บทนำ : ควรมีส.ว.หรือไม่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงท่าทีเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ว่าไม่ขัดข้องที่พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรค ต่างยื่นร่างแก้ไขของตนเอง อย่างไรเสีย ถ้ายังไม่มีรัฐธรรมนูญใหม่ก็ต้องใช้รัฐธรรมนูญเก่า ต้องไปดูว่าจะแก้กันอย่างไร ถ้ามันแก้ผิดวิธี มันก็วุ่นไม่เลิก ก็ต้องแก้อยู่อย่างนี้แก้จนกว่าใครจะได้ประโยชน์ละมั้ง วันนี้ก็ต้องดูว่าเขาแก้เพราะอะไร มีการกันอะไรไว้หรือเปล่า “ไม่ได้ทำเพื่อผมหรอก พูดกันไปกันมาเรื่อยเปื่อยว่าทำเพื่อผม ความจริงบอกแล้วว่า ที่ผมอยู่ทุกวันนี้ คือความรับผิดชอบของผม จนกว่าที่ผมจะไม่ได้อยู่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามถึงการแก้ไขอำนาจ ส.ว. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ พรรคร่วมรัฐบาลก็เสนอแยกกันไปแต่ละพรรค ก็ไปชนกันข้างบนในสภาก็ไปเจอกัน เมื่อถามว่า ส.ว.ยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนถามกลับว่า ประเทศไทยไม่ควรมี ส.ว.อย่างนั้นหรือ ในส่วนของอำนาจที่มีการเรียกร้องกันอยู่ในขณะนี้ก็ต้องมีการไปหารือกัน ก็ต้องมีการหารือกันจนได้ ไม่มีใครอยากโดนว่าหรือถูกตำหนิทุกวัน เพราะทุกคนก็ตั้งใจทำงาน แล้วบ้านเมืองมีความสงบสุขหรือไม่ ขอให้ไปดูตรงนั้น อย่ามามองประเด็นเดียวว่าเขาสนับสนุนให้ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี ประเด็นอื่นก็มีอีกเยอะแยะ ปัญหาเกิดขึ้นมากมายหลายประการ
ที่น่าสนใจคือ คำถามว่า ประเทศไทยควรมี ส.ว.หรือไม่ การมีหรือไม่มี ขึ้นกับบทบาทและอำนาจหน้าที่ ส.ว.มีประโยชน์ในแง่ที่ช่วยกลั่นกรองงานของสภา โดยเฉพาะกฎหมายต่างๆ และการคัดเลือกแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ โดยกำหนดให้มีบทบาททางการเมืองน้อยกว่าสภาผู้แทนฯ ไม่มีบทบาทในการกำหนดตัวนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 บทเฉพาะกาล กำหนดให้ ส.ว.มาจากการแต่งตั้งโดย คสช. และมีอำนาจเลือกนายกฯ ทำให้ถูกวิจารณ์ว่า ไม่เหมาะสม ถึงกับเสนอให้ปิดสวิตช์ 250 ส.ว. จึงต้องกลับมาสู่แนวทางที่ให้ ส.ว.ทำหน้าที่สภากลั่นกรองกฎหมาย มากกว่าสภาการเมือง จนทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนในการเลือกตั้ง ไม่มีผลต่อการเมือง

