หน้าแรก บทความ บทนำ : จะคุมอ...

บทนำ : จะคุมอยู่ไหม?

6.01.21 | 11:22 น.
บทนำ : จะคุมอยู่ไหม? ประเทศกลับเข้าสู่สถานการณ์การรับมือกับไวรัสโควิด-19

บทนำ : จะคุมอยู่ไหม?

ประเทศกลับเข้าสู่สถานการณ์การรับมือกับไวรัสโควิด-19 อย่างจริงจังอีกครั้ง ตัวเลขผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 4 ม.ค. พุ่งสูงถึง 745 รายใน 1 วัน ถือเป็นนิวไฮที่ทุกฝ่ายต้องตระหนัก และร่วมมือกันสกัดการแพร่ระบาดครั้งนี้ให้ได้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ระบุว่า จาก 745 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 152 ราย ติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างชาติ 577 ราย ผู้มาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค 16 ราย รวมสะสม 8,439 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 6,379 ราย แรงงานต่างชาติ 2,037 ราย รักษาหายแล้ว 4,352 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย สะสมที่ 65 ราย พบผู้ติดเชื้อใน 54 จังหวัด เพิ่มประจวบคีรีขันธ์มาอีกหนึ่งจังหวัด ส่วนการพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่สมุทรสาครเกิดจากการเข้าสอบสวนโรคในกลุ่มแรงงานต่างชาติ ที่อยู่ในหอพักและโรงงานที่มีความแออัด และยังพักในที่เดิม ไม่ได้พาออกมา เพราะมีจำนวนค่อนข้างมาก

ส่วนมาตรการรับมือกับไวรัสในครั้งนี้ของรัฐบาล มีการประกาศเขตควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด ส่วนมากเป็นภาคกลาง ตะวันออก เหนือสุดที่ จ.ตาก ใต้สุดที่ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นผลจากการแพร่เชื้อจากกลุ่มแรงงานที่ลักลอบเข้าประเทศ และกลุ่มประชาชนที่เข้าบ่อนภาคตะวันออก ก่อนมากระจายเชื้อต่อแนวทางของรัฐบาล หลีกเลี่ยงการล็อกดาวน์หรือปิดแบบป้องกันไว้ก่อน ด้วยเหตุผลเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาเฉพาะหน้านี้คือ เมื่อใช้มาตรการแบบนี้แม้จะมีผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่ในอีกด้านหนึ่งคือ ด้วยมาตรการเช่นนี้รัฐบาลจะตรึงตัวเลขผู้ติดเชื้อ และพื้นที่การติดเชื้อ ไม่ให้มาก หรือกระจายกว้างมากกว่านี้ได้หรือไม่

แม้ว่ามีข่าวดีเรื่องของวัคซีนที่จะเข้ามาในเดือน ก.พ.- มี.ค. แต่ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะสกัดกั้นทันท่วงทีหรือไม่ ดังนั้น ประชาชนจะต้องป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย และปฏิบัติตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ส่วนรัฐบาล ภาระหนักคือ คิดค้นมาตรการช่วยประชาชนในด้านเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน จะต้องกระชับการทำงาน ไม่หละหลวม โดยเฉพาะตามแนวชายแดน และแหล่งรวมตัวผิดกฎหมาย ควรเพ่งเล็งที่บ่อนขนาดใหญ่ของนายทุนผู้มีอิทธิพล แทนที่จะไปจับบ่อนเล็กๆ ต้องไม่ลืมว่าการระบาดรอบนี้สังคมรู้ดีว่าเกิดจากใครการ์ดตกกันแน่