บทนำ : อนาคตของปี 2563
ปี 2563 ที่กำลังผ่านไป ถือเป็นอีกปีแห่งความยากลำบากของคนไทย
ต้นปี 2563 รัฐบาลเตรียมเดินเครื่องระดมการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน หวังเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ 4.0 แต่การระบาดของโควิด-19 ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก รัฐบาลใช้ยาขนานแรงสุดมาจัดการ และควบคุมการระบาดได้ แต่เศรษฐกิจก็พังพาบไปพร้อมกัน
งบประมาณถูกระดมมาใช้กับมาตรการเยียวยา พร้อมกับออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท
ตัวเลขผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือจากรัฐมีจำนวนกว่า 20 ล้านคน
ภาพคนไทยต่อคิวรับข้าวกล่อง ครอบครัวคนตกงานไม่มีเงินเช่าห้อง ต้องไปนอนตามถนน สวนลุมฯ หัวลำโพง ปรากฏต่อสังคม
ล่าสุด กลางเดือน ธ.ค. โควิด-19 กลับมาระบาดอีกระลอก จากแรงงานต่างชาติที่มหาชัย สมุทรสาคร กระจายไป 45 จังหวัด ค่าเสียหายวันละกว่า 1 พันล้าน
หนักกว่ารอบแรกเมื่อเดือน มี.ค. ขณะที่รัฐบาลยังลังเลว่าจะใช้มาตรการเฉียบขาดได้แค่ไหน
ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่โจทย์เปลี่ยนไปทันที
เป็นการบ้านข้ามปี จาก 2563 สู่ 2564
ในทางการเมือง ชัดยิ่งกว่าชัดว่าเป็นปีแห่งความยุ่งยาก
ภายในรัฐบาล เกิดการกระชับอำนาจ กลุ่ม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้าคุมพรรคพลังประชารัฐแทนกลุ่ม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์
มีการปรับเปลี่ยน รมต.ครั้งใหญ่ ทำให้คลื่นลมสงบไป
ที่หนักกว่า คือ การยุบพรรคอนาคตใหม่ในเดือน ก.พ. ทำให้เกิดแฟลชม็อบ ปลุกคนรุ่นใหม่ออกมาประท้วง
บรรดาผู้มีอำนาจที่บริหารประเทศมา 6 ปี
พักการชุมนุมในช่วงโควิด ก่อนกลับมาใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ในนามม็อบราษฎร ที่มีเยาวชนนักเรียน ออกมาเป็นกำลังสำคัญ นอกเหนือจากนักศึกษา
รัฐบาลแก้เกมด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ก็ยื้ออยู่ในที จนเชื่อกันว่าจะกลายเป็นชนวนระเบิดในปี 2564
ความพยายามปรองดองด้วยการตั้งคณะกรรมการ ไม่ได้รับความเชื่อถือ เพราะวิธีนี้เคยใช้มาแล้ว และล้มเหลวมาแล้ว
ในปี 2564 ปัญหาค้างคาเหล่านี้ จะติดตามรัฐบาลต่อไป
และท้าทายการตัดสินใจแก้ปัญหาของนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลต่อไป
บทเรียนจากปี 2563 ก็คือ กฎกติกาที่ดีไซน์เพื่อกลุ่มพวก ไม่ได้มีผลแค่ในทำเนียบหรือรัฐสภา
แต่สร้างผลกระทบกระเพื่อมแรงไปทั้งสังคม
โดยมีโควิด-19 ที่ท้าทายฝีมือในการบริหารจัดการ เข้ามาเป็นตัวเร่ง
เป็นสภาพที่ก่อให้เกิด “การกดทับ” คนเกือบทั้งสังคม
คนรุ่นใหม่ และประชาชนที่ถูกตัดสิทธิลดเสรีภาพ ออกมาทวงถามทุกอย่างที่พวกเขาพึงมีพึงได้
ภายใต้การกดทับดังกล่าว อุณหภูมิของความไม่พึงพอใจรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สัมพันธ์กับท่าทีของกลุ่มผู้ถืออำนาจ
การจะคลี่คลายปัจจัยลบที่สะสมจากปี 2563 เป็นงานแก้วิกฤตระดับประเทศที่ไม่เปิดโอกาสให้พลาดได้ !

