วิเคราะห์เงื่อนไขแบบละเอียด หลังคณะกรรมการกขค.ไฟเขียวดีลเทสโก้ โลตัส ไม่ผูกขาด พร้อมกำหนดเงื่อนไขเข้ม คู่ค้าสบายใจ แต่ภาระหนักไปตกอยู่กับซีพี
ในที่สุดผลการพิจารณาก็ออกมาเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเปิดเผยคำสั่งคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า(กขค.)ในการอนุญาตรวมธุรกิจระหว่างกลุ่มซีพีและบริษัท เทสโก้ สโตร์ส(ประเทศไทย)จำกัด หลังจากรอการอนุมัติกว่า 90 วัน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2563 แต่ กขค.สามารถต่อเวลาพิจารณาได้อีก จนมาประกาศผลในวันนี้ ทำเอาคู่ค้าโล่งออก และผู้บริโภคได้ประโยชน์ โดยคณะกรรมการ กขค. ได้เสนอเงื่อนไข ที่ทำให้ซีพี ต้องทำการบ้านเพิ่ม และ วางยุทธศาสตร์ให้สอดรับกับเงื่อนไขทางธุรกิจ ที่ต้องยกระดับเอสเอ็มอีถึงปีละ 10%
ประเด็นที่สังคมถามว่า จะถือว่าเป็นการผูกขาดหรือไม่ ผลสรุปโดยกรรมการเสียงข้างมากมีความเห็นว่า “จะมีอำนาจตลาดเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่เป็นการผูกขาด และการรวมธุรกิจดังกล่าวมีความจำเป็นตามควรทางธุรกิจและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการส่งเสริมการประกอบธุรกิจเพิ่มมากขึ้น” เงื่อนไขที่คณะกรรมการ กขค. ได้กำหนดขึ้นนั้น หากซีพีไม่เห็นด้วย เมื่อได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการ ถือว่ายังมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่า เงื่อนไขทุกข้อที่คณะกรรมการเสนอไปนั้น ซีพีจะหนักใจกับเงื่อนไขใดหรือไม่ เพราะการดำเนินการที่เพิ่มขึ้น ย่อมตามมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น ในขณะที่อุตสาหกรรมค้าปลีก กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องต่อสู้กับพฤติกรรมลูกค้า และ การที่โรคระบาดโควิด 19 ยังไม่สิ้นสุด
ทั้งนี้ ทางเลือกของเทสโก้ โลตัส ก่อนการเข้าซื้อของกลุ่มซีพี มีไม่มากนัก เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ต้องขายกิจการในประเทศไทย และ ประเทศมาเลเซีย ทำให้ทุกฝ่ายถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลังดีลใหญ่นี้ส่งไม้ต่อไปได้ เพราะมิเช่นนั้น จะเสี่ยงต่อการปรับตัวทางธุรกิจของเทสโก้ โลตัส อย่างเช่นที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่เงื่อนไขทั้ง 7 ข้อ ที่กรรมการ กขค.ได้กำหนดขึ้นนั้น ทำให้ผู้ซื้อกิจการต่อ ต้องเตรียมการ และ ต้องดำเนินการอีกหลายส่วน ที่นำมาซึ่งต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกระบวนการที่จะทำในรูปแบบเดิมไม่ได้ แต่โดยรวมจะดีต่อประเทศไทย โดยเฉพาะการที่บริษัทกลับมาเป็นของคนไทย หมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศไทยได้หลายรอบ
เส้นทางการเป็นเจ้าของเทสโก้โลตัสนั้น ไม่ได้เป็นงานง่าย ผู้เข้าซื้อ ต้องปฏิบัติตาม กำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติให้ได้ถึง 7 ข้อ ซึ่งวิเคราะห์ได้ดังนี้
ประเด็นแรก การห้ามกระทำการรวมธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นในตลาดร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่สินค้าอุปโภคบริโภค เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งถือว่า ทำให้สบายใจได้ว่า ที่ผ่านมาดำเนินธุรกิจมาเช่นไร จะยังคงมีจำนวนผู้เล่นครบถ้วนแบบเดิม ไม่มีการควบรวมธุรกิจรายอื่น ดังนั้น การแข่งขันจะยังสมบูรณ์เช่นเดิม
ประเด็นที่คนให้ความสนใจ และชื่นชม คณะกรรมการ กขค. เป็นอย่างมาก คือ การระบุให้เพิ่มสัดส่วนของยอดขายสินค้าที่มาจากเอสเอ็มอี (SMEs) ประกอบด้วย กลุ่มสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรชุมชน สินค้าชุมชน สินค้าวิสาหกิจชุมชนหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (OTOP) ในอัตราเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งทางซีพีจะต้องไปพัฒนาชุมชนอย่างจริงจัง และ ข้อนี้จะเป็นสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับประเทศ และ เกิดการจ้างงาน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลบวกให้เกษตรกร และ เอสเอ็มอี ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน ได้ประโยขน์จากการเพิ่มสัดส่วนยอดขายในตลาดค้าปลีกในครั้งนี้
