จีวรในม็อบ…

จีวรในม็อบ...

จีวรในม็อบ…

ความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นสิ่งปรารถนาหนึ่งของประชากรในชาตินั้นๆ ที่จักนำมาซึ่งการพัฒนาการในด้านต่างๆ จากประชาชนในรัฐที่มีผู้ปกครองของรัฐหรือรัฐบาลจักปกครองด้วยหลักการของระบอบประชาธิปไตย ธรรมาธิปไตย ธรรมาภิบาล หลักแห่งนิติธรรมและการอยู่ร่วมกันในชาติด้วยความรักสามัคคี ดูเสมือนว่าจะเป็นหลักการที่เป็นอุดมการณ์ที่พึงประสงค์

เหตุบ้านการเมืองไทยเราในปัจจุบันมิได้แตกต่างจากประเทศชาติบ้านเมืองอื่นๆ ในโลกทั้งการแก่งแย่งในอำนาจ ผลประโยชน์ ตำแหน่งจากผู้ปกครองโดยเฉพาะเหล่าบรรดานักการเมืองที่ต้องการบริหารชาติบ้านเมือง บริหารงบประมาณของแผ่นดิน หากบ้านเมืองใดมีนักการเมืองที่มีความบริสุทธิ์ใจ ใส่ใจในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจในการพัฒนาบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมกับนานาประเทศที่ได้เชื่อว่าเป็นประเทศที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ประชาชนในรัฐเมืองนั้นก็ย่อมได้รับความพึงพอใจและมอบความไว้วางใจต่อผู้นำของรัฐนั้นอย่างยาวนาน

สภาพของปัญหาในเมืองไทยเมื่อย้อนไปในหกหรือเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมาพบทั้งปัญหาในการเปลี่ยนแปลงการปกครองของบ้านเมืองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งระบุไว้ในหมวด 1 บททั่วไปในมาตราที่ 2 และในหมวด 2 ที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีในมาตรา 6-24 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ได้ตราไว้เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2560 รวมไปถึงสภาพปัญหาอื่นที่มีในบทนำของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว อาทิ การปกครองมิได้มีเสถียรภาพหรือราบรื่น

ยังคงประสบปัญหาและข้อขัดแย้งต่างๆ บางครั้งเป็นวิกฤตทางรัฐธรรมนูญที่หาทางออกไม่ได้…

ม็อบเยาวชนปลดแอก ประชาชนปลดแอก แฟลชม็อบ คณะราษฎร “ราษฎร” ที่ได้เคลื่อนไหวของนักเรียน นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วเมืองไทยแล้ว การนัดรวมตัวประท้วงต่อรัฐบาลในข้อเรียกร้องต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องนับแรมปีทั้งในพื้นที่ของสถาบันการศึกษาและนอกสถานที่ เหล่าบรรดาแกนนำของการประท้วงต่างมีคดีความที่ถูกฟ้องร้องจากรัฐในข้อหา ละเมิดกฎหมายของบ้านเมืองจนกระทั่งวันที่ 15 ตุลาคม 2563 รัฐบาลก็ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ที่เชื่อว่าได้มีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ…

ช่วงเย็นถึงค่ำของวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ตำรวจตระเวนชายแดน กองกำลังควบคุมฝูงชน พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง ได้เข้าสลายการชุมนุมประท้วงที่แยกปทุมวัน สยามดิสคัฟเวอรี่ หน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน ภาพหนึ่งในการสลายการชุมนุมก็คือการฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่ฝูงชน ผู้ประท้วงส่วนหนึ่งใช้ร่มที่ใช้กันฝนเป็นกำแพงเพื่อกั้นการฉีดน้ำผสมสีและสารเคมี ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวถูกนำเสนอในสื่อประเภทต่างๆ ที่ทุกๆ คนสามารถเข้าถึงได้ การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและเยาวชน แกนนำประท้วงถูกตั้งคำถามในหลากหลายบริบทที่ว่า อะไร สิ่งใดคือความสงบสุขของบ้านเมืองอย่างแท้จริง

