หน้าแรก บทความ จีนจัดงานฉลอง...

จีนจัดงานฉลองยิ่งใหญ่ สงครามเกาหลีเหนือครบรอบ 70 ปี สี จิ้นผิงกล่าวสุนทรพจน์กินใจ

30.10.20 | 14:23 น.
จีนจัดงานฉลองยิ่งใหญ่ สงครามเกาหลีเหนือครบรอบ 70 ปี สี จิ้นผิงกล่าวสุนทรพจน์กินใจ

จีนจัดงานฉลองยิ่งใหญ่ สงครามเกาหลีเหนือครบรอบ 70 ปี สี จิ้นผิงกล่าวสุนทรพจน์กินใจ

สงครามเกาหลีเหนือเวียนบรรจบมาครบรอบ 70 ปี ปักกิ่งจัดงานรำลึกยิ่งใหญ่วันที่ 23 ตุลาคม ประธานาธิบดีสี จิ้ผิงกล่าวสุนทรพจน์ซาบซึ้งโดนใจ เป็นการส่งสารสนเทศในเชิงสัญลักษณ์ต่อภายในและภายนอก แม้มิได้อ้างอิงระบุชื่อสหรัฐ แต่ทุกถ้อยคำเน้นย้ำผู้รุกรานจักต้องพ่ายแพ้ และคำพูดส่วนใหญ่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนจีน ควรต้องรวมพลัง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เอาชนะผู้ที่มารุกรานให้ได้ จึงจะปราศจากความล้าหลัง

ย้อนมองอดีต ปีที่ 2 ของการสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชานจีน เกาหลีเหนือเกิดสงครามกลางเมือง ขอความช่วยเหลือจากจีน แต่จีนยังมิได้อยู่ในฐานะที่จะให้การสนับสนุน

วันที่ 25 มิถุนายน 1950 กองทัพเกาหลีเหนือยกทัพลงใต้ อีก 3 วันต่อมากองเรือที่ 7 สหรัฐมาประจำการที่ไต้หวัน รัฐบาลจีนจึงประณามสหรัฐว่า รุกรานเกาหลีเหนือ ไต้หวัน และแทรกแซงกิจกรรมภายในของภูมิภาคเอเชีย

ต่อมาเดือนกันยายน กองทัพสหรัฐขนาดใหญ่ได้ยกพลขึ้นบกที่เมืองอินชอน เกาหลีใต้ โดยขับไล่ทหารเกาหลีเหนือให้กลับไปยังทางเหนือของเส้นขนานที่ 38 ตรงไปยังแม่น้ำยาลู่ ซึ่งเป็นชายแดนจีน-เกาหลีเหนือ และส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เป็นเหตุให้ประชาชนจีนบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

Advertisement

พลันที่สี จิ้นผิงรำลึกถึงประวัติศาสตร์อันเกี่ยวกับที่จีนถูกรุกรานได้กล่าวว่า เมื่อลัทธิจักรวรรดินิยมบุกรุกทำศึกถึงหน้าบ้าน ก็ต้อง

ยุติสงครามด้วยสงคราม (以戰止戰)

ทว่าการทำสงคราม ย่อมเป็นเรื่องที่เหี้ยมโหด สงครามเกาหลีเหนือก็นำมาซึ่งความเหี้ยมโหดต่อจีนมิใช่น้อย ทหารอเมริกันทำการโจมตีจีนด้วยอาวุธที่มีประสิทธิภาพ

ในขณะที่จีนละอ่อนกว่าด้านสรรพกำลัง แต่ก็ต้องสู้เพื่อปกป้องประเทศ

เลือดจีนหลั่งไหลดุจลำธารน้ำ

เมื่อสงครามแรกเกิด ทหารอเมริกันถล่มตามอำเภอใจ คนจีนล้มตายเป็นเบือนับแสน

ในที่สุด ประเทศจีนเสียสละชีวิตทหารถึง 1.97 แสนนาย สิ่งที่ได้มาคือ

ยุติสงครามกับสหรัฐ

ชัดเจนยิ่งว่า สุนทรพจน์ของสี จิ้นผิงเป็นสรณะในการสื่อให้สหรัฐทราบว่า แม้ในอดีตจีนล้าหลังกว่าสหรัฐทุกด้าน แต่คนจีนใจกล้าหาญ รักษาดินแดนไว้ให้ลูกหลาน สู้จนสูญเสียแม้ชีวิตเลือดเนื้อ เพื่อถนอมบ้านเมือง รักชาติยิ่งชีวิต

นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างรูปแบบยุทธศาสตร์เอเชียและสากลโลก

ไฮไลต์สุนทรพจน์คือ “หลายร้อยปีก่อน ผู้รุกรานตะวันตกเพียงแค่เอาปืนใหญ่ไม่กี่กระบอกวางที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ก็สามารถยึดครองอายุของประเทศนั้นอย่างป่าเถื่อน”