ประเด็นต่อมาคือ บริษัทที่เข้าซื้ออยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว ดังนั้น จะมีกฎข้อบังคับเรื่องความโปร่งใสอยู่แล้ว ทุกบริษัทมีผู้ถือหุ้น ดังนั้น การออกหลักเกณฑ์ ห้ามมิให้ผู้หน่วยธุรกิจเดียวกัน ใช้ข้อมูลร่วมกันหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการตลาดที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าหรือวัตถุดิบ โดยให้ถือว่าเป็นความลับทางการค้า ถือเป็นการเน้นย้ำอีกครั้ง แต่คู่ค้า และผู้บริโภคก็สบายใจได้ เพราะไม่มีบริษัทใดกล้าละเมิดเรื่องดังกล่าว
ข้อที่สังคมสบายใจ คู่ค้า ก็ออกมาชื่นชมคณะกรรมการ กขค. คือ การบังคับให้คงไว้ซึ่งเงื่อนไขของสัญญาและข้อตกลงระหว่างผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าหรือวัตถุดิบรายเดิม ที่ได้มีการทำสัญญาหรือข้อตกลงไว้ เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งจะสามารถทำธุรกิจได้เช่นเดิม ในเงื่อนไขเดิม เว้นแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสัญญาที่เป็นคุณหรือเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้า ซึ่งถือว่าเป็นธรรมกับคู่ค้า และยังเปิดช่องให้คู่ค้า หากคู่ค้าร้องขอให้เปลี่ยนถ้าเป็นประโยชน์กว่าอีกด้วย
ข้อต่อมาเป็นเรื่องของการเพิ่มสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ด ดังนั้น หลักเกณฑ์ข้อนี้ เป็นการสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)ให้ได้เงินเร็วขึ้น มีสภาพคล่องมากขึ้น ด้วยการกำหนดระยะเวลา การให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) เป็นระยะเวลา 30 – 45 วัน นับจากวันที่ยื่นเอกสารเรียกเก็บเงิน เป็นระยะเวลา 3 ปี
นอกจากนี้ คณะกรรมการกขค.ยังสามารถติดตามผลได้ตลอดเวลาด้วยหลักการที่ว่า ผู้ซื้อกิจการต้องรายงานผลการประกอบธุรกิจ ภายใต้การดำเนินการตามกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขที่ได้รับจากคณะกรรมการกขค.เป็นรายไตรมาสหรือในระยะเวลาที่กำหนด ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ากำหนด เป็นระยะเวลา 3 ปี ทำให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้
สุดท้าย ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตรวมธุรกิจและผู้ประกอบธุรกิจ กำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติทางการค้าที่ดี (Code of Conduct) เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน และถือปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งทำให้ทุกคนสบายใจได้ว่า จะปฏิบัติตาม และเกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
วันนี้ต้องยอมรับว่า ผู้ประกอบการ คู่ค้า ลูกค้า ต้องมีช่องทางจัดจำหน่าย และมีความต่อเนื่อง การขายกิจการเทสโก้โลตัส ในประเทศไทย และ มาเลเซีย เป็นความจำเป็นจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจหลายอย่าง ทำให้เทสโก้ ได้ขายเทสโก้ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยก็มีความเสี่ยง หากเศรษฐกิจสะดุด ดังนั้น ความราบรื่นของดีลนี้ กับเงื่อนไขที่ทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ จึงเป็นทางออก ที่นอกจากรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นการรักษาการจ้างงาน ส่วนคนที่รับภาระหนักคือ ซีพี ที่ซื้อมาในราคาสูง ซึ่งเป็นราคาที่ตกลงกันไว้ก่อนช่วงโรคระบาดโควิด นอกจากนี้ ยังกระทบต่อแผนธุรกิจและลูกค้าที่ลดน้อยลง รวมถึงผลประกอบการที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นโจทย์ใหญ่ของซีพี ในการพลิกธุรกิจ และ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ถึงแม้จะยาก และหิน แต่หากซีพีทำสำเร็จ ก็จะทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ และ เติบโตพร้อมกันทุกฝ่ายอย่างยั่งยืน

