บทนำ : เร่งจัดการฝุ่น
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันที่ 14-17 ธันวาคม สภาพทางอุตุนิยมวิทยามีข้อจำกัดในเรื่องการหมุนเวียนของอากาศโดยเฉพาะความกดอากาศ ลม การยกตัวของมวลอากาศจะมีข้อจำกัดมากทำให้อากาศใน กทม.และปริมณฑล มีความนิ่ง ดังนั้น มลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดต่างๆ เช่น รถยนต์ รถบรรทุก การเผาในที่โล่งโดยรอบ กทม. จึงทำให้เหมือนกับ กทม.มีฝาชีครอบอยู่ จนมีมลพิษทางอากาศในบางจุดที่สูงมาก จึงประสานขอความร่วมมือกรมการขนส่งทางบก กทม.กรมควบคุมมลพิษ ช่วยกันตรวจสอบรถควันดำโดยจะตรวจทุกวัน ยาวไปอีก 6 เดือนข้างหน้า และประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึง กทม. ทำให้การจราจรไหลลื่น ลดปริมาณรถสะสมลง
นายธีรภัทรยังขอความร่วมมือให้ทำความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ที่อยู่โดยรอบ กทม. ไม่ให้เผาเศษวัชพืช และขอให้ประชาชนเดินทางด้วยรถสาธารณะมากขึ้น และเมื่ออยู่นอกอาคารขอให้สวมใส่หน้ากากอนามัย กทม. ทั้งนี้ภาวะฝาชีครอบจะอยู่อย่างนี้ประมาณ 2-3 วัน แล้วจะมีลมเข้ามาช่วย
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ช่วงนี้ของทุกปีประเทศไทยจะเข้าสู่วังวนปัญหาฝุ่นละอองเล็ก PM10 และ PM2.5 ปกคลุมทั่วท้องฟ้า ซึ่งเกิดจากไอเสียรถยนต์ การเผาขยะเผาเศษวัสดุภาคเกษตรกรรม และควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ประกอบกับสภาพอากาศปิด ไม่มีลม เป็นสิ่งที่เราต้องประสบกันมานาน เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน และทุกรัฐบาลก็พยายามแก้ไข ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ยังถือเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องร่วมมือกัน ที่ผ่านมาได้มีการหารือ ทำความเข้าใจ และรับฟังข้อคิดเห็นจากทุกส่วนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการแก้ไขจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกภาคส่วน
ภาวะฝุ่นละอองเล็กเช่นนี้เกิดขึ้นทุกปีเหมือนดั่งที่นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกล่าวไว้ สาเหตุที่ให้เกิดฝุ่นดังกล่าวก็เป็นเช่นนี้ทุกปี รวมถึงข้อแนะนำแก่ประชาชนที่ให้สวมหน้ากากอนามัย และอื่นๆ ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม เหลือเพียงวิธีการบรรเทาลดฝุ่นละอองเล็กดังกล่าวที่หวังว่าการบริหารจัดการของภาครัฐ และการประสานขอความร่วมมือกับภาคเอกชนและประชาชน จะทำให้ภาวะฝุ่นละอองเล็กดังกล่าวไม่เกิดขึ้น หรือถ้าเกิดขึ้นก็เกิดเพียงระยะสั้น รวมถึงการประกาศเตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวังสุขภาพได้ทันท่วงที เพื่อมิให้ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศที่มีภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก ปลอดโรคและปลอดภัย

