หน้าแรก บทความ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : ชาวม้งจากไทย…ไปอเมริกา แผ่นดินไทย…ไม่เคยแล้งน้ำใจ… โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

19.10.20 | 13:58 น.

ราว พ.ศ.2497 โฮจิมินห์ ผู้นำของชาวเวียดนามเหนือที่นิยมคอมมิวนิสต์ไม่พอใจที่ประเทศมหาอำนาจมาแบ่งดินแดนเวียดนามออกเป็นเหนือ-ใต้ตรงเส้นขนานที่ 17 …. ลุงโฮตั้งใจแน่วแน่จะรวมเวียดนามเป็น 1 เดียว เพื่อปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์

ทางเลือกเดียว คือ ทำสงคราม

โซเวียต และจีน คือลูกพี่ใหญ่ค่ายคอมมิวนิสต์ เทหมดหน้าตักให้ลุงโฮเพื่อทำสงครามรวมชาติ สถาปนา เวียดนาม ลาว ให้เป็นระบอบคอมมิวนิสต์

สหรัฐ..ลูกพี่ใหญ่ฝ่ายโลกเสรี เฝ้ามองสถานการณ์ ..ขอเข้ามาทำศึกในลาว ..สหรัฐไม่ต้องการทำผิดข้อตกลงเจนีวา จะส่งทหารมะกันมารบในลาวไม่ได้ เลยต้องให้ “หน่วยข่าวกรองกลาง” หรือซีไอเอ เข้ามาเป็น “เจ้าภาพ” บริหาร จัดการ ทำสงครามในลาวเพื่อรบกับเวียดนามเหนือ

วิธี รูปแบบการทำสงคราม ที่ต้องพลิกแพลง คือ หน่วยงานซีไอเอที่มิใช่ทหาร จะจัดตั้ง ฝึก และติดอาวุธให้ชาวม้งลาวในพื้นที่ภาคเหนือของลาว เพื่อเข้าทำการรบ มีประชากรม้งนับแสนคน ใช้ชีวิตชั่วนาตาปีบนภูเขาสูง

Advertisement

ชาวม้ง เป็นชาวเขาที่บึกบึน อดทน คุ้นเคยภูมิประเทศมากที่สุด

เมื่อประธานาธิบดีเคนเนดี ของสหรัฐ กดปุ่มสัญญานไฟเขียว…ซีไอเอ และหน่วยรบพิเศษสหรัฐ เดินทางเข้าสู่ลาวแบบปิดลับ

กองทัพเวียดนามเหนือบุกตะลุยเข้าลาวแบบไม่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

สายลับซีไอเอ ชื่อ เจมส์ วิลเลียม แลร์ เข้ามาพบกับพันตรี วังเปา ผู้นำชาวม้ง เพื่อจัดตั้ง สร้างข่ายงานชาวม้งติดอาวุธ

ซีไอเอสนับสนุน ทุ่มเทแบบ “เสี่ยสั่งลุย” ….

(เจมส์ วิลเลียม แลร์ คือ ซีไอเอ คนสำคัญ ที่เข้ามาประสานงานกับรัฐบาลไทยเพื่อจัดส่งนักรบเสือพรานเข้าไปรบในลาว ผมเขียนในบทความตอนที่แล้ว….)

ขอลงรายละเอียดเรื่องชาวม้ง….

ม้ง (Hmong) เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เก่าแก่ ใช้ชีวิต ทำมาหากินบนภูเขาสูงทางตอนใต้ของจีน เคยอพยพมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่สงบทางการเมืองในแผ่นดินจีน บางส่วนอยู่ใน ไทย เวียดนาม ลาว

วังเปา จัดตั้งนักรบชายชาวม้งได้ราว 3 หมื่นนาย แบ่งเป็นหน่วยทหารย่อย…. ซีไอเอ จัดหนัก จัดเต็ม จ่ายหนัก ครอบครัวชาวม้งได้รับการดูแล

ทุกฝ่ายพอใจ มีผลประโยชน์แบบ “หมูไป-ไก่มา” ซีไอเอพูดจริงทำจริง

พ.ศ.2502 ซีไอเอมอบภารกิจให้ทหารม้ง เป้าหมาย คือทำลายกองทัพเวียดนามเหนือ

ทหารเวียดนามเหนือนับหมื่น ห้าวหาญ ชำนาญศึก มีอาวุธ กระสุน รถถัง ปืนใหญ่ จรวด มหาศาลจากจีนและรัสเซีย

ทหารของโฮจิมินห์รบด้วยวิธีรุก ฉลาดล้ำ สู้ขาดใจ ใช้ช้างลากปืนใหญ่ ลากรถถังเพื่อการจู่โจม กำลังส่วนหนึ่งไปสร้างเส้นทางโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Trail) ในป่าลึกยาวกว่า 1,500 กม. ในดินแดนลาว จากเหนือลงใต้ เพื่อการส่งกำลังบำรุง แทรกซึม ส่งคนไปเพื่อจะยึดเวียดนามใต้…

ซีไอเอใจถึง-พึ่งได้ ใครก็อยากเป็นนักรบ ค่าแรงจ่ายเป็นดอลลาร์งดงามแบบไม่นึกไม่ฝัน อาหารการกิน การรักษาพยาบาล เสื้อผ้า อาวุธ เครื่องมือสื่อสาร เครื่องบิน แม้กระทั่งเด็กชายชาวม้งก็ไม่พลาดที่จะมาเป็นทหาร ได้รับสวัสดิการอันเอ่อล้น…

(ผู้เขียนขอให้ความเห็นส่วนตัวว่าภารกิจทางทหารใดๆ ที่สหรัฐเป็นเจ้าภาพ เป็นเจ้ามือ รับรองได้ว่าเรื่องการกินอยู่ หลับนอน โดยเฉพาะอาหารการกิน มั่งคั่ง…แต่ถ้าจ่ายมาแล้ว มีเหตุตัดตอนเงินทอน มีหักหัวคิว มีอมเบี้ยเลี้ยง ก็เป็นเรื่องภายในที่มักจะเกิดขึ้นในทุกสมรภูมิ ในหลายประเทศ)

ม้ง ไม่ลงรอยกับชาวลาวที่นิยมคอมมิวนิสต์…

วังเปา ควบคุม อำนวยการนักรบม้งทำการรบในภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหมอกขาว หนาวเย็น ลาวเป็นสมรภูมรบโหด นายวิลเลียม คอลบี ผู้อำนวยการซีไอเอในช่วงกลางทศวรรษ 1970 เรียกม้งว่า “วีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสงครามเวียดนาม”

มีข้อมูลบางสำนักระบุว่า เมื่อตอนที่ม้งตกลงจับมือกับซีไอเอ ม้งที่ยากจนแสนเข็ญมีความคาดหวังว่าหากชนะศึกนี้ ขับไล่กองทัพเวียดนามเหนือออกไปจากลาวได้สำเร็จ จะได้รับสิทธิในที่ทำมาหากินแห่งใหม่ จะมีชีวิตใหม่…. แต่ถ้าพลาดท่าเสียที ผู้ใหญ่ก็จะให้อพยพไปอเมริกา…

ต้องยอมรับว่าซีไอเอก็ทุ่มเทชีวิตจิตใจ เงิน อาวุธ รวมถึงการใช้กำลังทางอากาศสนับสนุนการรบอย่างเต็มพิกัด ข้อบกพร่อง จุดอ่อนในการทำศึกของกองกำลังม้งก็ปรากฏเป็นระยะๆ

มีเรื่องอื้อฉาว…เรื่องการลักลอบค้าฝิ่น มีการขนส่งฝิ่นโดยอากาศยาน ซึ่งในสมรภูมิรบแห่งนั้น ไม่รู้ใครเป็นใคร …เหมือนเป็นพื้นที่นอกโลก

วังเปา เป็นใคร…

วังเปา ลูกชาวม้ง เกิดเมื่อ ธันวาคม พ.ศ.2472 ในหมู่บ้านทางตะวันออกเฉียงเหนือของลาว มีโอกาสเรียนหนังสือเพียง 6 ปี เคยทำงานเป็นล่ามให้กับฝรั่งเศสที่ต่อสู้กับญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง เขากลายเป็นจ่าฝูงในกองทัพฝรั่งเศส พ.ศ.2497 เป็นนายทหารในกองทัพของลาวอิสระ

วังเปา เคยนำกองกำลังเข้าสนามรบ เคยได้รับบาดเจ็บและเป็นที่รู้กันว่า วังเปารักพวกพ้อง “ถ้าเราตายเราก็ตายด้วยกัน จะไม่มีใครถูกทิ้ง”

ชาวม้งประมาณ 35,000 คน เสียชีวิตในการสู้รบจากสงคราม

สงครามลับในลาว เชื่อมโยงไป-มา ทาบทับกับสงครามในเวียดนาม มีตัวแปรสำคัญ คือ นโยบายจากวอชิงตันซึ่งเป็นอำนาจของนักการเมือง

สมรภูมิรบในเวียดนามก็ดุเดือด เลือดพล่าน ชาวอเมริกันออกมาประท้วงรุนแรง ขอให้ถอนทหารที่เป็นลูกหลานอเมริกันออกจากเวียดนาม เด็กหนุ่มอเมริกันตายในเวียดนามแล้วกว่า 6 หมื่นคน….

พ.ศ.2515 ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน สั่งถอนทหารออกจากเวียดนาม สหรัฐเจรจาหาทางยุติสงครามกับเวียดนามเหนือ ณ กรุงปารีส

มกราคม 2516 สหรัฐถอนกำลังทั้งหมด ให้เวียดนามใต้ทำสงครามโดยลำพัง …เค้าลางความปราชัยเริ่มปรากฏ ทหารเวียดนามใต้เสียขวัญ

ทหารเวียดนามเหนือรบด้วยใจ รักชาติ ขอพลีชีพ ชนะทุกแห่ง

30 เมษายน 2518 เวียดนามเหนือบุกตะลุย ทะลวงไส้ ..ไซ่ง่อนแตก อีกไม่กี่วันต่อมา ลาวแดงและเวียดนามเหนือยึดเวียงจันทน์ได้…ลาวแตก

สำหรับรัฐบาลไทย..เหตุการณ์วันนั้น คือ วิกฤตของชาติ

ชาวลาว ชาวม้ง หนีกระเจิงข้ามโขงมาฝั่งไทยนับหมื่น แถมด้วยชาวเวียดนามใต้นับหมื่นลงเรือข้ามทะเลหนีตายมาขึ้นบกฝั่งไทย

UNHCR ได้สำรวจเมื่อ พ.ศ.2518 ระบุว่ามีม้งอพยพเข้าประเทศไทยจำนวน 44,659 คน โดยอยู่ตามศูนย์อพยพที่อยู่ชายแดนฝั่งไทยเช่นที่บ้านน้ำเย้า เชียงคำ จังหวัดพะเยา บ้านวินัย จังหวัดเลย ศูนย์อพยพที่หนองคาย บ้านนาโปจังหวัดนครพนม ค่ายทหารในจังหวัดอุดรธานี และที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์เพื่อเตรียมอพยพไปยังประเทศที่สาม

ผู้ที่อพยพทางอากาศบางส่วนบินมาลงที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น โดยจำนวนม้งอพยพได้อยู่ที่บ้านวินัยและที่เชียงคำมากที่สุด

การอพยพของม้งไปอเมริกาได้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐสภาสหรัฐได้ผ่านรัฐบัญญัติการอพยพคนอินโดจีนและการช่วยเหลือทหารม้งเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1975

