บทนำ : จับตา 23-24 ก.ย.
กลุ่มคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือ ครช. นำโดย นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยื่นหนังสือเรียกร้องการลงมติญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต่อ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เรียกร้องให้ ส.ว.อย่างน้อย 84 เสียง ลงมติรับหลักการในญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยสนับสนุนญัตติที่ให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเท่านั้น และ ส.ว.ต้องยกมือรับหลักการในญัตติของฝ่ายค้าน ที่ว่าด้วยการปิดสวิตช์ ส.ว. เพราะเห็นว่า ส.ว.เป็นปัญหาต่อระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นที่มาและอำนาจ นายอนุสรณ์ยังเรียกร้อง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ยกมือรับหลักการร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับที่กำหนดให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเท่านั้น รวมถึงการปิดสวิตช์ ส.ว.ด้วย และการแก้ไขจะต้องแก้ไขได้ทุกหมวดทุกมาตรา
สำหรับญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ในวันที่ 23-24 ก.ย.นี้ มี 6 ฉบับด้วยกัน แต่มีความแตกต่างรวมถึงการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ ส.ส.ร. ฉบับของฝ่ายค้านให้มาจากเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน แต่ฉบับรัฐบาล ให้มาจากเลือกตั้งบางส่วน ส่วนการแก้ไขมาตรา 272 ปิดสวิตช์ ส.ว. เพื่อป้องกันมิให้ ส.ว. ใช้อำนาจซึ่งผิดหลักการประชาธิปไตยนี้อีก มีเฉพาะที่เสนอโดยฝ่ายค้าน และคาดหมายว่า
ส.ว.จะไม่สนับสนุนญัตติแก้ไขฉบับนี้ ดังนั้น การอภิปรายและการลงมติในญัตติทั้ง 6 ฉบับในวันที่ 23-24 ก.ย. จึงมีความสำคัญ และสังคมควรจับตามอง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 กำลังก่อให้เกิดวิกฤตการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่แก้ไข จะเป็นเงื่อนไขของปัญหาทางการเมืองต่อไปอีก
การเคลื่อนไหวของ ครช. สะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่ยังไม่มั่นใจว่า รัฐบาลจะจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะกุญแจสำคัญของความสำเร็จ อยู่ที่ ส.ว. ซึ่งต้องลงมติสนับสนุน 1 ใน 3 หรือ 84 เสียงและ ส.ส.รัฐบาล ที่อาจจะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในแบบที่ฝ่ายรัฐบาลไม่เสียเปรียบ โดยตั้ง ส.ส.ร.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ผลการลงมติที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.ย. จึงเป็นเครื่องชี้วัดที่สำคัญว่า รัฐบาลและกลุ่มอำนาจที่สนับสนุนรัฐบาล จริงใจที่จะคืนอำนาจให้กับประชาชนหรือไม่

