บทนำ : ศบศ.เริ่มทันที
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ นายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้ารับตำแหน่งและเริ่มปฏิบัติงานในฐานะรัฐมนตรีทางด้านเศรษฐกิจแล้ว โดยเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายปรีดี นายสุพัฒนพงษ์และทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้แถลงข่าว ทั้งนี้ นายสุพัฒนพงษ์ประกาศดำเนินการตามแนวทาง 5 ข้อที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ไว้ ประกอบด้วย 1.เยียวยา โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีและประชาชนที่ตกงาน 2.ทำงานบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ 3.สร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจยังคงการจ้างงานต่อไป 4.คนรุ่นใหม่หรือนักศึกษาจบใหม่ต้องมีงานทำ และ 5.รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนในสังคม
ขณะที่นายปรีดีได้ให้ความสำคัญกับการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ หรือ ศบศ. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ มี นายไพรินทร์ชูโชติถาวร เป็นประธานกรรมการ มีคณะอนุกรรมการอีก 3 ชุด คอยรวบรวมข้อมูลต่างๆ นำมาประมวล เพื่อมีมาตรการต่างๆ ออกมา โดยเฉพาะบางเรื่องที่กฎของทางราชการอาจก่อให้เกิดอุปสรรคในการทำงานที่ล่าช้า ไม่ทันใจ ไม่ทันที ทุกเรื่องจะมารวมอยู่ที่เดียวกันนี้ ฉะนั้น บทบาทของกระทรวงการคลังจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ทั้งในส่วนของตัวเงินในการสนับสนุน ข้อเสนอแนะต่างๆ ในเรื่องของวินัยทางการเงินการคลังก็จะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จึงอยากให้ทำความเข้าใจกับโครงสร้างการทำงานให้ดี
จับความจากการแถลงทราบว่า รัฐบาลมีแนวทางเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ คือข้อเสนอของ พล.อ.ประยุทธ์ 5 ข้อ โดยการขับเคลื่อนจะใช้กลไก ศบศ.ที่ทำงานเหมือนกับ ศบค. โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อย่างไรก็ตาม ศบค.กับ ศบศ.นั้น แม้จะมีลักษณะโครงสร้างใกล้เคียงกัน แต่ภารกิจสู่ความสำเร็จแตกต่างกัน เพราะ ศบค.มีหน้าที่ในการยับยั้งการระบาด วิธีการที่รัฐบาลใช้คือการให้ความรู้ ขอความร่วมมือ และออกคำสั่ง ขณะที่ ศบศ.มีภารกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องใช้วิธีการสร้างสรรค์ ไม่สามารถออกคำสั่งให้เศรษฐกิจเติบโตได้ดังใจ การทำงานของ ศบศ.จึงมีความยากแตกต่างจาก ศบค.
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีความมั่นใจว่าทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนทุกกลุ่มในชาติ ความร่วมมือย่อมเกิดขึ้น โอกาสประสบความสำเร็จย่อมมีให้เห็น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ศบศ.ต้องเริ่มต้นทำงานทันที เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้อาจจะเรียกได้ว่าวิกฤตมากกว่าสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยเสียอีก

