บทนำ : บทเรียนราคาแพง
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ว่า คุมโควิดระบาดภาคเหนือได้แล้ว และยืนยันความปลอดภัยในการท่องเที่ยวเชียงใหม่-เชียงราย โดยสรุป มีผู้ติดเชื้อจากท่าขี้เหล็กจำนวน 32 ราย แบ่งเป็น เชียงราย 20 ราย เชียงใหม่ 5 ราย จังหวัดอื่นๆ จังหวัดละ 1 ราย จำนวนนี้มีเพียง 2 รายเท่านั้นที่ติดเชื้อภายในประเทศคือที่ จ.เชียงใหม่ ที่เป็นเพื่อนกับผู้ป่วยที่มาจากท่าขี้เหล็ก กินและเที่ยวด้วยกัน เราตรวจพบได้เร็วทำให้ไม่มีการแพร่ระบาดเพิ่มเติมอีกรายเป็นผู้ป่วยที่ จ.สิงห์บุรี เดินทาง
เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยจากท่าขี้เหล็ก คาดว่าติดเชื้อกันที่สนามบิน เพราะนั่งติดกัน สวมหน้ากากอนามัยต่ำกว่าปาก โดยเราวางมาตรการให้คนไทยที่อยู่ท่าขี้เหล็กกลับมาช่องทางถูกกฎหมาย เพื่อมาอยู่สถานกักกันตัวที่ จ.เชียงราย ซึ่งในระยะหลังจะเข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จ.เชียงราย ควบคุมสถานการณ์ได้ถ้าจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่จะอยู่ในสถานกักกันตัว ส่วน จ.เชียงใหม่ ไม่พบผู้ติดเชื้อจากท่าขี้เหล็กมาหลายวันแล้ว หรือแม้แต่ กทม. พิจิตร พะเยา สิงห์บุรี ราชบุรี ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติม จึงถือว่ากรณีท่าขี้เหล็กทุกจังหวัดควบคุมสถานการณ์ได้ดี แต่ขอเน้นย้ำประชาชนว่าการ์ดอย่าตก จังหวัดต่างๆ ควบคุมโรคได้ดี ปลอดภัย สามารถเดินทางไปได้ ท่องเที่ยวได้ทั้งเชียงใหม่และเชียงราย และมั่นใจว่ากรณีนี้เราควบคุมสถานการณ์ได้ และหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะจบก่อนเทศกาลปีใหม่
ถือเป็นข่าวดี และเป็นบทเรียนที่ซื้อมาด้วยความเสียหายของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภาคเหนือ หลังจากนี้คือการฟื้นฟูความเชื่อมั่น และป้องกันมิให้เกิดขึ้นอีก เจ้าหน้าที่รัฐควรตรวจสอบว่า การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่หละหลวม หรือมีปัญหาจุดใด มีการทุจริตของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะประเทศไทยเตรียมเปิดประเทศมากขึ้น โดยคาดหมายว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศในปี 2564 ประมาณ 8 ล้านคน จากที่เคยเข้าปีละ 40 ล้านคน การสร้างความเชื่อมั่นในมาตรการดูแล จึงมีความสำคัญและจำเป็นมาก ทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศ และจากต่างประเทศ

