สถานีคิดเลขที่ 12 : เร่งจัดการตัวชักใย โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : เร่งจัดการตัวชักใย โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : เร่งจัดการตัวชักใย โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

ถ้าจะถามหาว่าใครเป็นตัวการชักใย ใครคือท่อน้ำเลี้ยง ซึ่งอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของเยาวชนนักเรียนนักศึกษาในขณะนี้ คำตอบที่หลายคนนึกออกกันทันที คือ รัฐธรรมนูญฉบับสร้างความเหลื่อมล้ำทางการเมือง ที่ปลุกให้คนหนุ่มสาวพากันไม่ทนอีกต่อไป และล่าสุดอีกตัวการอีกท่อน้ำเลี้ยง ก็คงจะเป็นเรือดำน้ำ 2 ลำ วงเงินงบประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท นี่แหละ

โผล่มาจากใต้น้ำ ปลุกปั่นให้เดือดพล่านได้ดีนัก

ในประเด็นรัฐธรรมนูญ ถึงวันนี้แทบจะหาคนที่ยังยืนยันจะปกป้องเอาไว้ได้น้อยเต็มทีแล้ว ถ้าไม่เป็นประเภทอนุรักษนิยมการเมืองล้าหลังสุดโต่งจริงๆ คงไม่ปฏิเสธว่าจำเป็นต้องแก้ไขตามที่มีเสียงเรียกร้องจากเหล่าเยาวชนที่ลุกกันออกมาทั่วประเทศ

โดยเฉพาะประเด็นอำนาจ ส.ว. 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้ง แต่มีน้ำหนักอยู่เหนือเสียงประชาชนส่วนใหญ่ที่ไปเลือกตั้ง

เพียงแค่นี้ก็แทบจะไม่ต้องอธิบายแล้วว่า ทำไมคนรุ่นใหม่ไฟแรง ทนไม่ไหว

คนใน ส.ว.บางส่วน พรรคร่วมรัฐบาล ต่างพากันยอมรับแล้วว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพียงแต่ต้องจับตากันว่า ที่ออกมายอมรับ เพียงแค่ลดกระแสเพราะรู้ว่าเด็กๆ กำลังมาแรง ถ่วงเวลาเอาไว้ก่อนหรือไม่

จริงใจขนาดไหน

หรือแก้กันจริง แต่แก้แค่ไหนแน่ ถึงแก่นของปัญหาหรือไม่

รวมไปถึงกำลังถกเถียงกันว่า ควรแก้แบบรวดเร็ว ปิดสวิตช์ให้ตรงจุดไปเลย หรือแก้เป็นขั้นเป็นตอนซึ่งต้องใช้เวลาไม่น้อย

อันที่จริงรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 นี้ เพิ่งประกาศใช้ได้แค่ 2-3 ปีเท่านั้น แต่กลับทำให้ผู้คนไม่อาจทนต่อไปได้

ยิ่งถ้าย้อนไปยังตอนที่ร่างเสร็จใหม่ๆ แล้วมีการประชามติ เมื่อ 7 สิงหาคม 2559 นั่นก็คืออีกจุดสำคัญ เริ่มต้นก็ขาดความชอบธรรม ไม่เป็นที่ยอมรับแล้ว

แค่การทำประชามติก็สร้างแรงต่อต้านเกิดขึ้นแล้ว จนวันนี้ไม่สามารถนำเอาผลประชามติดังกล่าวมาอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐธรรมนูญนี้ได้อีกแล้ว

อย่าไปพูดเลยว่า คนที่เรียกร้องแก้รัฐธรรมนูญกันขณะนี้ เกรงใจคนส่วนใหญ่ที่ลงมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญบ้างหรือไม่

ขืนเอามาพูด คงได้โดนเด็กๆ เปิดโปงย้อนไปถึงกระบวนการทำประชามติจนเละไปกันใหญ่อีก

เพราะประชามติเมื่อ 7 สิงหาคม 2559 มีจุดบอดที่เด่นชัด ประการหนึ่งคือไม่มีบรรยากาศเสรีภาพในการรณรงค์ข้อมูลทั้งสองด้าน ให้ประชาชนได้รับทราบก่อนตัดสินใจ

ฝ่ายที่ออกมาเสนอข้อมูลเพื่อให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ถูกจับกุมถูกนับคดีนับร้อยราย ยอมแต่ให้รณรงค์ในทางเห็นด้วยอย่างเดียว

ประการต่อมา ประเด็นที่นำมาเป็นหัวข้อลงประชามติ เขียนซับซ้อนจนงุนงงไปหมด

ยกตัวอย่าง เรื่องอำนาจ ส.ว. เขียนไว้ว่า

“ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”

ไม่ยอมเขียนให้ชัดว่า วุฒิสภามีอำนาจในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย

ยอมรับกันเถิดว่า จุดเริ่มต้นความเป็นมาก็มีปัญหาขาดการยอมรับแล้ว ใครที่คิดจะฝืนกระแสต่อไปก็คือเลือกทางที่นำไปสู่จุดแตกหักเท่านั้นเอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : ไม่ตกหล่น
บทความถัดไปปมร้อนเรือดำน้ำ2หมื่นล้าน จากความมั่นคงลามการเมือง