ขยายการช่วยเหลือไปถึงผู้อพยพที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามเวียดนาม ได้แก่ ผู้อพยพจากเวียดนาม กัมพูชา ลาว

ในปี พ.ศ 2518-2521 สหรัฐได้รับม้งอพยพ จำนวน 9,000 คน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรก ม้งอพยพเป็นเจ้าหน้าที่ทหารและคนหนุ่มที่เสี่ยงต่อการถูกจับกุมโดยพรรคคอมมิวนิสต์ในลาว

กลุ่มม้งอพยพกลุ่มสุดท้ายอยู่ระหว่างปี 2434-2539 มีจำนวน 29,000 คน

ถ้านึกอะไรไม่ออก อยากรอดชีวิต ให้หนีเข้ามาในไทย….

ผู้เขียนเป็นนักเรียนนายร้อย จปร.ปี 3 ติดตามข่าวทางหนังสือพิมพ์ที่ไม่ค่อยมีให้อ่าน ….เศรษฐีไทย ผู้มีอันจะกิน ต่างมองหาถิ่นพำนักในต่างประเทศกันไม่น้อย….ใครๆ ก็บอกว่า..เป้าหมายต่อไป คือ ไทย…

วังเปา เข้ามาตั้งหลักฝั่งไทย แล้วบินต่อไปอเมริกา ชาวม้งบ้านแตกสาแหรกขาด หนีสุดชีวิตเนื่องจากรัฐบาลลาวที่เป็นฝ่ายคอมมิวนิสต์ชนะสงคราม… มีแนวโน้มจะเช็กบิลพวกม้ง..เอาคืน

ช่วง พ.ศ.2518 หน่วยงานจากสหประชาชาติ (เจ้าเก่า-ขาประจำ) เข้ามาตั้งค่ายรองรับผู้ลี้ภัย ชาวม้งลาวนับหมื่นอพยพมาเข้าค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

อเมริกาก็แสนใจดี….คัดเลือกม้งนับหมื่นคนทยอยไปอเมริกา

ม้งบางส่วน ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศต่างๆ เช่น แคนาดา ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และออสเตรเลีย

ซีไอเอ ทหารรบพิเศษมะกันที่ผูกพันเป็นเพื่อนร่วมตายสหายศึกกับชาวม้ง ผลักดันสภาคองเกรสให้รับชาวม้งเข้าไปตั้งหลักแหล่งในอเมริกา

ช่วงแรก ไปอยู่ที่รัฐมินิโซตา ต่อมาไปอยู่แคลิฟอร์เนีย รวมแล้วเป็นแสนคน

ม้งเป็นปึกแผ่น วังเปา คือ ผู้นำที่ดำเนินการให้สหรัฐออกกฎหมายรับชาวม้งเพิ่ม ให้ชาวม้งได้รับการดูแลในฐานะประชาชนอเมริกัน

(วิธีคิดของสหรัฐ คือ ใครก็ตามที่ช่วยสหรัฐทำศึกสงคราม ถือว่าเป็นพันธมิตร เป็นทหารผ่านศึกที่ต้องดูแล ไม่ทอดทิ้ง เกาหลี เวียดนาม ชาวม้ง และอีกหลายชนชาติ ที่ได้รับสิทธิเข้าไปใช้ชีวิตในอเมริกา)

ม้ง แห่กันไปอยู่ในแคลิฟอร์เนียราว 1 แสนคน รัฐมินนิโซตา 6 หมื่นคนเศษ และรัฐวิสคอนซิน 5 พันคนเศษ ที่เหลือกระจายกันทั่วอเมริกา

ชาวม้งดั้งเดิม แทบไม่มีภาษาเขียนในขณะใช้ชีวิตอยู่บนเขานับร้อยปี ใช้ชีวิตแบบปากต่อปาก

