คุณภาพคือความอยู่รอด : จะซื้อหรือสร้างเอง

29.11.20 | 14:20 น.
คุณภาพคือความอยู่รอด : จะซื้อหรือสร้างเอง

คุณภาพคือความอยู่รอด : จะซื้อหรือสร้างเอง


การจัดอันดับประเทศที่นวัตกรรมล้ำที่สุดในโลก โดย Bloomberg Innovation Index 2020 นั้น ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 40 ขณะที่ประเทศเกาหลีใต้ เยอรมนี สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และสวีเดน อยู่ในอันดับ 1 ถึง 5 ของโลก

เรื่องที่น่าแปลกใจมากก็คือ ทำไมประเทศจีนไม่ติดอันดับต้นๆ กับเขาบ้างเลย ทั้งๆ ที่มีสินค้ามากมายจากประเทศจีน ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เห็นและจับต้องได้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ของจีนยุคนี้ยังเน้นที่ “ประโยชน์ใช้สอย” ของผู้บริโภคเป็นสำคัญ รวมตลอดถึงการแสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคมของผลิตภัณฑ์และผู้ผลิตด้วย

แต่ไหนแต่ไรมา ใครจะไปเชื่อว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้วของจีนยังล้าหลังบ้านเรามากๆ ในเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง ข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ไฟฟ้า รถยนต์ โดยเฉพาะ “ส้วมหลุม” ที่สกปรกและเหม็นจนผมไม่กล้าใช้เลย และถึงกับท้องผูกเป็นอาทิตย์เมื่ออยู่ที่นั่น

Advertisement

แต่ถึงวันนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ สภาพที่ล้าหลังเหล่านั้น แทบจะไม่มีให้เห็นอีกต่อไป ทุกวันนี้เราจะเห็นความทันสมัยในทุกด้าน โดยเฉพาะตึกสูงและเทคโนโลยีที่ทันสมัย (คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ AI IoT ดาวเทียม เป็นต้น) สิ่งอำนวยความสะดวกใกล้ตัว (การซื้อขายออนไลน์ การตัดโอนเงินออนไลน์) รวมถึงนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการที่ปรากฏถึงความแปลกใหม่ให้เห็นได้ชัดเจนในทุกรูปแบบของการดำรงชีวิต ซึ่งแสดงถึงพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดของประเทศจีน

ประเทศจีนสร้าง “ความทันสมัย” ได้เร็วถึงขนาดนี้ ภายในไม่ถึงหนึ่งชั่วชีวิตคน (60 ปี) ได้อย่างไร จึงเป็น “คำถาม” ที่ต้องการคำตอบจากชาวโลก

แต่ว่าไปแล้ว ทุกวันนี้บ้านเราก็รุดหน้าและทันสมัยไม่แพ้ใคร เราก็มีพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างรวดเร็วเช่นกัน เพียงแต่อัตราการพัฒนาของเราเริ่มช้าลง เมื่อเทียบกับ “ยุคโชติช่วงชัชวาล” เมื่อก่อนนี้

ปัจจุบันบ้านเรามี “ภาคเกษตร” และ “ภาคอุตสาหกรรม” ที่มีความทันสมัยแบบไม่น้อยหน้าใครในโลก ผลผลิตด้านเกษตรกรรมหลายอย่างและโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งก็เป็นที่หนึ่งของเอเชียด้วย อาทิ โรงงานน้ำตาล โรงงานรถยนต์ โรงงานปิโตรเคมี โรงงานไฮเทคที่ทำงานโดยอัตโนมัติ (ไม่ใช้คนเลย) และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใน “นิคมอุตสาหกรรม” ต่างๆ ทั่วประเทศ

ดังนั้น ในสถานการณ์ COVID-19 เช่นนี้ คนที่ชอบไปดูงานต่างประเทศ น่าจะลองหันมาดูงานในบ้านเราเองบ้าง เราจะได้เห็นความทันสมัยและไฮเทค ซึ่งจะทำให้เราได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ และเกิดความเชื่อมั่นในการลงทุนระดับโลกที่มีอยู่พร้อมในบ้านเรา

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ เพียงต้องการเน้นให้เห็นว่า บ้านเรายังมีทรัพยากรที่หลากหลายอีกไม่น้อย และมีคนเก่งที่มีศักยภาพสูงจำนวนมาก แต่ทุกวันนี้อยู่กันอย่างกระจัดกระจายไม่ได้รวมศูนย์เป็น “พลังหนึ่งเดียว” เพื่อชาติ

ผู้รู้หลายท่านย้ำว่า สิ่งที่ประเทศไทยควรส่งเสริมด่วนที่สุดในปัจจุบัน ก็คือ “การวิจัยและพัฒนา” (Research and Development) อันเป็นที่มาของ “เทคโนโลยี” และ “นวัตกรรม” รวมถึงการเชื่อมต่องานวิจัยให้สอดคล้องกับความต้องการและการใช้งานของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม จนสามารถสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าและบริการของไทยได้ในระดับสากล

คำถามที่ต้องการคำตอบเร่งด่วนในวันนี้ ก็คือ เราจะยังคงซื้อ “เทคโนโลยี” กันแบบนี้ตลอดไป หรืออย่างไร ครับผม!

วิฑูรย์ สิมะโชคดี