง ไม่เว้นแม้แต่มิตรประเทศ

Advertisement

การทำให้อเมริกายิ่งใหญ่ทำได้หลากหลายวิธี และขึ้นอยู่กับเป้าหมายว่าจะยิ่งใหญ่ในด้านใด ยิ่งใหญ่ทางอำนาจ หรือบารมี หรือทั้งอำนาจและบารมี? ยิ่งใหญ่เฉพาะด้าน หลายด้าน หรือทุกด้าน? แต่แนวคิดและแนวปฏิบัติของ “อเมริกาต้องมาก่อน” ตามที่ทรัมป์เสนอและทำในหลายๆ เรื่อง ไม่น่าจะทำให้อเมริกายิ่งใหญ่และได้รับการยอมรับจากนานาประเทศเหมือนเดิมได้ เพราะ America First ตามแนวทางของทรัมป์ (ซึ่งไม่ใช่ของคนอเมริกันทั้งหมด) สะท้อนถึงการแบ่งแยก การแบ่งชนชั้น การจัดลำดับ การเห็นแก่ตัว การแย่งชิงผลประโยชน์ … ถ้าอเมริกาเดินตามทิศทางดังกล่าว อเมริกาจะยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงได้อย่างไร? ความยิ่งใหญ่ด้วยอำนาจ จะยิ่งใหญ่กว่าความยิ่งใหญ่ด้วยบารมีหรือ? แล้วความเสมอภาค เสรีภาพ ภราดรภาพ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน การเคารพและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล เชื้อชาติ ผิวพรรณ ศาสนา และวัฒนธรรม…ยังมีอยู่ไหม? หรือจะเป็นเพียงถ้อยคำและวาทกรรมที่สวยหรู และใช้เป็นข้ออ้างของผู้นำโลกเสรีประชาธิปไตยเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์?

สำหรับผม มีประสบการณ์ที่ดีกับอเมริกา อเมริกาและคนอเมริกันที่ผมรู้ผมเข้าใจยังคงยิ่งใหญ่ แต่อเมริกาจะรักษาและสร้างเสริมความยิ่งใหญ่ให้ยั่งยืนต่อไปอย่างไร เป็นเรื่องที่อเมริกาต้องใคร่ครวญทบทวนให้ลึกซึ้งและรอบด้าน แล้วตัดสินเลือกเดินไปในทิศทางที่พึงประสงค์ เช่นจะเลือกอะไร อย่างไร มากน้อยแค่ไหน ระหว่างอเมริกา (ฉัน) กับ มนุษยชาติ (เรา) และการแข่งขัน กับ ความร่วมมือ เป็นต้น

ข้อสังเกตถัดมาคือ การลดทอนจาก America First ในระดับนานาชาติสู่ระดับชาติ ด้วยการโจมตีหรือยกเลิกสิ่งที่พรรคเดโมแครต โดยเฉพาะประธานาธิบดีโอบามาทำไว้ หากการกระทำดังกล่าวขาดความระแวดระวังผลกระทบทางลบที่จะเกิดขึ้น หรือมุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ทางการเมืองมากเกินไป ก็จะสร้างความแตกแยกภายในประเทศเพิ่มขึ้น ยิ่งมีการนำไปพัวพันกับการขอความร่วมมือกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะโดยตรง โดยอ้อม หรือโดยลับ และมีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน ยิ่งไม่น่าจะเป็นผลดีต่อความเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ในสายตาของประชาคมโลก อเมริกาจะได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจลดลง แต่แปลกแยกจากประชาคมโลกมากขึ้นด้วยนโยบายและการกระทำของตนเอง

ข้อสังเกตที่สามที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ การลดทอน America First ไปสู่ Trump First ซึ่งเป็นระดับบุคคล เพราะจากพฤติกรรมของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้รับการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชน นักการเมือง นักวิชาการ วงการวิชาชีพต่างๆ และบุคคลทั่วไป ทั้งในอเมริกาและทั่วโลก ไปในทิศทางที่ไม่พึงประสงค์ หรือแม้กระทั่งต่อต้านตัวประธานาธิบดีทรัมป์ พรรครีพับลิกัน และสหรัฐอเมริกาในหลายๆ กรณี โดยเฉพาะความไม่ลงร่องลงรอยทางความคิด การพูด และการกระทำ การตัดสินใจและแปรเปลี่ยนที่รวดเร็ว ความก้าวร้าวดุดัน การโจมตี และการกล่าวโทษผู้อื่น การใช้อำนาจประธานาธิบดีเพื่อให้เป็นไปในทิศทางที่ตนเองต้องการ การเอาชนะระรานคนอื่น ประเทศอื่น ในลักษณะตามใจตัวเอง ไปจนถึงขั้นว่า ทรัมป์ไม่มีความพร้อม ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นประธานาธิบดีของอเมริกา

ผมมองว่า ในแง่ของการสร้างและการส่งเสริมพัฒนามิติภายใน ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าท่านเน้นหรือสนใจเรื่องของการสร้างและพัฒนาความมี “จิตใหญ่” ให้กับคนอเมริกันซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ผิวพรรณ ศาสนา และวัฒนธรรม นโยบาย America First บ่งบอกถึงความมี “จิตใหญ่” หรือ “จิตเล็ก”? แล้ว Trump First อย่างที่ปรากฏ “จิตเล็ก” หรือ “จิตใหญ่?” การจะสร้างอเมริกาให้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ควรสร้างด้วย “จิตเล็ก” หรือ “จิตใหญ่”?

ความย้อนแย้งหรือความไม่ลงรอยที่เกิดขึ้นจากการลดทอนแนวคิดการทำให้อเมริกายิ่งใหญ่ ด้วยนโยบายอเมริกาต้องมาก่อนในระดับนานาชาติ สู่แนวปฏิบัติทางการเมืองในระดับชาติ และท้ายที่สุดลดทอนต่อไปสู่ทรัมป์ต้องมาก่อนในระดับบุคคล ตามที่ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ดังกล่าว ท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลกระทบทางบวกย้อนกลับไปทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้จริงหรือไม่ ในด้านใด เป็นเรื่องที่จะต้องรอดูกันต่อไป ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะนานเกินรอ

จุมพล พูลภัทรชีวิน
www.thaissf.org, twitter.com/jitwiwat