หลังจากการตั้งถิ่นฐานใหม่ วังเปา สนับสนุนให้ม้งทำมาหากิน ได้เรียนหนังสือ ทำมาหากิน กลายเป็นเจ้าของธุรกิจ ตั้งตัวได้ในอเมริกา…พยายามมองหาช่องทางที่จะช่วยม้งลาวในลาว

ช่วงหลัง…วังเปา ไปอาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ชาวม้งในอเมริกาส่วนใหญ่แขวนภาพวังเปาในบ้าน ให้การยอมรับนับถือ วังเปาติดต่อบุคคลสำคัญ นักการเมืองในอเมริกาเพื่อดูแลชาวม้งในอเมริกาและที่ตกค้างในลาว

เรื่องจริงที่เหลือเชื่อ….อเมริกาดินแดนแห่งโอกาส

ช่วงปี 1980 รัฐสภาสหรัฐออกกฎหมายให้ม้งอพยพไปอเมริกา ชาวม้งต้องปรับตัวจากชนเผ่า-ชาวเขาที่ยากลำบาก เมื่อเข้าไปอยู่อเมริกา ได้รับการดูแลตามกฎหมาย มีลูกเกิดในอเมริกาเป็น “ม้ง-อเมริกัน”… เด็กๆ ลูกหลานได้เรียนหนังสือ

ลูกชายชาวม้งอพยพในรัฐมินิโซตา ครอบครัวหนึ่ง ชื่อ ฟอง ฮาวจ (Foung Hawj) เกิดในลาว เมื่อลาวแตก อพยพมาค่ายผู้ลี้ภัยในไทยแล้วไปสหรัฐ ในปี 1990 ได้เริ่มชีวิตใหม่ ได้เรียนหนังสือ สำเร็จปริญญาตรีวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยแคนซัส และได้รับปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์และเทคโนโลยีจากสถาบันเทคโนโลยีโรเชสเตอร์แห่งนิวยอร์ก..ทุ่มเท ทำงานให้ชุมชนในรัฐมินิโซตา

ในปี 2559 เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของคณะอนุกรรมการด้านความเสมอภาคทางเชื้อชาติในมินนิโซตา ฮาวจ์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจการปกป้องสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงการศึกษาและการเสริมสร้างการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและที่อยู่อาศัย

ผลงานของชาวม้งอเมริกันผู้นี้ โดดเด่น เป็นที่ประทับใจชาวเมือง

เขาเป็นตัวแทนของเขต 67 ซึ่งรวมถึงฝั่งตะวันออกของเซนต์พอลในเขตแรมซีย์ …ได้รับเลือกให้เป็นวุฒิสภามินนิโซตา

เมื่อชาวม้งไปอยู่เป็นชุมชนใหญ่ในมินิโซตา กลายเป็นพลังต่อสู้ดิ้นรนเอาชนะการเลือกปฏิบัติและอคติจากเจ้าถิ่น ลูกหลานชาวอเมริกันเชื้อสายม้ง อดทนสร้างชีวิต ทำงานหนัก หลายคนได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาเมืองคณะกรรมการโรงเรียนและสภานิติบัญญัติของรัฐในมินนิโซตา

“พวกเขา (ม้ง) ปรับตัวและคว้าโอกาสได้รวดเร็วกว่าชาวอินโดจีนหรือชาวอเมริกันในอดีต” ไลโอเนล โรเซนบลัตต์ อดีตผู้ประสานงานผู้ลี้ภัยของสหรัฐกล่าว ซึ่งต้องต่อสู้กับสภาคองเกรสเพื่อให้ชาวม้งเข้ารับการรักษาในสหรัฐตั้งแต่แรก

สาเหตุที่ม้งมาอยู่รัฐวิสคอนซินจำนวนมาก เพราะเป็นแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญและมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งม้งมีพื้นฐานด้านการเกษตรจึงปลูกผักขาย

นอกจากนี้ภูมิประเทศของรัฐวิสคอนซิน ยังมีสภาพเป็นป่าเขา ม้งจึงรู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านที่เคยอยู่ในประเทศลาว และสวัสดิการทางสังคมของรัฐที่เอื้อให้ม้งมีโอกาสด้านการศึกษา และการตั้งถิ่นฐาน

