ทร.ชี้แจงงบ 2.25 หมื่นล้านบาท ซื้อเรือดำน้ำติดสันดอนไม่พ้นอ่าวไทย : โดย ธีรเวทย์ ประมวญรัฐการ

ทร.ชี้แจงงบ 2.25 หมื่นล้านบาท ซื้อเรือดำน้ำติดสันดอนไม่พ้นอ่าวไทย

ทร.ชี้แจงงบ 2.25 หมื่นล้านบาท
ซื้อเรือดำน้ำติดสันดอนไม่พ้นอ่าวไทย

นายกฯประยุทธ์พูดเมื่อปีกลายกรณีซื้อเรือดำน้ำว่า “ซื้อ 2 แถม 1” ฟังแล้วคล้ายๆ แคมเปญของเอกชนรายหนึ่งที่ชวน “ซื้อแสงโสม 1 แถมช้าง 2” เมื่อสี่ห้าปีก่อน

เมื่อวานซืน 1 ใน 9 อนุกรรมาธิการจัดซื้อภาครัฐของสภาผู้แทนฯเผยว่า MOU ที่ ทร.ทำกับจีน และยังไม่ชัดเจนว่าเป็น “จีทูจี” หรือ “จีทูเจี๊ยะ” ไม่พบข้อความระบุว่าต้องซื้อ (เรือดำน้ำ) 2 ลำหลังจากสั่งซื้อ 1 ลำแล้ว ไปคนละแนวกับที่นายกฯพูด

เมื่อวาน (24 ส.ค.63) นายกฯประยุทธ์ดำน้ำไปโผล่ระยองในการประชุม ครม.สัญจร พอขึ้นบกเผอิญปะนักข่าวที่ถามว่า “ท่านมีความเห็นเรื่องงบซื้อเรือดำน้ำจีนอย่างไร?” ก็พลันสะดุ้งหันสีข้างหนีทันทีเหมือนโดนผีหลอก!

อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของ ทร.เมื่อบ่ายวานยืดยาว แต่ไม่พบประเด็นสาธารณะที่มองว่างบ 2.25 หมื่นล้านบาท ที่ ทร.ขอเพื่อซื้ออาวุธในยามที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าสู่โหมดความยากจน ที่พอจะใกล้เคียงเห็นจะมีที่เอ่ยว่า

(1) ทร.ไม่ได้เบิกจ่ายครั้งเดียวทั้งก้อน แต่ทยอย 7 ปี! กับ

(2) งบ 2.25 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.012345ฯ ของ 24 ล้านล้านบาท ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทัพเรือเท่านั้น

ฟังแล้วเหมือนเอาตัวเลขมาชวนให้เขว หลอกชาวบ้านเล่น

เพราะอย่างข้อแรก (1) ทำไม ทร.ไม่คิดว่ากำลังช่วยรัฐบาลยืดภาวะความยากจนของประเทศให้ยาวไปอย่างน้อย 7 ปี?

ยิ่งข้อหลัง (2) ทร.มองข้ามความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติระหว่างภาวะหนี้สินที่สร้างความเป็นทุกข์ในโลก (อิณา ทานัง ทุกขัง โลเก) ของคนไทยที่ขี้หมูขี้หมา “หนี้ครัวเรือน” เฉลี่ยวันนี้ราว 4 แสนบาทต่อปี (เพิ่มต่อเนื่อง 5 ปีตั้งแต่ก่อนมีการระบาดของโควิด-19) กับรายได้ต่อหัวของคนไทยเฉลี่ยต่อปี 2 แสนบาท (หาได้ร้อยเป็นหนี้สองร้อย) และกำลังถูกซ้ำเติมจากสัดส่วนหนี้ของรัฐที่ขยับใกล้ทะลุเพดาน 60% ของจีดีพีอยู่รอมร่อ

กู้แต่ละครั้งของรัฐบาลมักจะอ้างแบบคนเห็นช้างขี้ขี้ตามช้างว่าประเทศพัฒนาแล้วยังทะลุได้โดยไม่มองโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เทียบกันไม่ได้ ยังไม่ต้องพูดถึงว่ากู้มาแต่ละครั้งนำมาใช้ไม่เคยคุ้มจากมาตรการที่ประเมินความจำเป็นที่ผิดพลาดทำให้เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่ายก็มี

ผลพลอยเสียจึงเห็นได้จากงบประมาณที่ขาดดุล มีรายจ่ายประจำท่วมงบพัฒนามา 5 ปีต่อเนื่อง ส่งผลให้สภาพความเหลื่อมล้ำในสังคมที่หนักหนาอยู่แล้วมีแนวโน้มที่จะทำให้ไทยเป็น “รัฐล้มเหลว”

หรือต่อให้รัฐฟื้นเศรษฐกิจในอีกกี่ปีก็ตาม คนไทยส่วนใหญ่ก็จะยังคงพะงาบๆ ชักหน้าไม่ถึงหลังต่อไปถึงชาติหน้า

ทุกหน่วยงานของรัฐจึงต้องช่วยแก้ไขด้วยการลดหรือตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือยออกไป

นายกฯเองก็ต้องปรับวิสัยทัศน์ให้ยาวจากที่เคยหลงผิดไปว่าภาษีของรัฐไม่มีส่วนใดที่จัดเก็บได้จากคนจน เพียงเพราะอาจไม่รู้มาก่อนว่าทุกรายการจับจ่ายใช้สอยของทุกคนในประเทศถูกหักเป็นภาษีเข้ารัฐทั้งสิ้น จะมากน้อยอย่างไรก็ต้องได้คืนจากรัฐที่มีธรรมาภิบาล

โลกทัศน์ของผู้นำรัฐบาลที่เข้าใจว่ารัฐเป็นหนี้ภาษีคนรวย ย่อมส่งผลให้มีการผลิตมาตรการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเพื่อยังประโยชน์คนรวยเป็นหลัก ประชาชนส่วนใหญ่ภายใต้รัฐบาลเช่นนั้นคงต้องเป็นหนี้ดักดานทั้งชาตินี้และชาติหน้าฉันใด หาก ทร. เข้าใจก็ไม่จำเป็นต้องช่วยเร่งบ้านเมืองให้ทรุดเร็วขึ้นฉันนั้น

ธีรเวทย์ ประมวญรัฐการ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon