หน้าแรก บทความ บทนำ : สารอัน...

บทนำ : สารอันตราย

3.09.20 | 12:11 น.
บทนำ : สารอันตราย กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีก เมื่อปรากฏกระแสข่าว

บทนำ : สารอันตราย

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีก เมื่อปรากฏกระแสข่าวว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ ทบทวนมติการยกเลิกใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทั้งสารพาราควอต และสารคลอร์ไพริฟอส อีกครั้ง หลังจากเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ได้ทำหนังสือนำเสนอข้อมูลชุดใหม่ ทบทวนการแบน 2 สารดังกล่าว แต่เปลี่ยนใจดึงหนังสือกลับ ก่อนสิ้นสุดวันผ่อนผัน คือเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2563

ประเด็นการยกเลิกสารเคมีดังกล่าวมีความเป็นมายาวนานกว่าคณะกรรมการควบคุมวัตถุอันตรายจะมีมติให้เลิกใช้ เพราะมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากสารเคมีดังกล่าวทั้งในระดับท้องถิ่นระดับประเทศ และระดับนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาถึงกับส่งหนังสือมาให้ใช้สารเคมี 1 ใน 3 สาร กระทั่งรัฐบาลยอม ส่วนสารเคมีอีก 2 สารนั้นรัฐบาลผลักดันจนกระทั่งประกาศเลิกใช้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการผ่อนผัน และเมื่อระยะเวลาผ่อนปรนกำลังหมดลง จึงเกิดความเคลื่อนให้ทบทวนมติห้าม

เมื่อมีความเคลื่อนไหวให้ทบทวน กลุ่มไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีก็ออกมาคัดค้านการทบทวนมติห้าม ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและอธิบดีทุกกรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงย้ำจุดยืนการแบนสารเคมีอันตราย และยืนยันถึงอันตรายของสารเคมี พร้อมทั้งวิงวอนขอร้องให้ผู้ที่กำลังกดดันให้ยกเลิกมติการห้ามใช้สารเคมีอันตรายได้หยุดการกระทำ โดยนายอนุทินบอกว่า ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุขเพียง 2 คน จากทั้งหมด 27 คนหากมีการออกเสียง กระทรวงสาธารณสุขมีเสียงไม่พอ จึงต้องออกมาให้ข้อมูลประชาชน

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังมีชื่อเสียงในเรื่องการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 จนได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของคนในประเทศ เห็นความสำคัญของการทำให้คนในประเทศปลอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ ดังนั้น การยกเลิกมติห้ามใช้สารเคมีอันตรายดังกล่าว หากเกิดขึ้น ย่อมกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล และทำลายความเชื่อที่ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญต่อสุขภาพคนในประเทศ แม้การยกเลิกสารเคมีดังกล่าวจะมีปัญหาตามมากอีกมาก แต่ถ้าภาครัฐมุ่งมั่นที่จะยกเลิก เพื่อสุขภาพของคนไทย ย่อมมีหนทางบรรเทาผลกระทบ ซึ่งอาจจะทำให้เสียเงินจำนวนมาก แต่ก็ไม่ทำให้คนไทยต้องสังเวยพิษจากสารเคมีดังกล่าวอีกต่อไป

Advertisement