ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใน จ.สมุทรสาคร ที่ทะลุ 500 ราย เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา
และยังมีกลุ่มที่รอการตรวจอีก ดังนั้นตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจมีจำนวนเพิ่มขึ้น ทางราชการได้ประกาศล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว ตั้งด่าน เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายที่กระจายการติดเชื้อ และออกมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ผู้ติดเชื้อส่วนมากคือแรงงานต่างด้าว ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจประมง แพปลา กุ้ง และอาหารทะเล ทำให้ทางราชการพุ่งเป้าไปที่การตรวจแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีอยู่จำนวนมากหลายแสนคนที่ จ.สมุทรสาคร
การค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในชุมชน จะดำเนินการอีก 10,300 ตัวอย่าง ใน 9 จังหวัด ได้แก่ ที่สุพรรณบุรี
ในตลาดทะเลไทย, สมุทรสงคราม ตลาดแม่พ่วง แม่ค้าอาหารทะเล และผู้สงสัย หรือมีอาการ, สมุทรสาคร และประจวบคีรีขันธ์ ในหอพักตลาดไทยูเนียน ที่ราชบุรี บ้านเอื้ออาทรท่าจีน, กาญจนบุรี ตลาดเคหะนาคี ที่เพชรบุรี ตลาดโกรกกราก นครปฐม และสมุทรสาคร ตลาดนัดและหอพัก มหาชัยนิเวศ นอกจาก จ.สมุทรสาคร มีตลาดที่ซื้อสินค้าออกจากตลาดกลางกุ้ง 7 จังหวัด ได้แก่ กทม. และปริมณฑล ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ฉะเชิงเทรา นนทบุรี และสมุทรปราการ ดังนั้นจึงเป็นการขยายวงการเฝ้าระวังในกลุ่มลูกค้า และจะพิจารณาตรวจหาเชื้อเชิงรุกต่อไป
การพบผู้ติดเชื้้อจำนวนมากในห้วงเวลาสั้นๆ
นอกจากเร่งติดตามหาผู้ติดเชื้อ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็วแล้ว รัฐบาลควรทบทวนมาตรการต่างๆ อันเป็นเหตุของการพบเชื้อในรอบนี้อย่างเข้มงวดจริงจัง โดยเฉพาะการเดินทางเข้าออกประเทศ ของแรงงานหรือประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้าน มีข่าวลือหนาหูว่า มีการเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่ผ่านการคัดกรอง โดยมีเจ้าหน้าที่บางส่วนรู้เห็นเป็นใจ หากเกิดความหละหลวมดังกล่าวจริง จะต้องเร่งกระชับการทำงานให้เข้มแข็งมากขึ้น กรณีสมุทรสาคร ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจ ไปจนถึงความน่าเชื่อถือของประเทศ ในช่วงใกล้ปีใหม่ ซึ่งจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ หลังจากที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาด และเริ่มมีข่าวดีเรื่องวัคซีน แต่ทั้งหมดต้องมาเสียหาย จะด้วยสาเหตุจากอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุด เมื่อรัฐบาล เตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องว่าอย่าการ์ดตก แต่สุดท้าย กลายเป็นรัฐบาลเองที่การ์ดตก

