หน้าแรก บทความ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : อีลอน มัสก์ กับลูกหมู3ตัว โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

7.09.20 | 14:18 น.
(ภาพ-AFP/Neuralink)

เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นิวรัลลิงค์ สตาร์ตอัพด้านประสาทวิทยาโดยเฉพาะจากย่านเบย์แอเรีย ของนครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แถลงความคืบหน้าในการพัฒนา “ชิป” สำหรับระบบ “นิวรัลลิงค์” ออกมาเรียกความฮือฮาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“นิวรัลลิงค์” มี อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ เทสลา และสเปซเอ็กซ์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งมุ่งทำงานหลักของบริษัท คือ การพัฒนา “อินเตอร์เฟซ” แบบ “ไร้สาย” สำหรับเชื่อมต่อสมองของคนกับคอมพิวเตอร์ ให้สำเร็จให้ได้มาตั้งแต่ปี 2016

ชิป นิวรัลลิงค์ วี1 หรือ เวอร์ชั่น 1 ที่เป็นต้นแบบแรกสุด ถูกผลิตออกมาเป็นรูปเป็นร่างให้เห็นเมื่อปีที่แล้ว

มาปีนี้ มัสก์ โชว์ให้เห็น “นิวรัลลิงค์ วี2” นอกจากจะเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ยังสามารถทำงานได้จริงจากการสาธิตให้เห็นในวิดีโอผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ถึงแม้จะเป็นการทำงานในสมองของ “เกอร์ทรูด” ลูกหมู 1 ใน 3 ตัว ที่ถูกฝัง “ชิป” ไว้ในสมองก็ตามที

เกอร์ทรูดถูก “โปรแกรม” ให้ใช้จมูกดมและคุ้ยกองฟาง กินอาหาร แล้วก็วิ่งสายพาน

Advertisement

หลายคนถามว่า มัสก์ ทำได้ยังไง ชิปตัวเดียวเนี่ยนะ?

ข้อกังขาที่ว่านั้นเกิดจากการที่รายงานข่าวส่วนใหญ่ มุ่งเน้นไปตัวชิป ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 22.8 มิลลิเมตร หนา 8 มิลลิเมตร (ที่มีแบตเตอรี่, มีบลูทูธ แล้วก็ชาร์จเจอร์ในตัว) กับเจ้าเกอร์ทรูดเสียเป็นส่วนใหญ่

แทบไม่เห็นใครพูดถึงส่วนสำคัญของระบบอีกส่วนที่มัสก์นำมาอวดด้วย นั่นคือ “นิวโรเซอร์จิคอล โรบอท” ครับ

เจ้าหุ่นยนต์ศัลยกรรมประสาทตัวนี้มีส่วนเชื่อมโยงกับอุปกรณ์อีกอย่างที่พัฒนาขึ้นมานั่นคือ เส้นอิเล็กโทรด ที่มีความยืดหยุ่นสูง แต่ละเส้นจะจัดเรียงอิเล็กโทรดเอาไว้มากถึง 3,000 ตัว

หน้าที่ของเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ก็คือ ทำหน้าที่ “ฝัง” เส้นอิเล็กโทรดที่ว่านี้ลงกับพื้นผิวสมอง ซึ่งต้องแม่นยำสูงสุด เพราะต้องเลือกส่วนที่ไม่รบกวนโครงสร้างสมองตามธรรมชาติ และต้องไม่ไปขัดขวางระบบการไหลเวียนของโลหิตในสมอง

เจ้าหุ่นศัลยกรรมสามารถฝังเส้นอิเล็กโทรดได้ 6 เส้นต่อนาที ได้อิเล็กโทรดรวม 192 ตัวครับ แต่มัสก์ไม่ได้บอกว่าฝังอิเล็กโทรดไว้มากแค่ไหนในสมองของเกอร์ทรูด

อิเล็กโทรด คือตัวนำกระแสไฟฟ้า ไปหรือกลับจากอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่โลหะ จะเป็นของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ หรือพลาสมา หรือแม้แต่เป็นสุญญากาศก็ได้

ในกรณีนี้ อิเล็กโทรดจะทำหน้าที่บันทึกความเคลื่อนไหวของกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่เกิดขึ้นในระบบประสาทของเกอร์ทรูดอย่างต่อเนื่องแล้วส่งมันมายัง ชิป วี2

แล้วก็ “สตรีม” สัญญาณจากคอมพิวเตอร์ไปสู่สมอง ผ่านทางเจ้าชิป วี2 ที่ว่านี้เช่นกัน

กระแสไฟจากระบบประสาทของเกอร์ทรูด ถูกชิป วี2 เปลี่ยนให้เป็นข้อมูลดิจิทัล ในขณะเดียวกัน ชิปวี2 ก็ทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลที่คอมพิวเตอร์โปรแกรมขึ้นให้เป็นสัญญาณประสาท (ที่เป็นไฟฟ้า) ของเจ้าเกอร์ทรูด

นั่นหมายความว่า ทีมศึกษาวิจัยของนิวรัลลิงค์ ต้องสามารถ “ถอดรหัส” สัญญาณไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในระบบประสาทของเจ้าเกอร์ทรูดได้มากทีเดียว ถึงได้ “โปรแกรม” ให้ทำอะไรต่อมิอะไรได้แม่นยำขนาดนั้น

การพัฒนาชิปที่นอกจากจะเล็กแล้วยังมีอะไรๆ ครบถ้วน ให้เล็กลงได้ขนาดนี้ ถือเป็นความสำเร็จอย่างน่าทึ่งอย่างหนึ่งของ นิวรัลลิงค์

การถอดรหัสสัญญาณประสาทของหมู ได้ก็ยิ่งเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งมากยิ่งขึ้นไปอีก

โดยหลักการแล้วก็เป็นอย่างอีลอน มัสก์ ว่า นั่นคือระบบนี้สามารถแก้ปัญหาโรคหลายอย่างที่เกิดขึ้นจากการทำงานผิดปกติของสมองได้ ตั้งแต่พาร์กินสัน ไปจนถึงความจำเสื่อมหรือโรคนอนไม่หลับ

แม้แต่ผู้พิการที่เกิดจากเส้นประสาทบริเวณไขสันหลังถูกทำลาย ก็อาจใช้ระบบนี้ “บายพาส” ส่วนที่ขาด ทำให้กลับมาเดินเหินอีกครั้งหนึ่งก็ได้ครับ

แต่ถ้าถามว่า ใกล้ที่จะใช้วิธีการนี้แก้ปัญหาให้กับมนุษย์แล้วหรือยัง คำตอบก็คือ ยังครับ ยังอยู่อีกห่างไกลไม่น้อย

อุปสรรคสำคัญก็คือความเป็นจริงที่ว่า สมองของคนนั้นเป็นอวัยวะที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนสูงสุด มากถึงขนาดทุกวันนี้แพทย์หรือนักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจการทำงานของสมองคนทะลุปรุโปร่ง

แต่ถ้าจะให้ระบบของนิวรัลลิงค์ทำงานได้สมบูรณ์แบบ เราต้องเข้าใจและสามารถถอดรหัสสัญญาณประสาทของสมองได้โดยสมบูรณ์นะครับ

คงไม่ต้องบอกหรอกว่า เรื่องนี้ยากเย็นแค่ไหน!