คอลัมน์หน้า 3 : เส้นทาง การเมือง เมื่อนกสิ้น เกาทัณฑ์ซ่อน กรณี กลุ่ม 4 กุมาร

เส้นทาง การเมือง เมื่อนกสิ้น เกาทัณฑ์ซ่อน กรณี กลุ่ม 4 กุมาร

เส้นทาง การเมือง
เมื่อนกสิ้น เกาทัณฑ์ซ่อน
กรณี กลุ่ม 4 กุมาร

หากการยื่นใบลาออกจากสมาชิกภาพแห่งพรรคพลังประชารัฐของ “กลุ่ม 4 กุมาร” ดำเนินไปตามกลยุทธ์ที่เรียก ตามศัพท์ทางการทหารว่า

เป็นการ “ถอย” ในทาง “ยุทธศาสตร์”

การแถลงลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่ว่าจะมาจาก นายอุตตม สาวนายน ไม่ว่าจะมาจาก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ไม่ว่าจะมาจาก นายสุวิทย์ เมษินทรีย์

คือ ความล้มเหลว คือ ความพ่ายแพ้

ทั้งมิได้เป็นความล้มเหลวอย่างธรรมดาปกติ ทั้งมิได้เป็นความพ่ายแพ้อย่างที่ควรจะพ่ายแพ้ ตรงกันข้าม กลับเป็นความล้มเหลวและความพ่ายแพ้อย่างหมดรูป

เข้าลักษณะที่อาจเรียกได้ว่า “หนียะย่าย พ่ายจะแจ”

เพราะไม่เพียงแต่ นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ จะต้องถอดใจ หากแม้กระทั่ง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ไม่เหลือ

ที่เคยเรียกขานว่า “จอมยุทธ์” ก็อาจต้องปรับเปลี่ยน

ถามว่าเมื่อประสบเข้ากับการรุกไล่และกดดันจากภายในพรรคพลังประชารัฐ “กลุ่ม 4 กุมาร” ประเมินและมองปัญหาอย่างไร

เพราะรู้อยู่ว่าเป็นการรุกไล่จากใคร

แรกที่ได้ยินเสียงกระซิบด้วยความปรารถนาดีจากนายทหารระดับ “พลเอก” นายหนึ่ง นายอุตตม สาวนายน ก็น่าจะ “สำเหนียก”

อาจเพราะประเมินพลังของ “นาย” ที่อยู่เบื้องหลัง “พลเอก” นั้นต่ำไป

จึงเกิดปฏิบัติการ IO โต้กลับด้วยความดุเดือดและรุนแรงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า นั่นสัมผัสได้ผ่านการสำแดงของ “สื่อ” ในเครือข่าย

เพราะเห็นว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ในช่วงขาลง

เพราะเห็นว่าเมื่อจำเป็นต้องเลือก แม้ทางด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่เอา แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมเอนเอียงมา

แต่ในที่สุด ภายใน “3 ป.” ก็ยังเหนียวแน่น มั่นคง

ความเหนียวแน่นและมั่นคงในที่นี้ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้ดีว่ากลยุทธ์ของ “กลุ่ม 4 กุมาร” วางเป้าประสงค์อย่างไรในทางการเมือง

1 ต้องการรักษา “สถานะ” ของตน

ขณะเดียวกัน 1 ซึ่งแหลมคมเป็นอย่างมากเป็นการรักษาสถานะของตนบนพื้นฐานที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำเป็นต้องเลือก

มีหรือที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเลือก “กลุ่ม 4 กุมาร”

เพราะพลังที่หนุนอยู่ข้างหลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คือจำนวนของ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 100 เป็นพลังที่แข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า 250 ส.ว.ที่มีอยู่ในมือ

จำเป็นที่จะต้องตัดอวัยวะคือ “กลุ่ม 4 กุมาร” ออกไป

เนื่องจากรากฐานอย่างแท้จริงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้อยู่ที่ 250 ส.ว.ซึ่งตั้งมากับมือเท่านั้น หากแต่ยังอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐ

พรรคพลังประชารัฐซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้า

บทเรียนของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ “กลุ่ม 4 กุมาร” จึงเป็นบทเรียนเดียวกันกับที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และคณะเคยประสบ

เสร็จ “นา” ฆ่าโคถึก เสร็จ “ศึก” ฆ่าขุนพล

หลังจากนี้ขอให้ติดตามบทบาทของลูกแหล่งตีนมือที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐว่าจะแสดงท่าทีอย่างไรต่อ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ “กลุ่ม 4 กุมาร”

ทุกอย่างดำเนินไปในแบบ “นกสิ้น เกาทัณฑ์ซ่อน”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทิศทาง “โลกหลังโควิด” จะเปลี่ยนไปอย่างไร
บทความถัดไปส.ส.กรณิศ ขอคมนาคมร่วมพาณิชย์ แก้ปัญหาพื้นที่รกร้างใต้ทางด่วนทำประโยชน์และเพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเช่าค้าขายเพิ่มรายได้