คุณภาพคือความอยู่รอด : เริ่มแล้วเลิกหรือต้องทำต่อ : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

คุณภาพคือความอยู่รอด : เริ่มแล้วเลิกหรือต้องทำต่อ : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

คุณภาพคือความอยู่รอด : เริ่มแล้วเลิกหรือต้องทำต่อ : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

ความสำเร็จของแพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุข ทำให้ความตื่นตระหนกของผู้คนในเรื่องของ “การป้องกัน” ไวรัสโควิด-19 เริ่มผ่อนคลายแล้วดังเห็นได้จากการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมรอบตัวเริ่มสบายๆ มากขึ้น เช่น รถเริ่มติดจากที่เดิมถนนว่างทุกสาย (ในเดือน มี.ค.-เม.ย.2563) เราเริ่มเห็นผู้คนในทุกหนทุกแห่ง โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และเริ่มแออัดในร้านอาหารชื่อดัง และที่สาธารณะอื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อสองสามเดือนก่อน หน้ากากอนามัยและสบู่ฆ่าเชื้อโรคหรือเจลล้างมือแทบหาซื้อไม่ได้ แต่วันนี้กลับมีขายตามปกติแล้ว (โอกาสทองของนักฉวยโอกาสจึงลดไปมาก)

หลายคนบอกว่านี่คือ การตอบสนองต่อ New Normal ในลักษณะที่ว่า “เริ่มแล้วเลิก”

คือ เริ่มด้วยการใส่หน้ากากอนามัยและตรวจวัดไข้ด้วยเครื่องยิงอย่างจริงจังและเข้มข้นในทุกแห่งเมื่อ 2 เดือนก่อน แต่การแถลงข่าวถึงความสำเร็จในการรับมือโควิด-19 ของ ศบค. (ที่ว่าติดเชื้อในประเทศเป็น “ศูนย์” ติดกันมากว่า 30 วันแล้ว) ทำให้พวกเราคนไทยเริ่มสบายใจและผ่อนคลายกับ “วิถีชีวิตใหม่” ที่เรียกกันว่า “New Normal” ด้วยการเริ่มล้างมือน้อยลง ใส่หน้ากากอนามัยตามความจำเป็น และเว้นระยะห่างทางสังคมลดน้อยลง ผู้คนพูดคุยกันแบบใกล้ชิดกันมากขึ้น (แต่ยังโชคดีที่เห็นผู้คนใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะเกิน 90%) แสดงว่าผู้คนเริ่มกลับไปใช้ “วิถีชีวิตแบบเดิม” ที่คุ้นชินกันมานานมาก เหมือนกับไม่มี New Normal เกิดขึ้น

สถานการณ์ของการปลดล็อกในวันนี้ ทำให้คนทำมาค้าขายรายเล็ก ผู้ประกอบกิจการ SMEs เริ่มลืมตาอ้าปากจากมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ของภาครัฐสู่ระยะที่ 5 ก็แทบจะทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ในสังคมเกือบเป็นปกติ

ปัญหาของ SMEs ในวันนี้ จึงอยู่ที่การเลือกประกอบกิจการด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีค้าขายใหม่ไปในลักษณะของ New Normal หรือจะยังคงทำแบบเก่าๆ ในบริบทเดิมๆ ก่อนสถานการณ์ โควิด-19 (คือเหมือนไม่มี New Normal เกิดขึ้น)

การประกอบกิจการแบบ New Normal ที่ค้าขายกันแบบออนไลน์มากขึ้นนั้นจะต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศหรือคอมพิวเตอร์เป็นสำคัญ เราจึงต้องเรียนรู้มากขึ้น (หรืออาศัยคนหนุ่มสาวที่รู้เรื่องใหม่ๆ นี้มากขึ้น)

ส่วนที่ยังคงประกอบกิจการด้วยวิถีเดิมๆ ก็จะยึดมั่นในหลักการที่ว่า “ผลิตสินค้าหรือให้บริการด้วยต้นทุนต่ำ คุณภาพสูง ภายในเวลาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

แต่ทั้งวิถีชีวิตใหม่ หรือวิถีชีวิตเก่า เราก็จะต้องยึดเอา “ความต้องการของลูกค้า” เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการผลิตและให้บริการ เพราะเราจะต้อง “ตอบสนองความต้องการของลูกค้า” ให้ได้เสมอ สินค้าหรือบริการจึงจะขายได้

ดังนั้น เรื่องที่สำคัญในวันนี้ จึงต้องเชื่อมั่นว่า “เทคโนโลยีจะทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ลดลงได้” ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญของนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” และ “อุตสาหกรรม 4.0” ซึ่งเป็น New Normal ประเภท “เริ่มแล้วต้องทำต่อไป” ครับผม !

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หนุ่ม ศรราม โพสต์ถึง ป๋าเดียร์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดระลึกถึงคำสอนเสมอ
บทความถัดไป‘วัน อยู่บำรุง’ ถาม ลิงเก็บมะพร้าวหาว่าทรมานสัตว์ ขี่ม้าเล่นโปโล หมาไซบีเรียนลากเลื่อน หนูทดลองยา ทรมานป่าว!