หน้าแรก บทความ รื่นร่มรมเยศ ...

รื่นร่มรมเยศ : จิตมั่นคงเสียอย่าง

27.09.20 | 16:22 น.
รื่นร่มรมเยศ : จิตมั่นคงเสียอย่าง : โดย เสฐียรพงษ์​ วรรณปก

รื่นร่มรมเยศ : จิตมั่นคงเสียอย่าง : โดย เสฐียรพงษ์​ วรรณปก

เคยดูทีวีเมื่อหลายปีมาแล้ว นานจนจำรายละเอียดไม่ได้ แต่จำ “สาระ” ได้ เป็นข่าวเกี่ยวกับคนพิการคนหนึ่ง เขาได้รับความพิการทางร่างกายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นอัมพาตร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้ ต้องนอนแบ็บอยู่กับที่ อาศัยอยู่กับพี่สาวหรือพี่ชายผมก็จำไม่ได้

ครอบครัวพี่สาวหรือพี่ชายที่เขาอาศัยอยู่ด้วยนี้มิได้มีฐานะมั่นคงอะไรนัก เช้าขึ้นมาทั้งสองสามีภรรยาก็ต้องออกไปทำงาน ปล่อยให้เขานอนเฝ้าบ้านอยู่คนเดียว นอกจากเวลาปิดเทอม หลานๆ ซึ่งเป็นลูกของพี่จึงจะอยู่ด้วย

วันหนึ่งหลานคนเล็กอยากได้นกกระดาษมาเล่น แกนั่งพับรูปนกอย่างไรๆ ก็พับไม่เป็นนกสักที จึงวิ่งไปขอให้พ่อช่วยพับให้ พ่อบอกว่าพ่อกำลังยุ่งให้แม่ทำให้ พอไปหาแม่ก็ไล่ไปให้พี่ๆ ทำให้

พวกพี่ๆ ก็สนใจทำงานของตน ไม่สนใจน้องคนเล็ก ไม่มีใครทำให้ หนูน้อยจึงร้องไห้ขี้มูกโป่ง ถือกระดาษเข้ามาหาคุณอาซึ่งนอนแบ็บอยู่บนเตียง

Advertisement

เห็นน้ำตาหลานน้อย คุณอาผู้พิการก็เกิดสงสารจับใจ จึงบอกว่าอาจะช่วยพับให้ แล้วก็ยื่นมืออันเคลื่อนไหวไม่ค่อยจะถนัดนั้น รับกระดาษจากมือหลานมาพับรูปนก

ตามข่าวว่า มืออีกข้างหนึ่งไม่รู้สึกและเคลื่อนไหวไม่ได้แล้ว มีมือข้างเดียวเท่านั้นที่เคลื่อนไหวได้ เขาก็ใช้มือข้างนั้นพับกระดาษกับปาก คือใช้ปากคาบแล้วใช้มือข้างที่ยังใช้ได้อยู่ช่วย หลังจากปล้ำอยู่ตั้งนานเขาก็สามารถพับกระดาษเป็นรูปนกให้หลานน้อยได้

หลานน้อยได้นกกระดาษแล้วก็หายงอแง วิ่งตื๋อออกไปปล่อยนกบินอยู่ข้างนอกด้วยความร่าเริงประสาเด็ก

จากนั้นมาเขาก็ต้องพับรูปนกบ้าง เรือบินบ้างให้หลานเล่นตลอด เมื่อพับบ่อยๆ นานๆ เข้าก็เกิด “ทักษะ” คือความชำนาญขึ้น เขาก็มานั่งคิดได้ว่า “ทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝนด้วยความพากเพียรอย่างต่อเนื่อง”

พอดีเขาได้ทราบข่าวจากวิทยุเชิญชวนให้เขียนเรื่องสั้นประกวด เขาคิดว่าการนอนแบ็บอยู่กับที่ไม่คิดใช้สมองที่ยังใช้การได้อยู่ให้เกิดประโยชน์ มิใช่วิสัยของคนต่อสู้ชีวิต จึงตัดสินใจเขียนเรื่องสั้นส่งประกวด เขียนแล้วแก้ๆ อยู่หลายตลบกว่าจะตัดสินใจส่ง

ปรากฏว่าเรื่องสั้นเรื่องนั้นชนะการประกวดรางวัลที่หนึ่งหรือสองอะไรนี่แหละ หลังจากนั้นเขาก็เขียนส่งไปตามนิตยสารต่างๆ ได้ค่าตอบแทนมากบ้างน้อยบ้าง จนเขาได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนคนหนึ่ง ผมก็ลืมไปแล้วว่าเขาคนนี้คือใคร และป่านนี้เขายังมีชีวิตอยู่หรือละโลกไปแล้วก็สุดจะรู้ได้ ที่นำเอาเรื่องนี้มาเขียนเล่าให้ผู้อ่านก็เพื่อให้คติว่าชีวิตเราเกิดมาแล้วต้องสู้จนกว่าจะสิ้นลมหายใจ

คนที่เขามีวิญญาณแห่งนักต่อสู้ แม้ร่างกายจะไม่สมประกอบ เขายังประสบความสำเร็จได้ เพราะความมีจิตใจมั่นคง ต่อสู้ไปจนถึงที่สุด

เราท่านที่มีอวัยวะครบ 32 ประการ จะท้อถอยทำไมเล่าครับ