สถานีคิดเลขที่ 12 : มรสุมที่รออยู่ : วรศักดิ์ ประยูรศุข

สถานีคิดเลขที่ 12 : มรสุมที่รออยู่ : วรศักดิ์ ประยูรศุข

สถานีคิดเลขที่ 12 : มรสุมที่รออยู่ : วรศักดิ์ ประยูรศุข

ระส่ำระสายอย่างเงียบๆ ลึกๆ

ข่าวร้ายรายวันจากการเลิกกิจการ จากการปรับตัวรับการขาดทุน หนาหูขึ้นเรื่อยๆ

และเป็นเรื่องใกล้ตัว อาจจะเกิดกับใครก็ได้ วงการสื่อเองก็ไม่ได้เว้น

เหตุจากการแพร่ระบาดของโควิดเป็นตัวเข้ามาเร่งสปีดของการดิสรัปชั่นด้วยผลจากเทคโนโลยีใหม่ ที่เกิดขึ้นมาก่อนเป็นปีแล้ว

การล็อกดาวน์ มาตรการเข้มสู้โควิด ถือว่าได้ผล ประเทศไทยได้ชื่อว่า สกัดควบคุมการแพร่ระบาดได้

ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันสวมหน้ากาก เจ้าหน้าที่ทุกระดับทำงานกันอย่างหนัก

แต่ผลของ “ยาแรง” กำลังทำให้เรื่องเศรษฐกิจกลายเป็นภาระหนักของรัฐบาลในเวลานี้

การท่องเที่ยวที่รายได้จากต่างประเทศเหลือเป็นซีโร่หรือศูนย์ การส่งออกติดลบ ดีมานด์ ความต้องการของตลาดต่างๆ หายวับไป

กลายเป็นว่าพ้นจากปัญหาโควิด แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศ ยากลำบากไปตามๆ กัน

มรสุมอีกลูกที่กำลังเคลื่อนตามมา ก็คือ ความคาดหมายว่า จะได้เห็นการเตะฝุ่นครั้งมโหฬาร

การตกงาน การว่างงาน จะเป็นปัญหาให้รัฐบาลต้องเข้ามารองรับให้ได้

ในสภาพอย่างนี้ เป็นเรื่องธรรมดาที่ประชาชนจะต้องคาดหวังจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายบริหาร คือ รัฐบาล จากคณะรัฐมนตรี และจากฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะต้องทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียง

และตรวจสอบฝ่ายบริหาร คือรัฐบาล ว่าได้ทำหน้าที่ดูแลประชาชน รับมือปัญหาได้เหมาะสมถูกจุดหรือไม่

ระยะนี้ สภากำลังพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท วาระแรก ซึ่งถือว่าเริ่มเข้าสู่ปกติ เพราะ พ.ร.บ.งบประมาณฯของปี 2563 ล่าช้าเป็นประวัติการณ์ ด้วยผลจากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า

ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 64 จะผ่านสองสภา สำเร็จเรียบร้อยก่อนสิ้นเดือน ก.ย.

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลผลักดัน พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท มาแก้วิกฤตจากโควิด

จะเห็นว่าตัวเลขเงินงบประมาณ ที่จะอยู่ในอำนาจบริหารของรัฐบาลมีอยู่สูงมาก

ปัญหาอยู่ที่ว่า การใช้จ่ายจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

เป็นโจทย์ที่กำลังท้าทาย “ฝีมือ” ของรัฐบาล โดยมีประชาชนเฝ้าจับตาดูอยู่

โดยเฉพาะนายกฯ ซึ่งมีเรื่องราวต่างๆ รอจะต้องตัดสินใจมากมาย

ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาการบริหารราชการ รวมถึงปัญหา “การเมือง”

เรื่องการเมืองมีทั้งการปรับ ครม.ที่คุกรุ่นอยู่ในพรรคแกนนำรัฐบาล

ไปจนถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่เกิดการทวงถามก่อนหน้านี้ และนายกฯเคยบอกว่าจะพยายามให้เกิดในปีนี้เป็นบางส่วน

ท่าทีและการตัดสินใจของนายกฯ จะทำให้เกิดได้ทั้ง “ข่าวดี” และ “ข่าวร้าย”

ขณะที่การไม่ตัดสินใจหรือความไม่ชัดเจนคลุมเครือ ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่น่าจะเป็นผลดี

วรศักดิ์ ประยูรศุข

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘แบงก์ชาติ’ เคาะหยุดพิเศษ 27 ก.ค. รวมหยุดยาว 4 วัน
บทความถัดไปหลอน! แห่แชร์เหตุการณ์ ‘ขนหัวลุก’ ห้องประชุมสภา จู่ๆ เก้าอี้หมุนเอง ลือสนั่นเรื่องเล่า (คลิป)