เดินหน้าชน : ศึกผู้ว่าฯเมืองกรุง โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

เดินหน้าชน : ศึกผู้ว่าฯเมืองกรุง โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

ถือว่าเป็นความชัดเจน เป็นการยืนยันข่าวก่อนหน้านี้แล้วว่า “บิ๊กแป๊ะ” หรือ พล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมหาอาชีพใหม่หลังเกษียณอายุราชการ ด้วยการเป็นนักการเมือง ประเดิมสนามใหญ่ทันที คือ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เป็นการยืนยันต่อหน้าข้าราชการตำรวจ ที่มีพิธีกรบนเวทีกล่าวขึ้นให้เอง ในการประชุมใหญ่คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหานคร (กต.ตร.กทม.) ที่ศูนย์การค้า SHOW DC เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา

การประกาศดังกล่าวที่เจ้าตัวมิได้ขึ้นพูดเองเพราะยังอยู่ในหน้าที่ราชการตำแหน่งใหญ่ รวมทั้งการต้องรอเคาะของพรรคการเมืองที่พร้อมหนุนหลังด้วย ไม่สะดวกที่จะกล่าวออกมา และเมื่อมีตัวแทนช่วยพูดแล้ว ก็ไม่มีเสียงปัดใดๆ เช่นกัน

ตามกติกาของรัฐธรรมนูญ เมื่อเกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ก็จะพ้นจากเก้าอี้ ส.ว.โดยตำแหน่ง และเว้นวรรค 2 ปี ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่สำหรับสนามการเมืองท้องถิ่น ที่หมายถึงสนามผู้ว่าฯกทม. สามารถลงได้ทันที

ส่วนที่มีข่าวว่าจะอยู่ภายใต้การสนับสนุนของพรรคพลังประชารัฐนั้น เมื่อส่องกล้องรอบทิศ ก็ไม่น่าจะมีพรรคอื่นที่มีความเป็นไปได้มากกว่าพรรคนี้อีกแล้ว แต่ยังเป็นการคาดเดาที่ต้องให้ พล.อ.จักรทิพย์ประกาศชัดด้วยตัวเอง หากเกิดรู้สึกไม่สะดวก ไม่รู้สึกคุ้นเคยกับการอยู่ภายใต้ปีกของพรรคการเมือง หรือคิดถี่ถ้วนแล้วอาจจะเป็นผู้สมัครอิสระได้เช่นกัน

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ในซีกของกลุ่ม กปปส.เก่า มีบทบาทสูงในการเลือกเฟ้นหาบุคคลที่จะลงชิงผู้ว่าฯกทม. เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมพร้อมกับสถานการณ์บ้านเมือง ตัวแปรอีกมากมายจะใช่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็นตัวเลือกหรือไม่ ก็ยังเร็วเกินไปที่จะฟันธงออกมา

ต้องไม่ลืมว่า พลังประชารัฐมีบุคคลที่เจนจัดสนาม กทม. อย่างอดีต กปปส.เก่า ไม่ว่าจะเป็น สกลธี ภัททิยกุล ปัจจุบันก็ยังเป็น รองผู้ว่าฯกทม. หรือจะเป็น พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็เป็นอดีตรองผู้ว่าฯกทม. ต่างเคยเป็น ส.ส.กทม. ส่วน นางทยา ทีปสุวรรณ ก็เคยเป็นรองผู้ว่าฯกทม. ในคนละยุคสมัยมาก่อนเช่นกัน ต่างมีความคุ้นเคยในสนาม กทม.ทั้งสิ้น

คนกลุ่มนี้ถ้าไม่ได้ลงชิงเอง แต่ก็มีตัวผู้สมัครที่พร้อมสนับสนุนให้ลง พรรคพลังประชารัฐพร้อมหาเวลาที่เหมาะสมในการประกาศตัว คาดกันว่าน่าจะชัดเจนขึ้นก่อนจบปฏิทินปี 2563 หรือต้นปีหน้า หรืออาจจะต้องรอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคาะล่วงหน้ายาวๆ เพื่อส่งสัญญาณถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โดยรอให้ผ่านการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สนามแรกไปก่อนภายในปีนี้

ขณะที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ขอสลัดเงาจากพรรคเพื่อไทย มีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้นจะลงอิสระ เพราะต้องการความคล่องตัวในการคิดนโยบายหาเสียงเองทั้งหมดจากการลงเก็บข้อมูลในภาคสนาม หวังจะได้แนวร่วมที่มากขึ้น โดยไม่ติดกรอบการอยู่ภายใต้สังกัดของพรรคการเมือง

ชัชชาติเคยบอกกับบีบีซีไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่า “กทม. ต้องการนักบริหาร ต้องมีแนวร่วม ต้องการคนประสานงาน นี่เป็นการตัดสินใจเชิงบริหาร และสุดท้ายอยู่ที่ประชาชนเป็นคนเลือก”

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ที่หวังกอบกู้เรตติ้งพรรคขึ้นมาอีกครั้งก็ขอแก้มือในสนาม กทม. หลังพลาดเป้า ส.ส.เมืองกรุง ไปเยอะในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 24 มีนาคมปีที่แล้ว และพรรคก้าวไกล เคยได้ดิบได้ดีจากเสื้อของอนาคตใหม่ ก็จะเป็นคู่แข่งขันที่น่ากลัวสำหรับทุกพรรค

ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ กลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ที่ได้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่สุกงอมในเวลานี้ให้เห็นกันแล้วว่า พวกเขาและเธอก็คิดเป็นว่า นักการเมืองคนไหน พรรคไหน ทำอะไรไว้ในการบริหารบ้านเมือง ณ ปัจจุบัน กลุ่มคนรุ่นใหม่มีจำนวนมากกำลังจะได้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งเป็นครั้งแรก

จะได้เห็นกันสักทีว่า คนที่คิดว่า “ใช่” เพื่อจะมาบริหาร กทม. จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ด้วยหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไกล่เกลี่ยลงตัว หลัง ‘พล่ากุ้ง’ ฟ้องหุ้นส่วนธุรกิจกล้วยทอดฉ้อโกง 1 ล้านบาท
บทความถัดไปแคลิฟอร์เนียใช้เฮลิคอปเตอร์ทหารช่วยกว่า 200 ชีวิตจากไฟป่า