ภาพหนึ่งในกลุ่มของผู้ประท้วงเราท่านได้เห็นบุคคลที่ได้สวมใส่ชุดจีวรที่เป็นนักบวชในศาสนาพุทธ ที่อยู่ในระดับแนวหน้าของกลุ่มประท้วง คำถามที่หลากหลายต่อบุคคลดังกล่าวก็คือ เขาเป็นพระภิกษุ สามเณรในพุทธศาสนาหรือไม่ หรือเป็นบุคคลอื่นที่สวมใส่จีวร สบง ชุดแห่งความเป็นพระสมณะเข้าร่วมประท้วงในม็อบดังกล่าว พระวินยาธิการหรือตำรวจพระ ที่ได้รับแต่งตั้งมอบหมายจากเจ้าคณะจังหวัดผู้ปกครองให้ทำหน้าที่ตรวจตรา ตักเตือน แนะนำการประพฤติที่ไม่เรียบร้อยหากไม่ปฏิบัติตามให้มีอำนาจจับกุมส่งเจ้าคณะผู้รับผิดชอบหรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

แต่ไม่มีอำนาจในการให้สึก หรือสละสมณเพศ…

หากเป็นพระภิกษุที่ได้อุปสมบทในพระธรรมวินัยจากพระอุปัชฌาย์ มีวัดเป็นที่อยู่อาศัยมีสังกัดเป็นที่แน่ชัด มีระบบการปกครองที่มีความชัดเจนในพระวินัย พระภิกษุที่ได้ตั้งใจอุปสมบทเข้าไปในศาสนาแล้วในครั้งพุทธกาลก็เนื่องจากต้องการแสวงหาทางออกของชีวิตที่พึงประสงค์ทั้งสละชีวิต คู่ครองทรัพย์สินเงินทองเกียรติยศชื่อเสียง การเข้าถึงหลักการแห่งศาสนาทั้งศีล สมาธิ ปัญญา รวมถึงนิพพานคือสิ่งปรารถนาสูงสุดของชาวพุทธ ถูกตั้งคำถามทั้งในสังคมไทยเราและสังคมนานาชาติที่ว่า บุคคลที่เข้าถึงหลักการแห่งศาสนาที่แท้จริงควรเป็นเช่นไร…

มหาเถรสมาคมถือว่าเป็นองค์กรการปกครองของคณะสงฆ์ไทย ได้มีคำสั่งเมื่อ พ.ศ.2538 เรื่องห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2538 ในจำนวน 10 ข้อ ข้อ 4 ระบุไว้ว่า ห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปในที่ชุมนุมหรือในบริเวณสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใด หรือในที่ชุมนุมทางการเมืองว่ากรณีใดๆ ข้อ 6 ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมชุมนุมในการเรียกร้องสิทธิของบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ และข้อ 7 ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมอภิปรายหรือบรรยายเรื่องเกี่ยวกับการเมืองซึ่งจัดตั้งขึ้นทั้งในวัดและนอกวัด…

ความเห็นต่างของการเมืองทั้งสีเสื้อ ขั้ว ฝ่าย ความเห็นต่างทั้งความคิด ความเชื่อ ความรู้ในสังคมไทยเราเมื่อไม่นานมานี้ เราท่านได้พบเห็นพระภิกษุบางรูปขึ้นเวทีการประท้วงต่อรัฐบาล ใช้คำพูดวาจา แสดงสีหน้า ท่าทางอารมณ์ร่วมที่มิได้แตกต่างจากฆราวาสทั่วไป ชาวพุทธส่วนหนึ่งต่างก็มีท่าทีต่อบรรดาพระภิกษุกลุ่มดังกล่าวที่ว่า เขาเหล่านั้นควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง หรือการประท้วงในการเมืองในบริบทต่างๆ ด้วยหรือไม่…

การศึกษาระดับปริญญาของคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบัน มีมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่งที่ได้ผลิตบุคลากรทั้งศาสนาและระดับวิชาการในศาสตร์สาขาต่างๆ ที่หลากหลาย หนึ่งในจำนวนสาขาต่างๆ ก็คือ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ รวมถึงการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาที่มีผู้เข้าศึกษาเล่าเรียนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ คำถามหนึ่งก็คือบทบาทของบุคลากรของมหาวิทยาลัยสงฆ์ควรออกมาชี้แนะทางออกของปัญหาสังคมไทยโดยเฉพาะในด้านการเมืองในสันติวิธีแห่งวิถีพุทธด้วยหรือไม่…