วังเปา เคลื่อนไหวในอเมริกา พบปะ ประสานงานกับบุคคลสำคัญ อดีตซีไอเอบางนาย มีความผูกพันกับม้งแบบแน่นแฟ้น เป็นเพื่อนร่วมตายกันในสนามรบให้การสนับสนุน

6 ม.ค.2554 สำนักข่าวเอพีรายงานว่า อดีตนายพลวังเปา ซึ่งเคยเป็นแกนนำกองกำลังชาวม้ง เสียชีวิตที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยวัย 81 ปี หลังเข้ารับการรักษาตัวที่ศูนย์การแพทย์ชุมชนโคลวิส

เกร็ดข้อมูลที่สำคัญสงครามในลาว….

ตั้งแต่ พ.ศ.2507 ถึง พ.ศ.2516 กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาได้ทิ้งระเบิดในลาวประมาณ 2 ล้านตัน ทำให้ลาวเป็นประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

พ.ศ.2512 สหรัฐทิ้งระเบิดในลาวมากกว่าที่ทำกับญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวลาวประมาณ 200,000 คนเสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน ที่อยู่ชายแดนฝั่งตะวันออกติดกับเวียดนาม

ซีไอเอทำงานโดยมีม้งเป็นกำลังหลัก เป็นเวลา 13 ปี

อดีตนักรบ ลูกหลานชาวม้งที่ไปเติบโตในอเมริกา ไม่เคยลืมบ้านเกิดเมืองนอน หาทางที่จะให้ผู้นำสหรัฐไปเยือนลาวที่บอบช้ำอย่างแสนสาหัสจากสงคราม

15 พฤษภาคม 2550 สภาคองเกรสยอมรับบทบาทของสหรัฐในสงครามในลาวอย่างเป็นทางการ

ชีวิตต่างแดน ที่แตกต่างก็ใช่ว่าจะราบรื่นไปหมด

ทัศนคติของคนอเมริกันจำนวนหนึ่ง….ไม่ค่อยพอใจม้งเพราะม้งไม่คุมกำเนิดทำให้มีลูกมาก มีครอบครัวขนาดใหญ่ ชาวอเมริกันตระหนักว่า ทำให้คนในเมืองต้องจ่ายภาษีมากเพื่อให้พอสำหรับกองทุนสวัสดิการสังคม

คนผิวขาวบางส่วน ยังไม่ยอมรับชนกลุ่มน้อยต่างถิ่น จึงทำให้เกิดการเหยียดสีผิวและแบ่งแยกเชื้อชาติ คนอเมริกันบางกลุ่มที่เสียญาติพี่น้องในสงครามเวียดนามได้เกิดการเข้าใจผิด คิดว่าคนม้งกับคนเวียดนามเป็นกลุ่มเดียวกัน เกิดการแสดงออกที่ขัดแย้ง รังเกียจ….

เดือนกันยายน 2559 โอบามาเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่เยือนลาว โอบามากล่าวในเวียงจันทน์ สหรัฐขอเพิ่มเงินทุนครั้งใหญ่ของอเมริกาเพื่อเก็บทำลายอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยังไม่ระเบิด ซึ่งหลงเหลือจากสงครามอีกมหาศาลที่ตกค้างในลาว

ขอชดเชย เยียวยาต่อพลเรือนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ถูกสังหาร

วัตถุระเบิดที่ยังฝังในแผ่นดินลาว ที่ยังไม่ระเบิด ยังมีอีกมหาศาล แผ่นดินลาวมีหลุมระเบิดเกลื่อนสุดขอบฟ้า

….จะต้องใช้เวลาในการทำลายทิ้งอีกนับทศวรรษ

United States Secret War in Laos with the Hmong

tribe (Vietnam era) – the agreement