บทนำ : ความหวังรอบใหม่

บทนำ : ความหวังรอบใหม่ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564

บทนำ : ความหวังรอบใหม่

ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาไปเรียบร้อยแล้วหลังจากใช้เวลาอภิปราย 7 ชั่วโมง และลงคะแนนเสียงด้วยมติ 218 ต่อ 0 ซึ่งหลังจากประกาศใช้งบประมาณดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยมีเม็ดเงินบริหารราชการแผ่นดินจำนวน 3.3 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเพิ่งผ่านการพิจารณาวาระ 2-3 จากสภาผู้แทนราษฎรมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสภาผู้แทนราษฎรได้ใช้เวลาพิจารณา 3 วัน ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และการพิจารณาของวุฒิสภา ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคน รวมทั้งสมาชิกวุฒิสภาได้ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งมีข้อห่วงใยที่สมควรจะนำไปปรับปรุง

ในช่วงท้ายการพิจารณาของวุฒิสภา นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวขอบคุณ โดยบอกว่า ในฐานะผู้แทนรัฐบาลขอขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาทุกคนที่ให้ข้อคิดเห็น โดยจะนำข้อคิดเห็น คำแนะนำรวมทั้งข้อห่วงใยที่เสนอแนะไปปรับปรุงเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์ในการใช้งบประมาณให้มากที่สุด พร้อมกันนั้นยังยืนยันว่าจะใช้งบประมาณตามแผนงานและกำกับดูแลให้การใช้งบประมาณโปร่งใสบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

ดังที่ทราบกันแล้วว่างบประมาณนั้นเป็นภาษีที่รัฐเก็บจากประชาชน การใช้จ่ายงบประมาณจึงต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ผู้ที่ทำหน้าที่นำงบประมาณไปใช้ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพที่จะเกิดขึ้น ยิ่งในสถานการณ์โควิด-19 ระบาดทำให้เศรษฐกิจไทยที่มีปัญหาอยู่แล้วต้องทรุดหนักลงไปอีก การใช้จ่ายงบประมาณในปีงบประมาณ 2564 จึงยิ่งมีความสำคัญ ประชาชนภาคส่วนต่างๆ ต้องการการช่วยเหลือจากรัฐในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ อาทิ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการประมง เอสเอ็มอี รวมไปถึงภาคประชาชน นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้รัฐบาลยังได้รับปากกับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าหลังจากงบประมาณ 2564 ประกาศใช้จะมีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจะเริ่มต้นที่ระดับองค์การบริหารส่วนจังหวัด

หลังจากนี้ประชาชนจึงมีความหวังว่า เมื่องบประมาณก้อนใหญ่นี้สามารถนำมาใช้จ่ายได้ รัฐบาลจะมีวิธีการที่ทำให้งบประมาณก้อนดังกล่าวเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้าภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ที่มีอยู่ ไม่เปิดโอกาสให้เกิดการใช้งบประมาณไปเพื่อพวกพ้อง หรือเกิดการรั่วไหลทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะหากงบประมาณที่จะประกาศใช้ในเร็วๆ นี้ไม่สามารถผ่อนคลายวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการเมืองและสังคมตามมา ดังนั้น ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปจึงเป็นโอกาสอีกครั้งของรัฐบาลที่จะแสดงฝีมือในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกันในช่วงเวลาดังกล่าวก็ยังเป็นความหวังอีกรอบของประชาชนที่ต้องการอยู่รอดภายใต้ภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วันนี้! พบอีก 2 ราย ติดโควิด-19 มาจากอเมริกา ทั่วโลกป่วยสะสม 32 ล้านราย
บทความถัดไปเลขาศาลจับมือ’กสิกรไทย’พัฒนาระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับบริการข้อมูลอำนวยสะดวกคู่ความ