เดินหน้าชน : ภาพความเสื่อม โดย โกนจา

มีการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจของโลกว่าเลวร้ายยิ่งกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งตอนปี 2540 และทางธนาคารโลกประเมินว่าประเทศไทยต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ถึงจะสามารถกลับไปอยู่ในสภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจก่อนช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดได้ ซึ่งก็คืออัตราเติบโตที่ 2.8 เปอร์เซ็นต์

รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำเป็นต้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 3 ฉบับ กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาและเยียวยาผลกระทบเพื่อมาฟื้นฟูประเทศชาติ แต่สิ่งที่ต้องแลกคือภาวะหนี้สาธารณะประเทศใกล้ถึงร้อยละ 57 ของจีดีพีถือเป็นการกู้เงินจนเต็มโควต้าแล้ว

เศรษฐกิจที่ตกต่ำในวันนี้ ทำให้ประชาชนในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน พนักงานบริษัท อาชีพอิสระรับจ้างทั่วไป พ่อค้าแม่ขาย และเจ้าของกิจการขนาดย่อม กำลังตกทุกข์ได้ยาก ชีวิตเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย

มีการประเมินกันว่าอาจจะมีคนตกงานสูงถึง 8.4 ล้านคน

นักศึกษาที่จบการศึกษาในปี 2563 นี้จำนวน 5.2 แสนคน มีแนวโน้มว่าจะหางานทำได้ยาก

นักเรียนมากถึง 6.7 แสนคนที่จำใจต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากความยากจนและรายได้ครอบครัวที่หดหายไป

ธุรกิจการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มปิดตัวถาวรถึง 30% กับสถานการณ์ที่พบว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลง 59.97% หรือลดลง 10.02 ล้านคนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่รายได้รวมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 59.57% หรือลดลง 4.89 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวขึ้น

ธุรกิจร้านอาหาร 4 แสนรายที่กำลังดิ้นรนอย่างหนักโดยมีร้านอาหารมากถึง 5 หมื่นรายได้ปิดกิจการไปแล้วและมีแนวโน้มว่าจะปิดตัวเพิ่มขึ้นอีกมาก

ประเทศชาติกำลังเข้ามุมอับต้องการมือดีๆ ทางเศรษฐกิจมากอบกู้ แต่ไปๆ มาๆ มือเศรษฐกิจที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับ “บิ๊กตู่” ทั้ง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และทีม 4 กุมาร อุตตม สาวนายน รมว.การคลัง สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษาฯ และกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ทิ้งรัฐนาวาลำนี้ด้วยแรงบีบทางการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ

ขณะที่นายกฯพยายามทาบทามมือดีทางเศรษฐกิจเข้ามากอบกู้ภาวะวิกฤตเช่นนี้ แต่ปรากฏว่าชื่อของ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท. ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาฯสภาพัฒน์ และ
วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. ทุกคนต่างออกมาปฏิเสธไม่ขอเข้าร่วม ครม.ครั้งนี้

ขณะที่ภาพภายในพรรคพลังประชารัฐก็ออกฤทธิ์ออกเดช กดดันขอโควต้ารัฐมนตรีกันอย่างเมามัน ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ออกมาตีกัน ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่นายกฯกำลังทาบทามมานั่งเก้าอี้นี้ อ้างว่าเป็นโควต้าของพรรคตามสัดส่วนที่จัดสรรไว้แล้ว หากจะเป็นคนนอกต้องถามที่ประชุมใหญ่ของพรรค กระทรวงพลังงานถือเป็นตำแหน่งชี้วัดความถูกต้อง หากพรรคไม่ได้ดูแลจะอธิบายกับ ส.ส.ของพรรคไม่ได้

ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เกิดปัญหาองค์ประชุมล่มไม่สามารถประชุมต่อได้ต้องสั่งปิดการประชุม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ กรรมาธิการฝ่ายรัฐบาล อาทิ พรรคภูมิใจไทย
พรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้ง ส.ส.ซีกฝ่ายค้าน นำโดย เพื่อไทย ก้าวไกล เสรีรวมไทย พากันยืนอยู่หน้าห้องไม่เข้าร่วมประชุม สาเหตุเนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจแนวทางการทำงานของกรรมาธิการซีกพลังประชารัฐ เพราะความไม่ชัดเจนในการทำงาน กลายเป็นภาวะโดดเดียวพรรคพลังประชารัฐ

ภาพของกรมการขนส่งทหารบกเผยแพร่ประกาศแผนการจัดซื้อเครื่องบินใช้งานทั่วไปขนาดกลาง มูลค่าสูง 1,348.5 ล้านบาท โดยคาดว่าจะประกาศจัดซื้อจัดจ้างในเดือนสิงหาคม 2563 มีแนวโน้มที่จะเป็นเครื่องบิน VIP Gulfstream G500 ซึ่งเครื่องบินรุ่นนี้จะใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการโดยสารของนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาและบุคคลสำคัญระดับวีไอพี ในสภาวะที่เศรษฐกิจกำลังตกต่ำ ปากท้องของประชาชนกำลังลำบาก ตกทุกข์ได้ยากกันทั้งประเทศ แต่กองทัพก็ยังมีแก่ใจมาจัดซื้อเครื่องบินเพื่ออำนวยความสะดวกวีไอพี ความรับผิดชอบต่อประชาชนและประเทศชาติในภาวะเช่นนี้อยู่ตรงไหน

ภาพที่ปรากฏภายใต้ประเทศชาติที่ประสบภาวะวิกฤตอย่างที่สุด ก็คงไม่ต่างจากรัฐบาลชุดนี้ก็อยู่ในจุดที่เสื่อมที่สุดเช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชมภาพความงดงาม! ‘ดาวหางนีโอไวส์’ อวดโฉมเหนือฟ้า ‘เชียงใหม่’
บทความถัดไปหนุ่มก่อสร้างเดือดร้อนหนัก คลังเรียกเงินคืน 1 หมื่น พี่สาวแกล้งกดสละสิทธิ แค้นไม่ให้ค่าจ้าง