บทนำ : ปัญหาภาษาอังกฤษ
องค์กร EF หรือ Education First เป็นองค์กรนานาชาติที่เชี่ยวชาญเรื่องการฝึกอบรมภาษา ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2508 ที่สวีเดน ภายใต้ชื่อ Europeiska ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยูที่เมืองลูเซิร์น สวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นองค์กรเอกชนด้านการศึกษาใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเร็วๆ นี้ EF ได้เปิดเผยดัชนีความสามารถทางภาษาอังกฤษ 100 อันดับ อันดับ 1 ได้แก่ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ประเทศไทยตกลงมาอยู่ที่อันดับที่ 89 เกือบรั้งท้ายกลุ่มอาเซียน โดยมีเมียนมาอยู่อันดับ 93 ส่วนอันดับเหนือไทย ได้แก่ สิงคโปร์ อันดับ 10, ฟิลิปปินส์ อันดับ 27, มาเลเซีย อันดับ 30, เวียดนาม อันดับ 65, อินโดนีเซีย อันดับ 74 และกัมพูชา อันดับ 84
ผลการจัดอันดับสร้างความกังวลแก่ทุกฝ่าย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เผยว่า ศธ.กำลังเร่งหาทางแก้ไข โดยในปี 2564 จะมีศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) ทั่วประเทศ นำครูต่างชาติเข้ามาพัฒนาภาษาให้นักเรียน ส่วนนายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ชี้ว่า มีการสอนภาษาอังกฤษแบบผิดธรรมชาติของภาษามาตลอด จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม กพฐ.เดือนนี้ เพื่อหารือยกระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของคนไทย ขณะที่นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่า เรารู้ต้นเหตุ รู้ปัญหา พูดกันมา 20-30 ปี แต่ไม่ได้แก้ไขให้ดีขึ้น กลายเป็นว่าอันดับตกลงมาเรื่อยๆ คุณภาพการศึกษาในประเทศ ผลการสอบในโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA ก็อยู่ในระดับที่แย่ทั้งหมด ศธ.ได้งบเพิ่มขึ้น บุคลากรได้รับค่าตอบแทนดีขึ้น แต่อันดับความสามารถทางภาษาอังกฤษกลับตกทุกปี ถือว่าสวนทางกันโดยสิ้นเชิง
ปัญหาคุณภาพการศึกษาของประเทศเป็นปัญหาที่น่าจะมีการพิจารณาอย่างจริงจังได้แล้ว ไม่เฉพาะการเรียนภาษาอังกฤษ ยังมีอีกหลายวิชาที่เป็นนโยบายของกระทรวง ทำให้โรงเรียนนำไปสอนผิดๆ ด้วยการให้ท่องจำ ให้เชื่อ หรือรับเอาไว้โดยไม่ให้โต้แย้ง อาทิ วิชาประวัติศาสตร์ วิชาสังคมศึกษา ที่ต้องศึกษาข้อเท็จจริงทางสังคมไปพร้อมกัน ที่มีปิดกั้นเนื้อหาบางเรื่อง ขยายเนื้อหาบางเรื่อง เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของผู้กุมอำนาจ หากการศึกษาของชาติยังถูกกำหนดด้วยเหตุผลอื่นๆ นอกจากประโยชน์ของนักเรียน ก็จะส่งผลทางคุณภาพการศึกษา ดังที่เห็นจากกรณีภาษาอังกฤษและน่าจะมีกรณีวิชาอื่นๆ ตามมาอีก