พระภิกษุชาวเวียดนามรูปหนึ่งชื่อว่า ทิก กว๋าง ดิ๊ก ได้เผาตนเองจนถึงมรณภาพใกล้ที่ทำการประธานาธิบดีที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ที่กระทำต่อผู้ที่นับถือศาสนาพุทธในขณะนั้น พระติช นัท ฮันห์ พระนิกายเซน ผู้ฝึกสอนสมาธิภาวนา เป็นนักกวี นักเขียน นักต่อสู้เพื่อสันติภาพ ท่านได้ลี้ภัยไปอยู่ที่หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส ด้วยเหตุผลทางด้านการเมือง พระพม่าได้มีการประท้วงรัฐบาลทหารที่ใช้ความรุนแรงปราบปรามการประท้วงของประชาชนอย่างสันติเมื่อปี พ.ศ.2550 หรือเมื่อสิบสามปีที่แล้วถูกจับสึก ดำเนินคดีของบ้านเมืองหนึ่งในจำนวน 240 รูป ก็คือพระอู กัมบิรา อายุ 30 ปี ถูกตัดสินจำคุก 63 ปี ฐานเป็นผู้นำแห่งการประท้วง…(hrw.org > new2009)

ภาพแห่งบุคคลที่สวมจีวรอยู่ในแนวหน้าม็อบดังกล่าว ข้อมูลหนึ่งในการโพสต์เฟซบุ๊กของพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ถึงบุคคลที่สวมจีวรได้เข้าไปร้องขอให้เจ้าหน้าที่หยุดการฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมเป็นการกระทำที่เป็นไปเพื่อสันติภาพ ไม่เป็นไปเพื่อการสนับสนุนความรุนแรง และการกระทำนั้นๆ ย่อมไม่ขัดต่อกับหลักการของพระศาสนา…

ความกระจ่างหนึ่งของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ต้องกระทำหน้าที่ควบคุม จับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้ากรณีบุคคลห่มจีวรอยู่ในกลุ่มม็อบเขาเป็นพระภิกษุสามเณรที่ถูกต้องแท้จริงในพระศาสนาหรือไม่ หรือว่าเป็นบุคคลอื่นใดที่สวมใส่ชุดจีวรสบง เพื่อให้สาธารณชนเชื่อว่าเป็นนักบวชที่ถูกต้อง หากเจ้าหน้าที่ของรัฐละเว้นเพิกเฉยต่อกรณีดังกล่าวจักเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายเองหรือไม่ และอะไร สิ่งใดคือความจริง ถูกต้องที่เราท่านสามารถเข้าถึงได้ระหว่างศรัทธาความเชื้อและอุดมการณ์ที่แท้จริงของวาระแห่งการเมือง

วาระแห่งการเมืองไทยเราในวันนี้เป็นการต่อสู้แย่งชิงกันถึงอำนาจ ผลประโยชน์ ตำแหน่งในระยะยาวนาน เด็กเยาวชนผู้บริสุทธิ์เขาจักเป็นผู้ใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยในวันข้างหน้า บาดแผลแห่งความเจ็บช้ำทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม

รวมไปถึงการเมือง ผู้หลักผู้ใหญ่ในวัยชราภาพที่เป็นผู้ปกครองของบ้านเมืองได้เข้าถึงสัจจะความจริงแห่งชีวิตที่ว่า วันหนึ่งเราจักตายเป็นแน่แท้เพื่อส่งต่อชีวิตที่สมบูรณ์ได้หรือไม่…

เฉลิมพล พลมุข

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ย้อนอดีต 10 ปี กับคำถามจากการเรียนรู้ เพื่อรับมือกับน้ำท่วมโคราช 2563
บทความถัดไปไทยพบป่วยโควิด-19 ใหม่ 4 ราย ชัดแล้ว สาวฝรั่งเศส ติดเชื้อในไทย