จากสุนทรพจน์ สะท้อนให้เห็นว่าสี จิ้นผิงต้องการสื่อให้สหรัฐและประเทศตะวันตกทราบว่าจีนวันนี้มิใช่จีนเมื่ออดีต บัดนี้ จีนสามารถ “วัดรอยเท้า” กับสหรัฐและประเทศตะวันตก แม้ว่าจีนยังมีความยิ่งหย่อนกว่าในบางประการ แต่ก็สู้ไม่ถอย

อย่างไรก็ตาม สงครามเกาหลีเหนือ ถือเป็นสงครามที่ยุ่งเหยิงที่สุด ทำศึกเกือบ 3 ปี แต่ละฝ่ายสูญเสียทหารเป็นล้าน ในที่สุด ทั้ง 3 ฝ่ายเพียงบรรลุสัญญายุติสงครามเมื่อเดือนกรกฎาคม 1953 หากมิใช่สัญญาสันติภาพ

สรุป การทำสงครามครั้งนั้น สหรัฐมิได้เป็นฝ่ายชนะ จีนมิได้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้

หากเป็นเพียงการยุติสงครามชั่วคราวเท่านั้น

หลังจากสงครามยุติ จีน-สหรัฐได้ทำสงครามที่เวียดนามอย่างต่อเนื่องอีกหลายสิบปี

ท่ามกลางภาวะที่สหรัฐสกัดจีน ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการต่อสู้แบบประจัญบานอย่างต่อเนื่อง

หลังจากสงครามยุติ 67 ปี ประเทศจีนจัดงานฉลองรำลึกประวัติศาสตร์ เป็นเหตุให้สื่อตะวันตกวิพากษ์ว่า จีนกำลังทำการโฆษณา “ลัทธิชาตินิยม” อันใช้ถ้อยคำเป็นนัยว่ากระหายสงคราม เพื่อก่อให้เกิดขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ความจริง สี จิ้นผิงเน้นหนักประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและการพัฒนาประเทศในอนาคต พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนจีนควรต้องเสียสละชีวิตและไม่เกรงกลัวอิทธิพลที่ไม่ชอบธรรมใดๆ

พร้อมทั้งผนึกกำลังกายและใจ เพื่อต่อสู้กับการรุกรานอันอาจเกิดขึ้น

สี จิ้นผิงอรรถาธิบายว่า ผู้ที่กล้าสร้างนวัตกรรมใหม่ย่อมเป็นฝ่ายชนะ ท่ามกลางภาวะความท้าทายและกดดัน ประชาชนจีนสามารถสร้างถนนครั้นเมื่อเจอภูเขา และเมื่อเจอน้ำก็สามารถทอดสะพาน โดยอ้างอิงถึงประสบการณ์ของทหารจีนในสมรภูมิเกาหลีเหนือ

และในเวลาเดียวกันก็เข้าใจได้ว่า จีนวันนี้กำลังประสบพบพานกับภาวะกดดันและท้าทาย

นั้น สามารถใช้สติปัญญาและความกล้าหาญทำการแก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องทำสงคราม

สี จิ้นผิงยังได้เน้นย้ำว่า ไม่ว่าประเทศใด ไม่ว่ากองทัพใด ถ้าบังอาจขยายวงกว้างในการรุกราน จะต้องประสบความหายนะ เพราะคนจีนรวมพลังเป็นหนึ่ง

ท้าทายมิได้ พงศ์เผ่าจีนไม่ยอมแพ้ใคร ปรามาสมิได้

มิใช่เป็นการกระหายสงคราม หรือต้องการรุกรานประเทศใดประเทศหนึ่ง

หากเป็นการแจ้งเตือนในเชิงสัญลักษณ์ว่า ประเทศจีนไม่กลัวการรุกรานจากภายนอก

ในความเป็นจริงปรากฏว่า ปัจจุบันจีนได้ประสบปัญหาการคุกคามของสหรัฐที่ทำการสกัดการพัฒนา สี จิ้นผิงจึงกล่าวว่า “ประเทศจีนย่อมไม่นิ่งดูดายในประการเกี่ยวกับการทำลายอธิปไตย ความปลอดภัย การพัฒนา และไม่ยอมให้บุคคลใดอำนาจใดทำการแบ่งแยกดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศแม่ หากเกิดปัญหาร้ายแรงเช่นว่า ประชาชนจีนจะต้องต่อสู้จนชีวิตจะหาไม่” สัญญาณแจ้งเตือนชัดเจน และมิได้ระบุชื่อสหรัฐเช่นเคย

การที่จีนให้ความสำคัญและจัดงานฉลองสงครามต่อต้านสหรัฐสนับสนุนเกาหลีเหนือ จุดประสงค์คือ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ประชาชนจีน ส่งเสริมสันติภาพ ถนอมสันติภาพ ปราศจากความคิดการทำสงคราม แต่ก็ไม่กลัวสงคราม แต่ในยามนี้ การหลีกเลี่ยงทำสงครามคือวิธีที่มีประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน อย่างไรก็ตามการเน้นย้ำว่าไม่กลัวสงครามเป็นเรื่องสำคัญ

สุนทรพจน์สี จิ้นผิงทรงคุณค่ายิ่ง ทั้งปรามทั้งขู่ ปลุกใจ เร้าใจ และน่าสนใจ

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช