รื่นร่ม รมเยศ : ไม่คบคนพาล คบบัณฑิต

รื่นร่ม รมเยศ : ไม่คบคนพาล คบบัณฑิต ผู้หวังความก้าวหน้าในชีวิต

รื่นร่ม รมเยศ : ไม่คบคนพาล คบบัณฑิต

ผู้หวังความก้าวหน้าในชีวิต ขั้นแรกสุดจะต้องรู้จักเลือกคบหาสมาคม ไม่คบหาคนพาล คบหาแต่บัณฑิต

ถ้าถามว่ารู้ได้อย่างไรคนไหนเป็นคนพาล คนไหนเป็นบัณฑิต พระพุทธองค์ตอบไว้ชัดเจนว่า คนพาลได้แก่คนโง่คนชั่ว โปรดสังเกตว่าคนโง่กับคนชั่ว ทางศาสนาถือว่าเป็นอย่างเดียวกัน คนที่พูดชั่ว ทำชั่ว คิดชั่ว ไม่ว่าจะมีวิทยฐานะสูงส่งเพียงใด มีปริญญาห้อยท้ายยาวเฟื้อยเพียงใด ยังเรียกว่าคนโง่อยู่นั้นเอง เพราะแกจะทำอะไรโง่ๆ ด้วยอำนาจกิเลส รู้เห็นกันอยู่ไม่ต้องพูดมากให้เสียเวลา

พระพุทธองค์ทางเน้นเสมอว่าคนเรานั้นมี “เชื้อดี” อยู่ในตัวมิใช่น้อย เชื้อดีนั้นจะเจริญงอกงามหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมภายนอก (ภาษาพระเรียก ปรโตโฆสะ) เอื้ออำนวยมากน้อยแค่ไหน เฉพาะอย่างยิ่งสิ่งแวดล้อมทางบุคคลมีอิทธิพลสำคัญต่อชีวิตมาก “คบคนเช่นใดย่อมกลายเป็นคนเช่นนั้น” เป็นความจริงทีเดียว ลองอ่านนิทานเรื่องต่อไปนี้ดูจะเห็นจริง

ลูกนกแขกเต้าสองตัวพ่อแม่เดียวกัน มีอันต้องพลัดพรากจากกันไปคนละทิศละทาง เนื่องจากถูกพายุพัดพาไป (พายุชนิดนี้ภาษาบาลีเรียกว่า “วาตมณฺฑลิกา” แปลว่า ลมหมุน คงไม่ใช่ลมหัวด้วน เพราะถ้าลมหัวด้วนน่าจะพัดไปทิศทางเดียวกัน แต่จะเป็นลมอะไรก็ช่างมันเถอะครับ)

ตัวหนึ่งไปตกกลางกองอาวุธของพวกโจรห้าร้อย พวกโจรนำมาเลี้ยงไว้ ตั้งชื่อว่า สัตติคุมพะ (แปลว่า “ไอ้หอก”) อีกตัวไปตกกลางสวนของพวกฤๅษี พวกฤๅษีตั้งชื่อว่า บุปผกะ (แปลว่า “ไอ้ดอกไม้”) ทั้งไอ้หอกและไอ้ดอกไม้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน นิสัยใจคอและการพูดจา (นกประเภทนี้พูดได้)

วันๆ พวกโจรห้าร้อยพูดแต่คำหยาบโลน คุยแต่เรื่องจี้เรื่องปล้น นกมันได้ยินก็จำคำพูดไว้ ส่วนพระคุณเจ้าเหล่าฤๅษีก็พูดแต่ถ้อยคำไพเราะ ไอ้ดอกไม้ก็จดจำมาพูดตาม

วันหนึ่งพระเจ้าปัญจาละเสด็จออกล่าสัตว์ พลัดหลงกับพวกข้าราชบริพารเข้าไปป่าลึก ขณะบรรทมอยู่ใต้ต้นไม้ด้วยความอ่อนเพลีย ไอ้หอกบินมาพบเข้าก็ร้องเสียงดังว่า “เฮ้ย ปล้นมันเลย ฆ่ามันเลย” พระเจ้าปัญจาละตกพระทัยรีบเสด็จหนีไปทันที ขืนอยู่กลัวโจรห้าร้อยมันเจี๋ยน คราวนี้ไปถึงอาศรมของพวกฤๅษี พวกฤๅษีไปหาผลหมากรากไม้กันหมดเหลืออยู่แต่ไอ้ดอกไม้นกสัปบุรุษตัวเดียวเฝ้าวัด

พอเห็นอาคันตุกะมาแต่ไกล ไอ้ดอกไม้ก็ร้องปฏิสันถารด้วยคำไพเราะ

“ท่านผู้เจริญ ท่านมาแต่ไกล เชิญพักผ่อนก่อน”

พอพวกฤๅษีกลับมา พระเจ้าปัญจาละเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พวกฤๅษีบอกว่า ความจริงนกทั้งสองตัวนี้เป็นพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน แต่นิสัยใจคอทั้งคำพูดคำจาแตกต่างกันอย่างนี้เพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

นี่แค่นกนะครับ อยู่กับโจรห้าร้อยยังพูดจาหยาบคาย อยู่กับฤๅษียังพูดจาไพเราะ ถ้าเป็นคนจะชั่วจะดีขนาดไหน คิดแล้วจะเห็นว่า สิ่งแวดล้อมภายนอกไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมทางวัตถุ และสิ่งแวดล้อมทางสังคมมีอิทธิพลต่อการฝึกฝนอบรมคนมากมายเพียงใด

โดยเฉพาะ “คุณพ่อคุณแม่สี่เหลี่ยม” (โทรทัศน์) ฉายภาพฆ่าฟันกันเลือดท่วมจอ หรือภาพผัวเมียคู่หนึ่ง วันๆ พูดแต่เรื่องผิดผัวผิดเมีย เด็กมันดูแล้วคงจำเอาไปปฏิบัติเมื่อถึงกาลเวลาอันควร

วาดภาพเอาก็แล้วกัน ต่อไปภายหน้าคนไทยจะเหี้ยมเกรียมและสำส่อนขนาดไหน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon