คุณภาพคือความอยู่รอด : ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

คุณภาพคือความอยู่รอด : ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

คุณภาพคือความอยู่รอด : ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2563 ได้เกิดอุบัติเหตุสุดสลดบนถนนสาย 340 ชัยนาท-สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นกรณีรถมอเตอร์ไซค์ 3 คัน ชนลวดสะลิงกลางถนนหลวง ทำให้คนขับเสียชีวิตคาที่ 2 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยรายงานข่าวแจ้งว่า หนุ่มทั้ง 3 คนนี้ได้ขับร่วมทริปมอเตอร์ไซค์สายบุญ (เพิ่งกลับจากงานบุญ) แต่มองไม่เห็นสะลิงลากรถข้ามทางแยก จึงพุ่งชนสะลิงดับสยอง

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้เสียชีวิตชื่อกลุ่ม “เลดี้สองล้อ” ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มจากกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดภาคกลางหลายจังหวัดได้นัดรวมตัวกันไปท่องเที่ยวและทำบุญที่วัดกลางชูศรี จ.สิงห์บุรี หลังเสร็จจากทำบุญ ต่างพากันขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ก่อนถึงจุดเกิดเหตุเป็นสี่แยกไฟแดง และเป็นช่วงจังหวะไฟเขียว กลุ่มผู้ตายทั้ง 3 คนได้เร่งเครื่องผ่านแยกไฟแดง เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณสามแยกสามโก้ มีรถบรรทุกหกล้อได้ลากรถบัส รับส่งคนงานมาจาก อ.สามโก้ จ.อ่างทอง แต่แก๊สหมด ขณะที่รถหกล้อข้ามไปอยู่เลนที่ 3 ส่วนรถบัสกำลังออกจากทางแยก เนื่องจากลวดสะลิงที่ใช้ลากจูงนั้นมีความยาว ระหว่างนั้นมีรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ตายขับออกจากแยกไฟแดง โดยมองไม่เห็นลวดสะลิงที่ใช้ลากจูง เพราะไม่มีสัญลักษณ์บอกให้เห็น จึงพุ่งชนลวดสะลิงอย่างแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย และตายในภายหลังอีก 1 ราย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน โดยจะลงพื้นที่จำลองเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ส่วนความผิดเบื้องต้นยังไม่ได้ชี้ชัด แต่สันนิษฐานว่ารถลากจูงมีความผิดแน่นอน แต่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาใคร ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ทั้ง 3 คัน ยังไม่สรุปว่าเป็นประมาทร่วมหรือไม่

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ล้วนแต่เป็น “มาตรการ” ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจำเป็นต้องทำ โดยเฉพาะ “การสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ” เพื่อจะได้นำมากำหนดเป็นมาตรการในการป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุเช่นนี้อีกในอนาคต

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การป้องกันไม่ให้อุบัติเหตุเกิดขึ้น (ซ้ำซาก) โดยการศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์

กรณีเกิดความประจวบเหมาะอย่างไม่น่าเชื่อที่สี่แยกไฟแดงนี้ จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเราทุกคนมี “จิตสำนึกแห่งความปลอดภัย” (Safety Mind) และมีสติบนพื้นฐานของความไม่ประมาท

กรณีลากรถแบบนี้ อย่างน้อยจะต้องมี “สัญญาณเตือนภัย” คือ ต้องมีผ้าสีแดงหรือธงผูกห้อยที่สายสะลิง อย่างเด่นชัด หรือมีคนคอยโบกห้ามรถ และมีมาตรการอื่นๆ ที่เป็น “การเตือนภัย” โดยไม่มีข้อยกเว้น (แม้ว่าจะ “แป๊บเดียว” ก็ตาม) รวมถึงผู้ขับขี่รถด้วยที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อถึงสี่แยกไฟแดง และไม่ขับรถเร็วเกินกำหนดด้วย

พูดง่ายๆ ว่า “อะไรที่เสี่ยง ต้องไม่ทำ” และมี “สติ” เสมอ

ปัญหาก็คือ ใครจะเป็นคนคอยบอกคอยเตือนเรื่องอุบัติเหตุด้านต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นรอบตัวเราได้เสมอ

นอกจากตัวเราเองเท่านั้น เพราะ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ครับผม !

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แสดงละครใบ้ รำลึก 19 พฤษภา 53 ตร.ตรึงแน่นราชดำเนิน ขยับแผงเหล็กกั้นลงถนน
บทความถัดไปโลกสีเทาที่ต้องการแสงสว่าง : โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน, ปัณฑารีย์ ทันตสุวรรณ